Ping Pong Board
บอร์ด: คนไทยเก่งปิงปอง
บอร์ด: การแข่งขันทั่วไทย
บอร์ด: พูดคุยทั่วไป-สินค้ามือ 2
บอร์ด: สินค้ามือสอง On FB
บอร์ด: แปลงสินทรัพย์เป็นทุน
บอร์ด: ขายสินค้าใหม่ มือ 1
บอร์ด: รีวิวอุปกรณ์
บอร์ด : รีวิวอุปกรณ์ On FB
บอร์ด: เทคนิคการเล่นปิงปอง
บอร์ด: การเมืองเรื่องปิงปอง
บอร์ด: บริจาคอุปกรณ์เหลือใช้
บอร์ด: ปรึกษาอาการบาดเจ็บ
บอร์ด: ปิงปองทุกจังหวัด
บอร์ด: ชมรมคนเล่นยางเม็ด
บอร์ด: จับแบบไม้จีน ไม้ญี่ปุ่น
บอร์ด: สนทนาภาษาปิงปอง
บอร์ด: นัดกันไปเรียน ไปเล่น
บอร์ด: Chat Online
บอร์ด: เล่นเกมส์ปิงปอง
บอร์ด: เกมส์ออนไลน์
สำหรับสมาชิก
นามปากกา
รหัสผ่าน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิกใช้งาน
กระทู้โดนใจชาวปิงปอง
สถานที่รับสอนปิงปอง
บอร์ดคุยเรื่องมีสาระประโยชน์
ตั้งกระทู้-เฉพาะกีฬาปิงปอง
เปิดประเด็น ความรู้เกี่ยวกับไม้ฮิโนกิ
(Reader : 8483)
เคยได้อ่านกระทู้ของหลายๆ ท่านที่ผ่านมาเกี่ยวกับไม้ฮิโนกิ ทั้งเรื่องของคุณสมบัติ ราคา หรือกระทั่งแหล่งกำเนิดของมัน บังเอิญได้ไปอ่านสาระดีๆ เรื่องนี้มาพอดี เลยจะขอนำมาเสนอให้ได้ลองศึกษากัน

Hinoki ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่าต้นไม้แห่งไฟ เนื่องจากสมัยก่อนเขาเอาไว้จุดไฟ มันเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีเนื้อแน่น คงทน ลายสวย ปลวกไม่กิน คนญี่ปุ่นมักเอามาทำเป็นโครงสร้างของบ้าน เช่นเสาบ้าน โครงหลังคาเป็นต้น ไม้ Hinoki เป็นไม้ในตระกูลสน มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า cypress ซี่งไม้ชนิดนี้มีทั้งในอเมริกา และในใต้หวัน แต่คุณภาพที่ดีที่สุดคือ cypress ที่มาจากเมือง Kiso ถามว่าทำไมต้องเป็น cypress จากเมือง Kiso ประเด็นคือ ต้น Hinoki จากเมืองนี้เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ Omine เมื่อสามร้อยปีที่แล้ว ดังนั้นไม้พวกนี้จึงเป็นไม้ธรรมชาติที่มีอายุหลายร้อยปี มีเนื้อแน่น วงปีละเอียด ซึ่งมีผลทำให้ไม้นุ่มเวลาบล๊อคและมีความแรงเวลา เราตบ


ถ้าเอามาทำเป็นไม้ปิงปอง ผมต้องการชี้ชัดลงไปเลยว่าไม้ Hinoki ชั้นเดียวตัวไหนในตลาดที่คุ้มค่าเงินที่สุด ถ้าคำถามมีอยู่ว่า ราคาแพงกว่าย่อมดีกว่าใช่หรือไม่ เปล่าเลย ผมสามารถพูดได้เลยว่า Juic คุ้มราคาที่สุดเมื่อเทียบกับ Darker speed 90 หรือ Kokutaku ผมพูดได้เพราะผมมีทั้ง speed 90, Juic และ Senkoh max ซึ่งผมจะขายก็ต่อเมื่อผมร้อนเงิน 555+


ถ้าพูดถึงราคา Senkoh Max ย่อมมีราคาถูกสุด ในจำนวนไม้ Hinoki ชั้นเดียว แต่ต้องอย่าลืมว่า มันไม่ใช่ Kiso Hinoki จากบางกระทู้ของคุณ haggisv Senkoh max ทำมาจากสนชนิดหนึ่ง ซึ่งทางโรงงานก็ไม่เคยบอกว่าเป็นไม้ Kiso Hinoki ยกเว้นแต่ยี่ปั๊วบางเจ้าเท่านั้นเองที่บอกว่าเป็นไม้ Hinoki ซึ่งตัวไม้จะหนักกว่าและสั่นพอสมควร อย่างไรก็ตาม ถ้าพูดถึง Senkoh max มันก็แค่คุ้มราคาที่จะซื้อมาตี แต่ไม่มีคุณค่าทาจิตใจ และไม่เหมาะที่จะเป็นไม้สะสม เปรียบเหมือนพวกยางจีนถูกๆ สำหรับตัวผมเอง ยางจีนถูกๆผมเก็บอยู่แผ่นหนึ่ง ซึ่งเป็นยาง PF4 สมัยโก๊ะ โย่ว หัวเดินทางมาแข่ง เมืองไทยเมื่อสมัยนายกคีกฤทธิ์ ทุกวันนี้ยังตีได้ เพราะผมเอาฟิล์ม X-ray ปิดไว้อย่างดี และมันมีประวัติศาสตร์พอมีคุณค่าแก่การเก็บ

(ข้อความนี้แปลมาจากกระทู้หนึ่งใน mytabletennis.net)เพื่อนผม ใช้ Tibha H1-9 ซึ่งมีน้ำหนัก 100 g. และอีกอันมีน้ำหนัก 98 g. ไม้ทั้งคู่ เร็ว แต่นุ่มเวลา บล็อก และไม่สั่นอีกด้วย

ผมเลยอยากได้มั่ง แต่ของผมเลือกไม้ที่เบาที่สุดในร้าน ซึ่งมีน้ำหนัก 72 g. ซึ่งปรากฏว่าพอเอามาตี ไม้ไม่แรงอย่างที่คิด และตีแล้วรู้สึกสั่นอีกต่างหาก เมื่อตีไปซักระยะหนึ่งก็ต้องฉีกยางออกทันที แล้วก็ขายทิ้งให้กับคนแถวนั้นเพียงแค่หนึ่งพันบาท


ประเด็นอยู่ที่ว่า แม้แต่ไม้รุ่นเดียวกัน แต่น้ำหนักต่างกัน effect ของไม้ก็ต่างกันราวฟ้ากันเหว น้ำหนักเบาย่อมหมายถึง ความแน่นของเนื้อไม้ย่อมน้อยลงไปด้วย ซึ่งส่งผลให้ไม้สั่น และ speed น้อยลง

จริงอยู่ไม้ hinoki เป้นไม้ที่มีราคาแพง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม้ทุกไม้จะมีต้นทุนที่เท่ากัน การทำไม้ชั้นเดียว จะง่ายกว่า เมื่อเทียบกับทำไม้หลายชั้น เพราะการเอาไม้หลายๆชั้นมาติดกาวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ เพราะไม้หลายชั้นติดกาวยากต่อการตัดการประกอบ ดังนั้นต้นทุนในการผลิตในแต่ละขั้นตอนจึงสูงและยากกว่าไม้ชั้นเดียวมาก

แต่พูดอย่างนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณไม่ควรซื้อไม้ Hinoki ชั้นเดียว เพราะถ้าไม้ที่ทำจาก hinoki ถูกคัดสรรเป็นอย่างดี และมีขั้นตอนการประดิษฐ์อย่างประณีต มันจะเป็นไม้ที่มีคุณค่าสมราคา ดังนั้นคุณต้องตระหนักให้ดี คุณจ่ายเงินและรู้วิธีคัดสรรเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของไม้ hinoki ที่ดีเท่านั้น


ไม้ hinoki หลายๆอันมีบางส่วน ที่หน้าไม้เป็นสีอ่อน คือสีไม่เท่ากันตลอดหน้าไม้ ในส่วนที่สีไม่เท่ากันเราเรียกว่า Sap wood ซึ่งส่วนที่มีสีอ่อน จะมีความหนาแน่นของเนื้อไม้น้อยกว่า

ไม้ hinoki ในแต่ละอันจะมีวงรอบของหน้าไม้ที่ไม่เหมือนกัน ทำให้ลายไม้แตกต่างกันออกไป ให้คุณจับไม้วางเป็นแนวระนาบระดับสายตา จะเห็นว่าลายไม้ส่วนใหญ่จะวิ่งเป็นแนวตั้ง ซึ่งลายไม้ในแต่ละรอบจะวิ่งเป็นแนวไปทั่วตลอดตัวไม้ บางเส้นก็ชิดกันบางเส้นก็ห่างกัน ซึ่งเส้นที่ห่าง ย่อมหมายถึงการเจริญเติบโตของต้นไม้ในปีนั้นๆว่า เจริญเติบโตเร็วมีอาหารสมบูรณ์ ถ้าวงแคบมากแสดงว่าปีนั้นแล้งมาก ยิ่งวงปียิ่งเล็กเท่าไหร่ แสดงว่าเนื้อไม้ในส่วนนั้นจะมีความหนาแน่นมากเท่านั้น ซึ่งไม้ตรงส่วนที่มีความหนาแน่นมากก็จะเพิ่ม Speed เวลาตีบอล ลักษณะของไม้ ชั้นเดียว hinoki

ยิ่งถ้าวงปีบางเส้นไม่วิ่งเป็นแนวตั้ง หรือวิ่งเป็นแนว 45 องศาทำมุมกับวงปีเส้นอื่น จะทำให้หน้าไม้ในส่วนนั้นมีความเด้งไม่เท่ากัน ดังนั้นวิธีเลือกซื้อ ไม้ชั้นเดียว ควรตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่าเราได้ไม้ที่คุณภาพ หรือเปล่า ถ้าเราเลือกซื้อไม้ เราไม่ควรเลือกไม้ที่มีวงปี ทำมุม 45 องศา กับแนวตั้งเพราะความหนาแน่น ของหน้าไม้ย่อมไม่เท่ากันทั่วทั้งหน้าไม้ ยิ่งเนื้อไม้ที่เข้มมากก็จะแสดงถึงการเก็บและอบไม้ให้แห้งได้ดีกว่า ไม้ที่เข้มกว่า จะมีเนื้อแน่น และยางไม้จะแห้งสมบูรณ์ดี

ผมได้หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไม้ แท้กับไม้ที่มีส่วนผสมสังเคราะห์เช่น คาร์บอน มาเป็นข้อมูลประกอบ ว่าทำไมไม้ธรรมชาติถึงมีค่านักในสายตาของนักปิงปองอย่างผม แต่ต้องบอกก่อนนะครับ ผู้ทดลองได้ขอโทษมาว่า เขาไม่สามารถหาไม้ที่เป็น kiso hinoki มาทดสอบซึ่งที่เราใช้ทดสอบจะเป็นไม้ port-oxford cedar ที่มีคุณสมบัติและองค์ประกอบใกล้เคียงกัน ซึ่งถ้าเป็นไม้ชนิดนี้ค่าของ Frequency ก็จะเปลี่ยนไป

SUMMARY TABLE OF RESULTS (Frequency is proportional to Blade Speed!)
Comparing Frequency Vs Construction (1" x 6" cantilever) Total Thickness h (mm)  Cantilever Mass AL (kg) Effective Stiffness
Ek Ik
(kg-m/s2) Freq.  (Hz)
Hinoki, 10 mm 10.0 0.560 0.0198 19.07 292
Hinoki, 9 mm 9.0 0.560 0.0178 13.90 263
Hinoki, 8 mm 8.0 0.560 0.0158 9.76 234
Port Oxford Cedar, 10 mm 10.0 0.560 0.0166 24.77 363
Port Oxford Cedar, 9 mm 9.0 0.560 0.0150 18.05 327
Port Oxford Cedar, 8 mm 8.0 0.560 0.0133 12.68 290
Sitka Spruce, 9 mm 9.0 0.560 0.0125 15.28 328
Basswood + Rosewood, 3 ply 6.4 0.560 0.0138 6.82 209
Primorac Carbon 6.9 0.560 0.0133 15.75 324
Schlager Carbon 7.4 0.560 0.0136 19.45 355
Schlager ULC 7.4 0.560 0.0136 29.17 435
คุณจะสังเกตได้ว่า ไม้ hinoki ชั้นเดียว ความกระด้างจะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าตัวสัมพันธ์กับความหนา. Ex. 103 / 83 x 9.764 = 19.0625, i.e. very close to 19.071. แม้ว่าความกระด้างของตัวไม้ความสัมพันธ์ของตัวแปลนี้จะไม่เท่ากับ Speed ไม้โดยตรง แต่ก็มีส่วนช่วยให้ speed เพิ่มขึ้น

แต่ว่า Frequency เป็นตัวแปรที่สัมพันธ์โดยตรงกับ Speed แต่ไม่มีโรงงานไหนวัดค่า Frequency เลย


บทสรุปจากตาราง กล่าวโดยสรุปว่าทุกวันนี้ คนพยามจะหาววัสดุ ที่มาแทนไม้ ซึ่งในปัจจุบันไม้สังเคราะห์หลายรุ่น ก็สามารถทำได้ดีกว่าไม้ธรรมชาติ โดยเฉพาะความเร็ว แต่ทีสูญเสียไปก็คือความนุ่นนวลของไม้ธรรมชาติ ลองสังเกต ดูจากตารางแรก ช่องที่เป็น Stiff กับ Frequency ไม้ Schlager ULC สามารถทำความเร็วได้ถึง 435 ในขณะเดียวกัน hinoki 10 mm ทำความเร็วได้เพียง 292 ซึ่งเร็วกว่า เกิน 30% แต่ขณะเดียวกัน ความนุ่นนวลของไม้ก็จะหายไปด้วย กว่า 50%

ที่กล่าวมานี้เพื่อที่จะบอกว่าไม่มีวัสดุอะไรดีกว่าอะไรอย่างสิ้นเชิง เพราะแชมป์คนหนึ่ง เขาต้องมีความเคยชินกับไม้นั้นๆเป็นปี แต่สำหรับเราๆ ถ้าต้องการความสุนทรีย์บางอย่างของไม้แท้ๆ ณ. เวลาขณะนี้ ยังไม่มีวัสดุอะไรมาทดแทน ความนุ่นความแรง ของไม้ Kiso Hinoki ชั้นเดียวได้แน่นอน

เครดิตพี่ขี้คุย จากบอร์ดPimple Lover ครับ อ่านแล้วให้ความเข้าใจเรื่องไม้ได้อีกเยอะเลย
นามปากกาผู้เขียน... : pkcrewLast Answer : 14/10/2552 20:59:12