Ping Pong Board
บอร์ด: คนไทยเก่งปิงปอง
บอร์ด: การแข่งขันทั่วไทย
บอร์ด: พูดคุยทั่วไป-สินค้ามือ 2
บอร์ด: สินค้ามือสอง On FB
บอร์ด: แปลงสินทรัพย์เป็นทุน
บอร์ด: ขายสินค้าใหม่ มือ 1
บอร์ด: รีวิวอุปกรณ์
บอร์ด : รีวิวอุปกรณ์ On FB
บอร์ด: เทคนิคการเล่นปิงปอง
บอร์ด: การเมืองเรื่องปิงปอง
บอร์ด: บริจาคอุปกรณ์เหลือใช้
บอร์ด: ปรึกษาอาการบาดเจ็บ
บอร์ด: ปิงปองทุกจังหวัด
บอร์ด: ชมรมคนเล่นยางเม็ด
บอร์ด: จับแบบไม้จีน ไม้ญี่ปุ่น
บอร์ด: สนทนาภาษาปิงปอง
บอร์ด: นัดกันไปเรียน ไปเล่น
บอร์ด: Chat Online
บอร์ด: เล่นเกมส์ปิงปอง
บอร์ด: เกมส์ออนไลน์
สำหรับสมาชิก
นามปากกา
รหัสผ่าน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิกใช้งาน
กระทู้โดนใจชาวปิงปอง
สถานที่รับสอนปิงปอง
บอร์ดคุยเรื่องมีสาระประโยชน์
ตั้งกระทู้-เฉพาะกีฬาปิงปอง
การสะกดจิตกับการกีฬา ใช้ได้ทุกกีฬานะครับ
(Reader : 3158)
การสะกดจิตกับการกีฬา

รองศาสตราจารย์ เจษฎา เจียระนัยภาควิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์



การสะกดจิต (Hypnosis) ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นเรื่องที่เราเข้าไม่ถึงสักที เราได้ยินคำว่า “สะกดจิต” มานานแล้ว บางคนได้เห็นหรือได้ถูกสะกดจิตมาแล้วแต่ก็ยังค้นพบไม่ได้ว่ามันเกิดจาก อะไร บางครั้งแพทย์ (บางคน) นำการสะกดจิตมาใช้ในการบำบัดทางจิตใช้แทนยา แม้กระทั่งใช้ใน ขณะทำฟันให้คนไข้ ขณะที่ปัจจุบันการสะกดจิตเริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการกีฬาทั้งในฐานะ เครื่องมือบำบัดและในฐานะเครื่องมือกระตุ้นศักยภาพของนักกีฬา





การสะกดจิต คืออะไร?
การสะกดจิต เป็นลำดับการผันแปรของจิตสำนึกและการรู้ตัวหรือสติสัมชัญญะโดยที่ตัวบุคคลเองนิ่งเฉยและไม่ได้ต่อต้าน คำแนะนำหรือคำสั่งที่ถูกป้อนให้ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้เป็นกรณีเฉพาะภายใต้บุคคลสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งน่าจะเรียกว่า “ผู้สะกด” ถ้าจะเรียกให้เป็นภาษาวิชาการก็เรียกได้ว่า “ผู้บำบัด” กับอีกฝ่ายคือ “ผู้ถูกสะกด” หรือ “ผู้ถูกบำบัด” นั่นเอง ผู้บำบัดจะทำหน้าที่คล้ายผู้ให้ประสบการณ์ ผู้ถูกบำบัดจะได้รับและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้บำบัดกำหนดให้อย่างตั้งใจ (Attention) โดยไม่มีอุปสรรคหรือสิ่งรบกวนภายนอกแทรกซึมเข้ามาทำลายกำแพงความตั้งใจนั้นได้เลย จากหลักการของการสะกดจิตดังกล่าว นักจิตวิทยาการกีฬาจึงได้นำมาประยุกต์โดยเน้นการสะกดจิตไปใช้เป็นเทคนิคหรือเครื่องมือในการช่วยเหลือนักกีฬาให้ก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายของแต่ละคน อาทิ การสร้างจินตภาพที่สมบูรณ์แบบในการจินตนาการเกี่ยวกับการแสดงความสามารถของตัวนักกีฬาเอง เป็นต้น




การถูกสะกดจิต (รู้สึก) เหมือนอะไร ?

เคยถูกสะกดจิตหลายคนอธิบายความรู้สึกสนองตอบต่อการสะกดจิตอย่างหลากหลายอย่างไรก็ตามถึงแม้จะพรรณนาความรู้สึกเหล่านี้ได้ค่อนข้างยาก แต่ก็เป็นพื้นฐานที่ควรรับรู้ กล่าวคือ การถูกสะกดจิตจะรู้สึกเหมือนกับ
- การเข้าฌาน หรือการแปรเปลี่ยนของระดับสติสัมปชัญญะสู่สมาบัติ
- การหลุดจากภวังค์ จิตแยกออกจากกาย
- การเข้าสมาธิพร้อมกับผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ
- สุขสงบรื่นรมย์เป็นที่สุด

โดยภาพรวมแล้วหลาย ๆ คนเห็นด้วยกับพื้นฐานความรู้สึกข้างต้นว่า เป็นความรู้สึกที่ ผ่อนคลาย มีสมาธิหลาย ๆ ระดับจนถึง “ฌาน” โดยที่ยังรู้สึกตัวหรือรับรู้ข่าวสารได้อยู่




คนทุกคนถูกสะกดจิตได้หรือไม่ ?

การสะกดจิตเป็นเรื่องของจิต ซึ่งแน่นอนว่าความสามารถในการรับการถูกสะกดจิตย่อม
แตกต่างกัน เพราะเรื่องของจิตเป็นเรื่องของความแตกต่างระหว่างบุคคลอย่างชัดเจน แถมวัดได้ยากอีกด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ เชื่อว่าความสามารถในการทำการสะกดจิตและถูกสะกดจิตก็เช่นเดียวกับความสามารถด้านอื่น ๆ กล่าวคือ มีอยู่ในตัวบุคคลและนำออกมาใช้ได้เมื่อถูกฝึกฝนให้ทำเป็นลำดับจากค่อยเป็นค่อยไปจนถึงขั้นสูงสุดซึ่งทุกคนสามารถพัฒนาขึ้นได้ด้วยการฝึกซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเป็นความคุ้นเคย





มีวิธีการหลากหลายมากมายที่เป็นสาเหตุของการถูกสะกดจิต โดยอาจเริ่มต้นด้วยช่วงหรือระยะแรกของการถูกสะกดจิต ซึ่งเกิดจากการที่จิตถูกเพ่งไปยังสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น การมองลูกกอล์ฟอย่างตั้งใจ แต่ผ่อนคลายทั้งกายและจิต (ใช้เทคนิคการควบคุมการหายใจและเทคนิคการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ) ในเวลาเดียวกันผู้บำบัดหลายต่อหลายคนใช้เทคนิคการนับจำนวนในการนำเข้าสู่ช่วงหรือระยะแรกของการสะกดจิต ต่อจากนั้นอาจใช้เทคนิคการจินตนาการหรือดนตรีเพื่อเข้าสู่ช่วงหรือระยะการสะกดจิตในระดับที่ลึกขึ้น หรืออาจใช้ร่วมกับการให้คำแนะนำ (ใช้คำสั่งต่าง ๆ) ที่
เกี่ยวข้องกับเทคนิคในกีฬาชนิดนั้น ๆ การจินตภาพทักษะท่าทางที่ถูกต้องสมบูรณ์แบบ การทบทวนแผนการเล่น หรือแม้กระทั่งการทบทวนจินตภาพเพื่อให้จดจำได้ลึกซึ้ง แม่นยำยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามมีสิ่งหนึ่งที่นักสะกดจิตทางการกีฬาแนะนำก็คือ ท่าทางของผู้ถูกสะกดจิต (นักกีฬา) ควรอยู่ในท่านั่ง (สบาย ๆ) หรือกึ่งนั่งกึ่งนอน (สบาย ๆ) ตลอดตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งถึงช่วงหรือระยะที่กำลัง จะออกจากการถูกสะกดจิต (ใช้วิธีนับจำนวนทวนกลับจากการนับในช่วงเริ่ม) ทั้งนี้ ด้วยเหตุผล
เพื่อให้นักกีฬา (ผู้ถูกสะกดจิต) ผันเปลี่ยนกระแสฌานกลับสู่ความเป็นตัวตนและการรู้ตัวหรือ
มีสติสัมปชัญญะได้สมบูรณ์แบบดังเดิม



ปัจจุบันนักจิตวิทยาการกีฬาซึ่งเกี่ยวข้องกับการบริหารทีมกีฬาและนักกีฬาระดับอาชีพ ได้พัฒนาการสะกดจิตนักกีฬาไปอีกขั้นหนึ่งโดยสามารถสอนให้นักกีฬาบางคนสะกดจิตตัวเองได้โดย
ไม่ต้องทำงานร่วมกับนักสะกดจิตโดยมีข้อมูลเพิ่มเติมคือการสะกดจิตตัวเองอาจปฏิบัติได้ไม่ลึกเท่าการถูกควบคุมจากผู้สะกดจิต (ผู้บำบัด) แต่จากประสบการณ์ของทั้งนักกีฬาและผู้บำบัดเองพบว่า
เพียงพอแล้วสำหรับการมุ่งไปสู่จุดหมายของการปฏิบัติในแต่ละกรณี





ประโยชน์ของการสะกดจิต

ทั้งโค้ชและนักกีฬาที่เคยใช้การสะกดจิตต่างก็รู้ดีว่า การสะกดจิตให้ผลดีอย่างไรต่อการ
ควบคุมเทคนิคกีฬาและการบำบัดทางจิต การเข้าสู่สภาวะถูกสะกดจะเกิดเมื่อมีการผ่อนคลายซึ่งเป็นผลมาจากความสงบทางจิตและความสบายทางกายควบคู่กัน การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ที่ตามมาก็คือ อัตราการเต้นของหัวใจจะค่อย ๆ ช้าลง ความดันเลือดต่ำลง องค์ประกอบทางเคมีในร่างกายเกิดสมดุลยิ่งขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการนำไปใช้ในการควบคุมความวิตกกังวลและการจัดการกับความเครียดในตัวนักกีฬา และยิ่งภาวะทางจิตเข้าสู่ฌาน ความรู้สึกจะว่างเปล่า ซึ่งในจังหวะนี้เป็นช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับผู้บำบัดที่จะสื่อสาร ออกคำสั่ง กำหนดเงื่อนไข หรือสร้างสรรค์ประสบการณ์ (ทางการกีฬา) ให้เข้าไปเก็บไว้ในจิตใต้สำนึกของผู้ถูกบำบัด (นักกีฬา) ข้อมูลที่ถูกป้อนเข้าไป (ตอนถูกสะกดจิต) ยิ่งมีคุณภาพมากเท่าไรความสามารถที่แสดงออกมาในภายหลังก็ยิ่งมีศักยภาพมากขึ้นเท่านั้น เพราะการสะกดจิตทำให้ผู้ถูกสะกดสามารถปลดปล่อยหรือนำจินตภาพออกมาใช้เป็นรูปธรรมได้อย่างมีพลังอำนาจและมีประสิทธิภาพ



นักกีฬาสามารถใช้ประโยชน์ในการสะกดจิตได้หลายทาง เช่น การเพิ่มความเชื่อมั่นใน
ตนเอง การควบคุมความรู้สึก การควบคุมการตั้งเป้าหมาย การพัฒนาจินตภาพ การปรับภาวะ
สมดุลของระบบในร่างกายและการจัดการกับปัญหาส่วนตัวบางเรื่อง เป็นต้น

ประโยชน์ของการสะกดจิตในนักกีฬาพอจะสรุปแยกแยะได้เป็นประเด็นหลักต่อไป

- ช่วยให้ผ่อนคลายและจัดการกับความเครียด
- ขณะถูกสะกดจิต นักกีฬาจะถูกวางเงื่อนไขให้รู้จักพัฒนาความสามารถในการควบคุมสมาธิ ความสามารถในการสกัดกั้นภาวะทางจิตที่จะมารบกวนหรือทำลายสมาธิ การระลึกถึง
และการลืมประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต
- ช่วยในการควบคุมการทำงานของร่างกายที่เกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติ อาทิ
ความดันเลือด ลดความรู้สึกเจ็บปวด หรือเพิ่มการไหลเวียนเลือดและของเหลวไปสู่ส่วนของ
ร่างกายที่ถูกชนถูกกระแทก ฯลฯ ซึ่งส่งผลให้การฟื้นสภาพจากอาการบาดเจ็บของนักกีฬารวดเร็วขึ้น
- สร้างความเชื่อ (Belief) และความเชื่อมั่นในตนเอง รวมทั้งแรงจูงใจในวิธีการและเทคนิคของการสะกดจิตกับการกีฬา



ผู้เชี่ยวชาญด้านการสะกดจิตแนะนำว่า เป็นเรื่องที่เป็นไปได้มากในการที่จะเรียนรู้การสะกดจิตตนเองจากผู้ชำนาญการ โดยในเบื้องต้นการฝึกการสะกดจิตตนเองนั้นให้ยึดถือแนวทางปฏิบัติต่อไปนี้เป็นพื้นฐาน กล่าวคือ


- กำหนดขอบเขตของสาระหรือสิ่งที่ต้องการในการถูกสะกดจิตให้แคบและชัดเจน เช่น ต้องการผ่อนคลายจากความเครียดอันเนื่องมาจากผลการแข่งขันที่ผ่านมา ฯลฯ
- เขียนหรือบันทึกโดยระบุเจาะจงความคิดที่ต้องคิดถึงในขณะที่จิตถูกสะกด เช่น ขณะทำการแข่งขันต้องคิดถึง : การหายใจช้า ๆ – เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนั้น (ที่ทำให้ไม่สบายใจ) – เทคนิคที่นำมาใช้บำบัด –ลงมือ (จิต) บำบัด
- หาสถานที่ที่สงบ สบาย และปราศจากการถูกรบกวนใด ๆ
- นั่งหรือนอนในท่าที่คิดว่าสบายที่สุด หลับตาแล้วค่อย ๆ ควบคุมความรู้สึกให้ตานั้นหลับลึกขึ้น ๆ โดยไม่ใช่เป็นการหลับด้วยการข่มจิตหรือหลับด้วยการกดเปลือกตา ต่อจากนั้นค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจเข้าออก ปลดปล่อยความคิดที่มีอยู่ในสมองให้ล่องลอยออกไปจากตัวตน
- กำหนดความผ่อนคลายไปทั่วกายให้รู้สึกว่าความตึงในกล้ามเนื้อถูกหลอมละลายไปหมดทุก เส้นใย
- นับเลขในใจ (เช่น 1 – 20) ไปเรื่อย ๆ ช้า ๆ เพื่อช่วยให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น และเพื่อกำจัดความไม่สบายกาย ไม่สบายจิตทั้งปวง
- จินตนาการถึงตนเองว่ากำลังอยู่ในสถานที่ที่สุดชื่นชอบแสนสงบสุขและสวยงามยิ่ง เพลิดเพลินกับจินตภาพนั้นอย่างอิ่มเอิบและได้รายละเอียดมากที่สุด
- เมื่อเกิดความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย ให้เริ่มคิดถึงจินตภาพหรือสาระสำคัญที่เป็นประเด็นหลักในการสะกดจิตซึ่งกำหนดไว้แต่แรกต่อเนื่องไปจนถึงเทคนิคที่นำมาใช้บำบัด เช่น ความรู้สึกผ่อนคลายที่จะเกิดขึ้นในการแข่งขันครั้งต่อไป ฯลฯ หยั่งลึกและซึมซับข้อมูลเหล่านี้ (จินตภาพทั้งหลาย) เข้าสู่จิตให้เต็มเปี่ยมและแจ่มชัด
- เมื่อใดที่รู้สึกเปี่ยมสุขกับการควบคุมจินตภาพได้ทั้งหมด เมื่อนั้นแสดงว่ากำลังเข้าสู่ช่วงหรือระยะของจิตที่ถูกสะกดแล้ว
- หากต้องการออกจากภาวะถูกสะกดจิตก็ทำได้โดยเทคนิคที่เคยแนะนำคือ การนับจำนวนย้อนกลับ เช่น 20 – 1 เป็นต้น แต่ขณะนับให้ใช้เทคนิคการปรับจิตตนเองให้เข้ากับกายและสภาพแวดล้อมเพื่อกลับสู่ภาวะปกติของชีวิตประจำวันด้วย



ปัจจุบันนักกีฬาระดับโลกหลายคนรู้จักวิธีการสะกดจิตตนเองและนำมาใช้กันแล้ว นี่คือ
ช่องว่างระหว่างยุทธศาสตร์ด้านจิตวิทยาการกีฬาของชาติที่พัฒนา (การกีฬา) แล้วกับชาติต่าง ๆ



บทความนี้เป็นของที่ระลึก (Souvenir) ที่ผู้เขียนนำมาฝากนักพลศึกษาทั้งหลาย ซึ่งได้มาจากการร่วมเดินทางไปศึกษาดูงานที่ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ร่วมกับคณาจารย์คณะ
ศึกษาศาสตร์ เมื่อวันที่ 1 – 10 มีนาคม 2548 ผู้เขียนมีโอกาสเข้าเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยและ
สถาบันกีฬาของทั้งสองประเทศ และมีโอกาสได้สอบถามขอความรู้จากนักวิชาการหลายท่าน โดยเฉพาะด้านกีฬา ผู้เขียนได้ค้นพบหลักฐานการพัฒนากีฬาที่เด่นชัด เปรียบเทียบระหว่างไทยกับ ออสเตรเลีย คือคนออสเตรเลียรลงทุนตีตั๋ว 13.50 ดอลล่าร์ออสเตรเลีย ประมาณ 400 บาท เข้าชมสถาบันกีฬาของออสเตรเลียรอบละหลายสิบคน สอบถามทราบว่าส่วนมากประกอบอาชีพต่าง ๆ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกีฬาโดยตรง แต่เล่นกีฬาและสนใจที่จะรู้เรื่องเกี่ยวกับกีฬา ส่วนคนไทย ขนาดกีฬายอดนิยม (ฟุตบอล) แค่ตีตั๋ว 50 บาทค่าดู ยังต้องคิดหน้าคิดหลังอยู่เลย เรื่องนี้เป็นเรื่องของทัศนคติต่อการกีฬาของคนไทย ใครจะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงแนวคิดนี้ในประเทศไทย คงไม่พ้นครูพลศึกษา



นามปากกาผู้เขียน... : SAMOO7Last Answer : 10/5/2553 4:21:08
จาก ข้อมูลในกระทู้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ ในส่วนหนึ่งในการเพิ่มความสามารถ กับกีฬาปิงปองในบ้านเรานะครับ
นามปากกาผู้เขียน... :SAMOO7
Last Answer :10/5/2553 4:29:38
แปลจาก HYPNOSIS IN SPORTS โดย

ผศ.ดร.ศิลปชัย สุวรรณธาดา คณบดีสำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชนาธิป ศิริปัญญาวงศ์ ประธานชมรมนักสะกดจิตแห่งประเทศไทย สมาชิกสมาคมนักสะกดจิตแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา

จากเอกสารประกอบการประชุมวิทยาศาสตร์การกีฬานานาชาติ ประจำปี 2001 ว่าด้วยจิตวิทยาการกีฬา และการจัดการกีฬา

การสะกดจิตคือสภาวะทางจิตสรีระของการจดจ่ออย่างต่อเนื่องในระดับหนึ่ง การสะกดจิตสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในหลายแนวทางในส่วนที่เกี่ยวข้องทางการเแพทย์อย่างเช่น จิตวิทยาบำบัด สะกดจิตบำบัด ทันตรักษ์ และอื่น ๆ อีก ในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการแพทย์ การสะกดจิตยังมีส่วนเกี่ยวเนื่องในเรื่องของการศึกษาทางการกีฬา ไปจนถึงความสามารถทางการสร้างสรรค์

การใช้การสะกดจิตอาจยังเป็นที่เข้าใจผิด ๆ ในทำนองความ ลึกลับ ความจริงแล้วศาสตร์การสะกดจิตสามารถเรียนรู้และวัดผลได้เป็นสภาวะธรรมชาติที่ในสิบคนจะมีคนที่ถูกสะกดจิตไม่ได้อยู่หนึ่งหรือสองคน เหมือนที่บางคนสามารถเล่นเครื่องดนตรีบางอย่างได้ดี ในขณะที่บางคน เล่นไม่ได้ ความสามารถในการรับการสะกดจิตได้ดีมักจะเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก โต (ประมาณ 13 ปี) จนถึงวัยผู้ใหญ่ จำนวนคนร้อยละ 75 สามารถรับการ สะกดจิตได้ดี และประมาณร้อยละ 10 จะรับการสะกดจิตได้ดีมาก

การสะกดจิตจริง ๆ แล้วก็คือการะสะกดจิตตัวเอง นักสะกดจิต เพียงแต่ช่วยให้ผู้รับการสะกดจิตใช้ความสามารถของตัวเองให้ดีขึ้นในการ จมลึกสู่ภาวะภวังค์ เป็นการช่วยให้ผู้รับการสะกดจิตเข้าใจระดับความ สามารถในการควบคุมขบวนการทางจิตใจของตัวเอง ไปจนถึงความ สามารถในการตีความการใช้จิตใต้สำนึก

การสะกดจิตไม่ใช่การนอนหลับ แม้ว่าคำว่าฮิปโนสิส (HYPNO SIS) ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษากรีกจะแปลว่าการนอนก็ตาม ในศตวรรษ ที่ 18 เจมส์ เบรด (JAMES BRAID) แม้จะใช้คำว่า “นิวโรฮิปโนโลยี”

(NEURO HYPNOLOGY) เพื่อพยายามอธิบายถึงภาวะการถูกสะกดจิต ว่าคล้ายสภาวะการหลับที่พิเศษ แต่การถูกสะกดจิตก็ยังห่างไกลจากการนอนอยู่ดี เพราะผู้รับการสะกดจิตยังตื่นอยู่และรู้สึกตัวอยู่เสียด้วยซ้ำ

ความคิดว่าการะสะกดจิตเป็นสภาวะการทำให้หลับเกิดขึ้นกับเฉพาะคนที่เฝ้าสังเกตการณ์เท่านั้น เขาจะเห็นผู้ที่รับการสะกดจิตว่าอยู่ใน ภาวะที่ไม่ตอบสนองกับความเป็นไปในสภาวะแวดล้อม ที่เป็นเช่นนี้ เพราะผู้รับการสะกดจิตถูกชักจูงให้ตอบสนอง และมุ่งเน้นแต่กับความรู้ สึกภายในของตัวเองแทนที่การตอบสนองกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว

การถูกสะกดจิตได้ ไม่ได้หมายถึงการที่เรามีจิตอ่อน เป็น ความเข้าใจผิดที่ว่าคนที่ถูกสะกดจิตได้เป็นคนที่มีจิตอ่อน ในทางตรงข้าม หมายถึงว่าคน ๆ นั้นมีสมาธิที่ดีมาก มีจิตจดจ่อง่ายและเร็วกระทั่งสามารถ หยุดการรับรู้และตอบสนองสภาพแวดล้อมได้ รวมถึงความสามารถใน การจินตนาการและควบคุมจิตใจของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น ในการทดลอง พบว่าคนกลุ่มนี้มีความสามารถปกป้องตัวเองจากผลกระทบทางจิตวิทยาได้ เป็นอย่างดี หมายถึงว่าคนกลุ่มนี้มักเป็นผู้ที่มีอารมณ์แจ่มใสเสมอ ปล่อย วาง ไม่ระแวง ไม่ขลาดกลัว มักไม่มีปัญหาทางด้านจิตบำบัด

การสะกดจิต ไม่ใช่การบำบัดโดยตรง การสะกดจิตเหมือนการวิเคราะห์ทางจิตวิทยา เกี่ยวข้องกับแนวทางพฤติกรรมบำบัดมากกว่า การสะกดจิตเพียงแต่ถูกนำมาใช้ประกอบ ในการบำบัดหลาย ๆ ทาง สภาวะมีสมาธิจดจ่อและสภาวะภวังค์จะช่วยได้มากในเรื่องของการควบคุม

อาการตื่นกลัว ระงับความเจ็บปวด ควบคุมจิตใจให้นิ่งสงบได้เป็นอย่างดการสะกดจิตกับการกีฬา
เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเมื่อเราได้รับการเรียนรู้ว่า ในโลก ตะวันตก การสะกดจิตถูกนำมาใช้ในด้านการกีฬานานนับปีแล้ว โดยใช้ การสะกดจิตในการเพิ่มความสามารถทางสรีระและจิตใจของนักกีฬา

มีการวิจัยที่พูดถึงการนำการสะกดจิตมาใช้ ในการกีฬามากมาย ซึ่งนำมาสรุปความเฉพาะบางส่วนในที่นี้ คือ

1. มีการกล่าวถึงการทดสอบทางด้านกรีฑา ที่ใช้การสะกดจิตช่วยในการเพิ่มความสามารถของนักกีฬา และสรุปผลว่ามีผลดีขึ้นโดยรวม

2. มีการกล่าวถึงนักกีฬาบางคนที่ไม่สามารถใช้ความสามารถของตัวเองได้เต็มศักยภาพสูงสุดที่มีอยู่ ทั้งจากเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้กล้ามเนื้อและ ความอดทนของจิตใจ เมื่อครูฝึกใช้การการสะกดจิตเข้าช่วยจะทำให้นักกีฬานั้นสามารถใช้ศักยภาพของตัวเองได้มากขึ้น

3. การสะกดจิตยังทำให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นในอัตราการหายใจ การ ไหลเวียนของโลหิต จนถึงการทำงานของเมทาโบลิค (METABOLIC) ที่ดีขึ้นในการออกกำลังกายของนักกีฬา

4. ความพยายามและมุ่งมั่นของนักกีฬาก็ถูกบันทึกไว้ ว่าสามารถควบคุมได้ดีขึ้นขณะออกกำลังกายของนักกีฬา เมื่อใช้การสะกดจิตเข้าช่วยนอกจากนี้ ยังสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในการตอบสนองทางสรีระที่ดีขึ้นของนักกีฬาที่ใช้การสะกจดิตเข้าช่วยการสะกดจิตช่วยระงับความตื่นเต้น (ZONE OF ANXIETY)และช่วยกำหนดเป้าหมายของนักกีฬาอย่างสมเหตุผล (IDEAL

PERFORMANCE STATE)

ในการวิจัยพบว่า นักกีฬาส่วนใหญ่จะใช้ความสามารถของ ตัวเองได้สูงสุดเมื่อความตื่นเต้นลดลงต่ำสุด ขณะเดียวกันระดับความ ตื่นเต้นที่มากขึ้นก็มีผลต่อระดับการใช้ความสามารถที่ลดลง ซึ่งดูเหมือน จะเป็นผลสรุปว่าการลดความตื่นเต้นของนักกีฬาจะทำให้นักกีฬาเล่นได้ดีขึ้น มันยากตรงที่ว่า ในขณะที่การปลุกเร้านักกีฬาให้ใช้ศักยภาพสูงสุดที่มีทำให้นักกีฬามีความตื่นเต้นเพิ่มขึ้นด้วย เมื่อนำการสะกดจิตมาใช้ จะพบได้ว่า แทนที่นักกีฬาจะมีความตื่นเต้นและทำให้ศักยภาพลดลง ได้ เปลี่ยนความตื่นเต้นเป็นความตื่นตัวในขณะที่ศักยภาพก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังพบว่าเมื่อนักกีฬาแต่ละคนบรรลุและมีประสบ การณ์ในการเข้าถึงจุดสูงสุดในศักยภาพของตัวเองแล้ว ก็จะตั้งมาตรฐาน ของตัวเองที่จะไม่ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต่ำไปกว่านั้น ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่จะ หวาดวิตก ว่าตัวเองจะทำอย่างนั้นไม่ได้อีกด้วยอุปสรรคต่าง ๆ หรือเริ่ม ไม่ แน่ใจว่าตัวเองได้ไปถึงเป้าหมายอย่างสมเหตุผลของตัวเองหรือไม่ จน ถึงภาวะวิตกจริต ว่าการเข้าสู่จุดสูงสุดทางศักยภาพของตัวเองเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นน้อยมาก และไม่พบวิถีทางที่จะเข้าสู่ภาวะนั้นโดยง่าย ไม่แน่ใจว่าจะ เกิดขึ้นเมื่อไหร่ การสะกดจิตจะช่วยให้นักกีฬาสามารถควบคุมสภาวะอารมณ์ของตัวเองให้ดีขึ้น และเพิ่มความมีเหตุผลในการสำรวจและเพิ่ม ศักยภาพของตัวเองในขณะเล่นกีฬา

การสะกดจิตถูกนำมาใช้ ในการแก้ปัญหาความตกต่ำทางศักยภาพของนักกีฬานักเบสบอลเลื่องชื่อคนหนึ่งกล่าวว่า เขาใช้การสะกดจิตในการ ทำให้ศักยภาพที่เสียไปกลับคืนมา ปกติเขาจะมีความสามารถในการตีลูก ได้เกิน 300 แม้ในการเล่น 20 ครั้งหลัง ความสามารถของเขาลดต่ำลง แม้ แต่โคชเองก็วิเคราะห์ไม่ได้ และไม่สามารถช่วยให้ความสามารถกลับคืน มาได้

ในการสะกดจิตนั้น นักสะกดจิตได้ขอให้เขาวิเคราะห์ถึงที่มา ของปัญหาของความสามารถที่ลดต่ำลง โดยการนับจาก 1 ถึง 10 ในขณะ ที่นับนักเบสบอลคนนี้จะเริ่มเข้าสู่ภวังค์ และสามารถวิเคราะห์ปัญหาความสามารถในการตีของตัวเองได้จากจิตใต้สำนึก และเมื่อนับถึง 10 แล้ว ปรากฎว่านักเบสบอลคนนั้นมีสีหน้าที่ดูเหมือนถูกปลดปล่อยขึ้นมา ทันที เขาไม่สามารถวิเคราะห์ความบกพร่องของตัวเองได้ในสภาวะปกติ ธรรมดา จึงต้องพึ่งพาการสะกดจิต โดยวิเคราะห์ความบกพร่องในการตี ครั้งที่ผ่าน ๆ มาของตัวเองด้วยจิตใต้สำนึก ปรากฎว่าหลังจากการสะกด จิตครั้งนั้น นักเบสบอลคนนี้สามารถตีลูกได้ในระดับเฉลี่ย 400

การสะกดจิตที่ใช้ในการลดความเจ็บปวด

การสะกดจิตเพื่อลดความเจ็บปวด เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง เป็นที่ทราบกันดีว่าความเจ็บปวด จริง ๆ แล้วจะมากหรือน้อยขึ้นกับประ สบการณ์ทางจิตวิทยาของแต่ละคน การสะกดจิตสามารถบรรเทาความ เจ็บปวดได้ มีหลายวิธีที่ใช้เพื่อลดความเจ็บปวด วิธีการส่วนใหญ่มักใช้ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อควบคู่ไปกับการจินตนาการเพื่อลดความวิตกที่เกิด จากความเจ็บปวด การสะกดจิตใช้ช่วยในการลดความเจ็บปวดบั้นเอว จากการตีเทนนิส ข้อเท้าแพลง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อเท้าและส้นเท้า ฯลฯ

การสะกดจิตช่วยในขบวนการเรียนรู้

การออกกำลังกายควบคู่การสะกดจิต ช่วยเพิ่มทักษะได้เร็วขึ้น การจดจำและการเรียนรู้ใช้เวลาน้อยลง เมื่อใช้ขบวนการสะกดจิตเข้าช่วย นักกีฬาสามารถใช้การสะกดจิตช่วยทั้งทางด้านสรีระและจิตใจ ความผิด พลาดในการเล่นกีฬาจะลดลงด้วยเช่นกัน

ท้ายที่สุด การสะกดจิตมีผลในการกีฬาและจิตวิทยาเป็นอย่าง มาก อย่างไรก็ตามผู้ที่จะทำการสะกดจิตจะต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้จริง ในเรื่องการสะกดจิต

นามปากกาผู้เขียน... :SAMOO7
Last Answer :10/5/2553 4:27:20

 

Log in before, please.

 

VIP SPONSOR

 

ห้ามอย่านำสินค้าหนีภาษี - สินค้าหิ้วเข้ามาเอง - สินค้าปลอม มาจำหน่ายในเวปนี้
 
© 2018 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com