Ping Pong Board
บอร์ด: คนไทยเก่งปิงปอง
บอร์ด: การแข่งขันทั่วไทย
บอร์ด: พูดคุยทั่วไป-สินค้ามือ 2
บอร์ด: สินค้ามือสอง On FB
บอร์ด: แปลงสินทรัพย์เป็นทุน
บอร์ด: ขายสินค้าใหม่ มือ 1
บอร์ด: รีวิวอุปกรณ์
บอร์ด : รีวิวอุปกรณ์ On FB
บอร์ด: เทคนิคการเล่นปิงปอง
บอร์ด: การเมืองเรื่องปิงปอง
บอร์ด: บริจาคอุปกรณ์เหลือใช้
บอร์ด: ปรึกษาอาการบาดเจ็บ
บอร์ด: ปิงปองทุกจังหวัด
บอร์ด: ชมรมคนเล่นยางเม็ด
บอร์ด: จับแบบไม้จีน ไม้ญี่ปุ่น
บอร์ด: สนทนาภาษาปิงปอง
บอร์ด: นัดกันไปเรียน ไปเล่น
บอร์ด: Chat Online
บอร์ด: เล่นเกมส์ปิงปอง
บอร์ด: เกมส์ออนไลน์
สำหรับสมาชิก
นามปากกา
รหัสผ่าน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิกใช้งาน
กระทู้โดนใจชาวปิงปอง
สถานที่รับสอนปิงปอง
บอร์ดซื้อขายสินค้ามือสอง และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
ตั้งกระทู้-เฉพาะกีฬาปิงปอง
รวมบทสัมภาษณ์นักปิงปองระดับโลก (แปลไทย) Credit : คุณ asturias
(Reader : 11014)
Credit ต้องยกให้คุณ asturias แต่เพียงผู้เดียวนะครับ

[b] บทสัมภาษณ์: Wang Liqin [/b]

เป็นบทสัมภาษณ์ตอนปี 2002 ในวารสารกีฬาของจีนครับ

นักข่าว- หวัง มีข่าวลือกันหนาหูว่าระดับของโค้ชในทีมชาติเกรดต่ำ คุณคิดว่าไง?

หวัง ลี่ฉิน- ถ้าจะพูดให้ตรงจุดเลยนะ…ยังมีโค้ชที่ดีอยู่ในทีมชาติเรามากมาย บางทีอาจเป็นเพราะโค้ชโดยมากของเราอายุยังน้อยอยู่ เลยอาจไม่เข้มงวด หรือว่าระเบียบจัดเหมือนโค้ชที่อายุมากแล้วน่ะ

นักข่าว- เราได้ยินมาว่าคุณเปลี่ยนโค้ชส่วนตัวเป็นคนใหม่แล้ว แล้วผลเป็นยังไงบ้าง?

หวัง- หา!!…ไปเอามาจากไหน ใครบอกว่าผมมีโค้ชใหม่? โค้ชผมยังคงเป็น ฉี จีเห่า ปิงปองไม่เหมือนฟุตบอลที่โค้ชจะมายืนที่ข้างสนามได้แล้วส่งเสียงแก้เกมส์ เวลาเราอยู่บนคอร์ทเราจะอยู่คนเดียว โค้ชตะโกนก็ไม่ได้ ผลมันจะขึ้นกับสิ่งที่เราเล่น เวลาที่เราแพ้จึงตำหนิโค้ชไม่ได้เหมือนฟุตบอลไง

นักข่าว- มีการพูดกันมากว่า หลิว กั๊วะเหลียง คือตัวตายตัวแทนของ ไค เชนหัว คุณคิดว่าไง?

หวัง- ผมว่ายังเร็วไปที่จะสรุปตอนนี้ ผมเห็นว่าหลิวทำงานโค้ชได้ดีนะ เค้าเข้าใจในงานดี ตอนที่เค้ายังเล่นอยู่ เราซ้อมด้วยกัน เค้ามักจะพูดถึงเรื่องของเทคนิคอยู่บ่อยๆน่ะ เค้ามีกระบวนการคิดในการแก้เกมส์ที่ดีมาก ข้อด้อยนั้นผมคิดว่าประสบการณ์ที่ยังน้อยนะ แต่ต่อไปก็คงไม่เป็นปัญหา โค้ชคนอื่น อย่าง ลู่ หลิน หรือ ฉี จีเห่า ก็เคยเป็นผู้เล่นระดับโลกมาก่อน งานโค้ชก็ทำได้ดีด้วย
.
นักข่าว- พอจะพูดอะไรซักนิดเกี่ยวกับ ติโม โบล หรือ จวน จีหยวน บ้างได้มั้ย?

หวัง- สองคนเนี่ยมีการพัฒนาที่ดีมาก ติโม โบล มีลูกเสิร์ฟที่ดีมาก แล้วก็เป็นคนที่ไม่ค่อยตีเสียเองง่ายๆ มีจังหวะการบุกที่ต่อเนื่อง สม่ำเสมอ การเปลี่ยนจากตั้งรับมาเป็นบุกทำได้ดี มีเซนส์ของจังหวะ มีสัมผัสที่ยอดเยี่ยม ส่วน จวนนั้น มีสไตล์การเล่นที่ดุดัน เล่นลูกสั้นในโต๊ะได้ดีมาก เปิดเกมส์บุกชิดโต๊ะได้ดี แล้วก็มีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว หลายครั้งเค้าจะดีดแบ็คแฮนด์ได้ดีจากแทบทุกจุดเลย ข้อด้อยของเค้าน่าจะเป็น…การเล่นลูกระยะห่างจากโต๊ะปานกลางนะ กำลังเค้าจะไม่พอน่ะ
นักข่าว- ทีมเกาหลีค่อนข้างมั่นใจว่า ชายคู่ของพวกเค้ามีภาษีดีกว่าพวกคุณ คุณคิดยังไง? ตั้งแต่ที่คุณกับ ยัน เซ็น ไม่ได้เล่นด้วยกันแล้วคุณเล่นคู่กับใคร?

หวัง- ชายคู่ของเกาหลีในปีนี้ก็ทำได้ดีนะ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเค้าเก่งกว่าเราหรอก อืม…ผมอยากให้เข้าใจชัดๆนะว่า ผม กับ ยัน เซ็น ไม่ได้มีปัญหากันนะ ยัน เค้าเล่นที่ลีกญี่ปุ่น เค้าเลือกไปเล่นไกลบ้าน ลองถ้าเราได้ซ้อมด้วยกันนะ…ไม่แพ้ทีมเกาหลีหรอก (ก็คือชนะ- ผู้แปล)

นักข่าว- ตอนนี้ดูเหมือนว่าทีมจีนทำผลงานได้ไม่ค่อยดี เพราะว่ากติกาเปลี่ยนหรือว่าปัจจัยอื่น?

หวัง- โอ้…ชัดเจนเลยครับว่าปัจจัยหลักคือการเปลี่ยนมาใช้เกมส์-11 ผู้เล่นบางคนเล่นเกมส์ 21 ไม่ดี พอมาเกมส์ 11 ก็กลายเป็นการไปทำให้ช่องว่างระหว่างฝีมือมันลดลงน่ะ อย่าง…ถ้าเกมส์-21นะ ความแตกต่างของฝีมือจะแสดงให้เห็นตอนกลางเกมส์ แต่ในเกมส์11 ถ้าเปิดเกมส์ไม่ดีนะ จะกดดันไปทั้งเกมส์เลยล่ะ มันง่ายมากที่จะทำให้เรากดดัน นั่นทำให้คุณดึงทักษะระดับสูงออกมาได้หมดในช่วงแค่11 แต้ม ผมว่ามันเล่นยากขึ้นนะ หลังเปลี่ยนกติกาก็เห็นมีหลายคนอันดับขยับขึ้นสูงไม่ใช่เหรอ.

นักข่าว- เราได้ยินมาว่า ปีหน้าอาจจะมีการทบทวนกติกาแล้วอาจกลับมาใช้เกมส์21 อีก คุณว่าเป็นไปได้มั้ย

หวัง- หือ…ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนนะ ผมว่านะ…ต่อให้กระทรวงการกีฬาของจีนส่งเรื่องไปนะ ITTF ก็ไม่ฟังหรอก พวกเค้าพยายามมากนะที่จะลดข้อได้เปรียบของพวกเรา แล้วก็…ดูเหมือนว่าเกมส์-11 มันจะได้ผลด้วยสิ ทำไมพวกเค้าจะกลับไปหาของเก่าล่ะ





[b] บทสัมภาษณ์: Wang Hao [/b]
เอามาลงให้นะครับ หลังชิงแชมป์โลกที่ปารีส มีบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจอีกเยอะเลย จะเอามาลงให้นะครับ แล้วไอ้ที่บอกว่าผมโกหกอายุของ ติโม โบล นั้นหาข้อมูลเก่ง ผมจะโกหกหาอะไรครับ ว่างก็แปล ไม่ได้อะไรเป็นรูปธรรมแบบที่ทุนนิยมพร่ำเค้าสอนว่า สิ่งที่ทำต้องก่อทุน หรอกครับ ทำเพราะใจรักล้วนๆ
สำหรับคนที่ยังติดตามงานแปลอยู่ก็ขอขอบคุณมากนะครับ

บทสัมภาษณ์หลัง WTTC 2003,Paris

นักข่าว- หวัง เห่า คุณประทับใจอะไรกับชิงแชมป์โลก ที่ ปารีส คราวนี้บ้างครับ?

หวัง เห่า- ผมประทับใจ เมือง ผู้คน แล้วก็อากาศที่นี่นะ ผู้ชมก็กระตือรือร้นมากเป็นพิเศษ มากกว่าที่เราคาดไว้ซะอีก

นักข่าว- ก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ คุณตั้งเป้าไว้อย่างไร?

หวัง เห่า- จริงๆแล้วนะ ผมคาดหวังแค่นิดเดียวเองครับ

นักข่าว-พอจะบอกได้มั้ยว่า เกิดอะไรขึ้น ตอนเจอกับ เฉิน เว่ยซิง

หวัง เห่า- ผมเคยเจอเค้ามาก่อนครั้งเดียวแล้วผมก็ชนะ ตอนแข่งพอเค้าเริ่มเข้ามาเล่นชิดโต๊ะ อ่านทางผมได้ ผมก็เริ่มอึดอัดน่ะ บางทีก็อาจจะเป็นเพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผมเข้าแข่งรายการนี้ก็ได้ ผมเล่นเกร็งมากตอนนั้น พยายามบอกตัวเองแล้วว่าอย่าเกร็ง แต่ผมก็คุมตัวเองไม่ได้เลย ใช้ทักษะ กลยุทธ์สร้างโอกาสบุกก็ไม่ได้ด้วย

นักข่าว- แล้วก่อนมาที่นี คุณได้ซ้อมกับมือรับบ้างมั้ย?

หวัง เห่า- ครับ ซ้อมครับ

นักข่าว- แล้วการเล่นคู่กับ คอง หลิงฮุยล่ะเป็นยังไงบ้าง?

หวัง เห่า- ครั้งนี้เป็นครั้งแรกครับที่เราได้เล่นคู่กัน เริ่มแรกเราเล่นคู่กันที่เซี๊ยะเหมิน ก็ใกล้ๆกับที่ซ้อมของทีมชาตินั่นแหละครับ คอง เล่นแบบ ออลราวน์ ส่วนผมก็มีทักษะแบบพิเศษ นั่นทำให้คู่เราแกร่งมาก คู่ต่อสู้ต้องหวั่นกันบ้างล่ะ นั่นเลยเป็นเหตุผลที่โค้ชจับให้เราเล่นคู่กัน แล้วก็ประสบความสำเร็จมากนะ ถ้าคุณไปดูผลงานของเราจะเห็นว่า เมื่อเราเจอคู่ของต่างชาติ เราจะทำได้ดีมาก ทั้งแท็คติค แล้วก็กลยุทธ์ที่มันลงตัว ก็เลยดูเหมือนว่าคู่เรามีลักษณะเฉพาะน่ะ

นักข่าว-แล้วคิดว่าจะเล่นคู่กับ คอง ในโอลิมปิคปีหน้ามั้ย

หวัง เห่า- ผมก็คิดว่างั้นนะ
นักข่าว- ครั้งนี้เป็นครังแรกที่คุณเล่นคู่กัน แล้วก็ได้เหรียญเงิน นั่นถือว่าเยี่ยมมากนะ…

หวัง เห่า- ก่อนหน้านี้ คอง เป็นทั้งแชมป์โลก แล้วก็แชมป์โอลิมปิค นั่นทำให้เค้าคุ้นเคยกับบรรยากาศของรอบชิงฯ สำหรับผมแล้ว นี่เป็นชิงแชมป์โลกครั้งแรก ผมแพ้ในการเล่นเดี่ยว จึงอยากจะเอาชนะในการเล่นคู่
ตอนนั้นก็อึดอัดนะ เร่งตัวเองมากเกินไปด้วย ผมก็ยังคุมตัวเองไม่ได้ดีนัก เพราะว่าเราชิงกับเพื่อนทีมชาติด้วยกัน เราคุ้นเคยสไตล์ของกันและกันดี หวัง ลี่ฉิน และ ยัน เซ็น เค้าเล่นคู่กันมานานแล้ว พวกเค้าเข้าใจกันดี นั่นแหละที่ทำให้พวกเค้าชนะ

นักข่าว- แล้วผลงานในลีกประเทศจีนล่ะ เป็นยังไงบ้าง?

หวัง เห่า- เราเจอกันบ่อยมาก ความรู้สึกมันจะแตกต่างออกไปนะถ้าไปเล่นที่ข้างนองเมืองจีน เพราะว่า
หวัง ลี่ฉิน กับ ยัน เซ็น เค้าเป็นคู่แชมป์โลก พวกเค้าคุ้นเคยกับเงื่อนไขของรอบชิงฯ มันมีอะไรอีกหลายอย่างน่ะ แล้วผมก็ไม่คุ้นกับรอบชิงเอาซะเลย

นักข่าว- แล้วกติกา เกมส์-11 ส่งผลกับคุณมั้ย?

หวัง เห่า-ตอนนี้ สำหรับผมแล้วค่อนข้างที่จะปรับตัวได้ดี แล้วก็ไม่ได้คิดว่ามันส่งผลอะไรมากนัก

นักข่าว- พูดกันมาเยอะมากว่า คุณเหมือน หลิว กั๊วเหลียง ตอนที่เขายังเด็ก คุณมีความเห็นกับตรงนี้ว่ายังไง?

หวังเห่า- โอ้…ผมก็หวังว่าผมจะได้แชมป์แกรนด์ สแลมซักครั้ง ผมมีสไตล์แล้วก็เอกลักษณ์ของตัวเอง ผมจะต้องปรับเกมส์ให้มันเข้ามางผม

นักข่าว- ขอเอาใจช่วยให้ฝันของคุณเป็นจริงนะครับ

หวัง เห่า- ครับ ขอบคุณมากครับ





[b] บทสัมภาษณ์ Ma Lin [/b]

แปลมาจาก January 2003 issue of “Table Tennis World”, and was written prior to the Pro-Tour Grand Finals in Sweden

นักข่าว- หม่า คุณขึ้นเป็นมือหนึ่งของโลก แล้วก็เป็นแชมป์ 2 ทัวร์นาเมนท์แล้ว คุณคิดว่านั่นทำให้คุณมั่นใจว่าจะได้แชมป์รายการแกรนด์ ไฟนอลมั้ย ? ( แกรนด์ ไฟนอล = รายการใหญ่ๆ เช่น ชิงแชมป์โลก)

หม่า หลิน- ไม่นะ คือเราจะไปเล่นด้วยความกดดันที่มากขนาดนั้นไม่ได้หรอก คุณจะต้องไม่คิดว่ามันจะเป็นอย่างนั้น มันจะเป็นอย่างนี้ ผมว่าความคาดหวังมากมันจะกดดันนะ

นักข่าว- คุณคือตัวเต็งคนหนึ่งที่จะได้แชมป์ เวิลด์ คัพ แต่คุณก็ไปได้ไกลแค่รอบแปดคนสุดท้าย เพราะอะไรครับ?

หม่า หลิน- คือ…ผมเพิ่งกลับมาจาก 2 ทัวร์นาเมนท์ที่ยุโรป แล้วรูปร่างผมตอนนั้นก็ไม่ดีเท่าไหร่ สภาพจิตใจก็ด้วย ผมรู้สึกเหนื่อยมากนะในตอนนั้น ถ้าคุณจะแข่งรายการใหญ่ๆคุณจะต้องฟิตอย่างมาก ต้องกระตุ้นตัวเองให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา จะเฉื่อยไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคุณก็จะได้พับกระเป๋ากลับบ้านเร็วกว่าคนอื่น

นักข่าว- คุณเล่นได้ดีมากนะกับโปรทัวร์ทั้งสองรายการ ที่โปแลนด์ แล้วก็เดนมาร์ก เอาชนะ ติโม โบล กับชเลเกอร์ได้ง่ายๆเลย…

หม่า หลิน- หลังจาก เวิลด์ คัพ ผมก็กลับไปปักกิ่ง ตอนนั้นมีเวลาปรับอะไรๆอยู่อาทิตย์นึงมั้ง ก็เลยเลือกปรับกลยุทธ์ที่ยากๆ แล้วก็แบบแผนการซ้อมที่มันยากๆน่ะ ตรงนี้แหละที่ช่วย

นักข่าว- คุณเคยนับบ้างมั้ยว่าปีนี้คุณได้แชมป์โปรทัวร์ กี่แชมปืแล้ว? แล้วก็…ปีนี้คุณแพ้ จวน จี หยวน 2 ครั้งแล้ว เค้าทำให้คุณหนักใจมากมั้ย?

หม่า หลิน- ปีนี้ผมเป็นแชมป์ 4 รายการ แล้วก็ จวน เหรอ…อืม สไตล์ของเค้าน่ะเหมือนนักกีฬาจีนเลย เค้าเล่นที่ดิวิชั่น 2 อยู่นานนะ เลยทำให้จับทางนักกีฬาจีนถูก ครั้งแรกที่ผมเจอเค้าก็…ที่กาตาร์ ผมนำอยู่ 3-1 แต่ก็โดนแซงกลับมาชนะผมเฉยเลย ตอนนั้นผมว่าเป็นเพราะความกังวลมากไปหน่อย แล้วอีกครั้งที่ฮอนแลนด์ ผมก็ประมาท ไม่ปรับตัวตามการแปรผันเกมส์ของเค้าน่ะ ก็เลยแพ้ไป

นักข่าว- คุณเป็นคนที่มีการพัฒนาเร็วมาก แล้วในทีมชาติล่ะ เทียบกับคนอื่น คุณเป็นยังไงบ้าง?

หม่า หลิน- ทุกคนในทีมเราอยู่ในระดับเดียวกันนะ แต่เราก็จะเห็นอยู่ตลอดว่าในทีมนั้นจะมีอยู่คนหนึ่งล่ะที่ยอดเยี่ยมทั้งทางกายภาพ หมายถึงการเล่นน่ะ แล้วก็ทางจิตใจที่มีต่อเกมส์ พวกเราก็อยู่ในระดับเดียวกับผู้เล่นต่างชาติหลายคนนะ

นักข่าว- การที่คุณตกรอบในโอลิมปิก ที่ซิดนีย์ เป็นบทเรียนที่หนักมากสำหรับคุณ ประสบการณ์ในครั้งนั้นสอนอะไรคุณบ้าง?

หม่า หลิน- ก่อนเล่นที่ซิดนีย์ มันมีสัญญาณมาก่อนแล้ว ว่าทัวร์นาเมนท์ก่อนหน้านั้นผมทำได้ไม่ดีเลย โค้ชเค้าแก้เกมส์ให้แล้ว แต่ผมก็ทำไม่ได้เอง ผมผิดหวังมากที่ทำงานร่วมกับคนอื่นเป็นทีมไม่ได้ในตอนนั้น พอทุกอย่างมันดีขึ้น ผมมองย้อนไปก็เห็นว่าอะไรๆมันไม่ได้ดีขึ้นมากเพราะแค่ผมเดินจากไปหรอก…

นักข่าว- ตั้งแต่ ITTF เปลี่ยนกติกาใหม่ คุณเป็นคนหนึ่งที่เล่นได้เสมอต้นเสมอปลายดีมาก แต่ตอนเอเชี่ยน เกมส์ ทำไมอะไรๆ ดูไม่เป็นอย่างนั้นล่ะ?

หม่า หลิน- อืม…ผมว่ามีอยู่ 2 อย่างนะ อย่างแรกคือ ถ้าเราเจอผู้เล่นเอเชีย อย่าง จวน,มัตซูชิตะ แล้วก็โอ ซาง อุน ผมไม่ได้เปรียบอะไรเลยนะ เมื่อเทียบกับเพื่อนในทีมชาติด้วยกัน อย่างที่สอง กติกาใหม่ก็ตั้งขึ้นมาอยู่อย่างนั้น แต่เราก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจะมีผลอะไรกับเกมส์ของเรามากกว่านี้รึเปล่า โค้ชของเราหลายคนจึงเห็นว่า ในทีมควรเอา คอง หลิงฮุยไปด้วย

นักข่าว- แฟนๆบางกลุ่มในเวปบอกว่า ไม่ว่าอะไรมันจะยากแค่ไหน หม่า หลิน ผ่านได้อยู่แล้ว แม้ว่าจะลือกันอยู่หนาหู แต่คุณก็ยังพลาด ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่อื่นไกล เพื่อนร่วมทีมของคุณเอง ตรงนี้คุณรู้สึกยังไงบ้าง?


หม่า หลิน- ปิงปอง เป็นกีฬาที่มีความเฉพาะตัว เฉพาะบุคคล ไม่เหมือนกีฬาอื่น ถ้านักกีฬาจีนเข้าชิงฯกันเอง นั่นคือคุณเจอเพื่อนร่วมทีมคุณ คุณต้องแข่งกับเพื่อนร่วมทีมนะ ความรู้สึกผมเหรอ…อืม…ผมจะคิดว่าอย่างแรกเลยคือต้องเก็บนักกีฬาชาติอื่นให้ได้มากที่สุดไว้ก่อน มันจะดีต่ออันดับของผม เรื่องที่จะต้องเจอเพื่อนน่ะเอาไว้ทีหลัง

นักข่าว- คุณ กับ คอง หลิงฮุย เล่นคู่กันมาตั้งแต่ ไชน่า โอเพ่น นั่นก็พักใหญ่แล้ว แต่ผลการแข่งไม่ดีเลย เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า พอจะเล่าให้เราฟังได้มั้ย?

หม่า หลิน- ตอนที่ คอง เล่นคู่กับ หลิว กั๊วเหลียง ตำแหน่ง ท่าทาง เค้าดูดี เป็นธรรมชาติมาก หลิวเค้าเล่นเม็ดสั้น ส่วนผมเล่นยางเรียบ ผมได้เปรียบนิดหน่อยกับลูกไกลโต๊ะ แต่กับคอง ผมกับเค้าค่อนข้างจะซ้อนทับกันนะ เล่นมือขวาเหมือนกันด้วย เราก็พยายามปรับตัวเข้าหากัน เราคุยกันเรื่องฟุตเวิร์ค แล้วก็จะสร้างเกมส์ไม้สามยังไง ตั้งแต่เอเชี่ยนเกมส์แล้วเราก็ซ้อมคู่กันน้อยลง ถ้ามีเวลาน้อยเราก็จะมาเจาะตรงปัญหาของกันและกันตอนซ้อมไปเลย แบบนี้ก็ได้ผลนะ

นักข่าว- หลิว กั๊วเหลียง ประสบความสำเร็จสูงสุดกับไม้จีน คุณเป็นคนหนึ่งที่พัฒนาทักษะแบบใหม่ของไม้จีน หวัง เห่า ก็ด้วย ดูเหมือนว่าเค้าทำได้ดีมากเลยนะ เกี่ยวกับ หวัง เห่า เนี่ย คุณคิดยังไง?

หม่า หลิน- หวัง ยังพัฒนาได้อีกมาก เค้าเล่นเกมส์โต้นานๆได้ดีกว่าคนจับไม้จีนทั่วไป เกมส์ไม้สามของเค้าก็ดีกว่าคนที่จับเชคแฮนด์มาก เค้าผสมเอาข้อดีของทั้งสองสไตล์เข้าด้วยกัน แต่ผมว่าเค้ายังมีจุดอ่อนนะ ตรงเกมส์รับ แล้วก็การเปิดเกมส์ไม้สามเมื่อเทียบกับไม้จีนคนอื่นยังถือว่าช้าอยู่ พวกยุโรปมีไม่กี่คนหรอกทีสู้กับเค้าได้ ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ถ้าเค้ารักษาระดับการเล่นแบบนี้เอาไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ ผมว่าเค้าก็สามารถขึ้นถึงจุดสูงสุดได้

นักข่าว- หลายครั้งเราก็เห็นนะว่าคุณมักเฉื่อยลงนิดหน่อยเวลาแข่ง ลังเลในเกมส์ที่สำคัญ ตรงนี้เป็นปัญหาใหญ่ของคุณเลยมั้ย คุณจัดการกับตรงนี้ยังไง?

หม่า หลิน – ครับ ตรงนี้ผมยอมรับว่าจริง ในการแข่งจริงๆนะ มันจะมีปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อการเล่นของคุณเยอะเลยแหละ คุณอาจเล่นไม่ถึงระดับเมื่อนตอนที่คุณซ้อมก็ได้ โอ๊ย…ความกดดันมันมาจากหลายที่ บีบให้เราต้องเล่นแบบปลอดภัยไว้ก่อนนี่ก็อย่างนึงล่ะที่มักเกิดกับผมเวลาแข่งรายการใหญ่ๆ หลังสองทัวร์นาเมนท์ที่ผ่านมา หลิว กั๊วเหลียง ยกเอาเรื่องนี้มาถกอย่างหนักเลยล่ะว่าจะแก้กันยังไง ตอนนี้ผมก็ฝึกในเรื่องที่จะจัดการกับตรงนี้ด้วย ฝึกทั้งทักษะ และก็การแก้ปัญหา

นักข่าว- ขอบคุณมากนะครับ หม่า หลิน ที่เสียสละเวลาให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้

หม่า หลิน- ด้วยความยินดีครับ






[b] บทสัมภาษณ์: Kong linghui ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเมื่อเจอผู้เล่นจับไม้จีน [/b]

ผมเอามาจากเวปนะครับ ที่มาคือ the June 2002 edition of "Table Tennis World". สัมภาษณ์โดย Li Kefei

Reporter : เราเห็นได้ชัดเลยนะว่าคุณเป็นคนที่เล่นกับผู้เล่นที่จับไม้จีนได้ดีมาก พอจะเล่าเกี่ยวกับตรงนี้ให้เราฟังบ้างได้มั้ย?
Kong linghui: ผู้เล่นไม้จีนโดยส่วนมากแล้ว จะมีจุดด้อยในเรื่องของแบ็คแฮนด์ อย่างไรก็ตามผู้เล่นของเราที่จีน นั้นจะแตกต่างออกไป เพราะเขามีการติดยางเรียบเอาไว้ที่ด้านหลังของแบ็คแฮนด์เพื่อช่วยในการเปิดเกมส์บุก โดยสามารถลูปได้จากด้านแบ็คแฮนด์เลย และสิ่งที่เป็นจุดแข็งของคนที่เล่นไม้จีนคือ พวกเขาจะมีการเล่นไม้สามที่ดี ซึ่งเมื่อติดยางเรียบด้านหลังเข้าไปด้วยแล้ว มันก็เหมือนกับ งูพิษที่มีพิษมากขึ้นนั่นล่ะครับ โดยทั่วไปผู้เล่นไม้จีนไม่อยากโต้กันนานเท่าไหร่ พวกเขามักจะเลือกเล่นไม้สามให้รุนแรงไปเลย นี่ก็คือจุดแข็ง แต่สไตล์อย่างนี้ก็ไม่พบในที่อื่น เช่นในเกาหลีใต้ ซึ่งผู้เล่นไม้จีนเลือกที่จะเล่นสไตล์ลูปจากระยะไกลมากกว่า ซึ่งแบ็คแฮนด์จะยิ่งเป็นจุดด้อยมากขึ้น
Reporter:คุณวางกลยุทธ์หรือแผนการเล่นยังไงเมื่อต้องเจอกับ หม่า หลิน? แล้วถ้าเปรียบเทียบกับเมื่อเจอ เจียง เป็น ลุง หรือ คิมเต็ก ซู ล่ะ เป็นยังไงบ้าง?
Kong linghui: มีความแตกต่างกันอยู่บ้างนะ ผมเจอกับ หม่า หลิน บ่อย เพราะฉะนั้น เราเลยคุ้นเคยสไตล์การเล่นของกันและกันดี ผู้เล่นจีนส่วนใหญ่ใช้ฟองน้ำที่แตกต่างกันไป นั่นล่ะที่ทำให้ผมรับมือได้ลำบาก เจียง นั้นเป็นผู้เล่นที่บล็อคลูกได้ดีมาก ซึ่งต่างจาก คิม ที่ใช้ทั้งด้านโฟร์แฮนด์และแบ็คแฮนด์ในการลูป คิมจะทั้งบล็อคและตบได้ด้วยแบ็คแฮนด์ แต่อาวุธหลักของคิมคือโฟร์แฮนด์ สองคนนี้ต่างกันเพียงเล็กน้อย และ เจียงก็ไม่ค่อยที่จะโต้กับผู้เล่นที่จับเชคแฮนด์นานๆเท่าไหร่ คือจะเป็นแบบบุกเร็ว และการบุกด้วยแบ็คแฮนด์ท้อปสปินก็ไม่รุนแรงนัก
Reporter: เมื่อคุณเจอกับ เจียง คุณวางแผนการเล่นยังไง?
Kong linghui :มันขึ้นอยู่กับ…คือปกติแล้วเมื่อเจอกับคนเล่นไม้จีนผมจะบุกเข้าด้านแบ็คแฮนด์ของเขาก่อนแล้วจึงยิงไปด้านโฟร์แฮนด์ พวกที่เล่นไม้จีนจะพร้อมที่จะคลื่อนไหวเพื่อบุกอยู่แล้ว ถ้าผมยิงไปทางแบ็คแฮนด์ แล้วตามด้วยยิงไปด้านโฟร์แฮนด์ของเขา จะทำให้เขาต้องกระโจนไปตีด้านโฟร์แฮนด์ความรุนแรงของลูกที่กลับมาหาผมจะลดลง ถ้าคุณเปิดเกมส์ได้แบบนี้คุณก็ได้เปรียบ แต่ถ้าคุณไม่สามารถจัดการกับลูกที่คู่ต่อสู้บุกมาจากด้านโฟร์แฮนด์ ได้นั่นก็จะทำให้คุณลำบากหนักเลยล่ะ
Reporter: ผมรู้สึกว่าเวลาที่คุณเจอ หม่า หลิน คุณมักจะดีดแบ็คแฮนด์แล้วตามด้วย แบค์แฮนด์ชน หรือไม่ก็ลูปใส่ ซึ่งคุณเล่นลูกดีดแบ็คแฮนด์ได้เร็วมาก ซึ่งดูเหมือนว่าเมื่อคุณแจกลูกให้ไปตกตามจุดต่างๆ จะทำให้คู่ต่อสู้ต้องเคลื่อนไหวมากขึ้น ทำให้ลูกที่กลับมารุนแรงน้อยลง แล้วคุณก็จะได้แต้มจากการบุกไปด้านโฟร์แฮนด์ของคู้ต่อสู้หลือ ลูปสวนกับลูปลูปที่คู่ต่อสู้โต้มาไม่ดีพอ ใช่มั้ย?
Kong linghui : ส่วนใหญ่นะ ถ้าผมทำได้อย่างนั้นมันก็จะดีมาก แต่คู่ต่อสู้ก็จะพยายามไม่ให้คุณเล่นตามแผนของคุณ ผู้เล่นไม้จีน ไม่อยากเล่นเกมส์โต้นานๆหรอก เขาจะใช้ไม้สามในการควบคุมคุณ ในเกมส์หนึ่งๆนั้น เราก็ต่างพยายามจำกัดเกมส์ของกันและกัน ในเกมส์ที่โต้กันนานๆ ผู้เล่นเชคแฮนด์จะได้เปรียบนิดหน่อย แต่คุณก็ต้องมีการรับลูกเสิร์ฟที่ดีด้วย การที่จะคุมเกมส์ของพวกไม้จีนคุณจะต้องรับลูกเสิร์ฟให้ดีและวางในตำแหน่งที่แตกต่าง นี่จะช่วยลดการโจมตีจากไม้สามได้ มันจะช่วยเพิ่มโอกาสของเราด้วย แต่ถ้าคุณทำไม่ได้ คุณก็จะสร้างเกมส์โต้นานๆไม่ได้เช่นกัน
Reporter:ผมจำได้ว่า เคยดูตอนที่คุณแข่งกับ หม่า หลิน จะเห็นเขาเคลื่อนไปตีให้ทันกับลูกที่คุณดีดเข้าใส่ โดยไม่รอให้คุณแบ็คแฮนด์ลูปใส่ก่อน นั่นคือเขาทำถูกใช่มั้ย
Kong linghui: ใช่ครับ นั่นเป็นเพราะเขาคุ้นเคยกับสไตล์ของผมดี สามารถอ่านจุดที่ผมจะวางลูก รวมทั้งการผันแปรสปินด้วย เขามักจะเริ่มเปิดเกมส์แบบนี้ แต่ถ้าเจอกับคนอื่นที่ไม่ข้นอย่างผม เขาจะค่อนข้างรอก่อน เมื่อเห็นโอกาสแล้วจึงโจมตี
Reporter: ผมรู้สึกว่า หม่า หลิน จะลูปด้วยโฟร์แฮนด์ลึกถึงท้ายโต๊ะ นั่นทำให้คุณหนักใจมั้ย?
Kong linghui : ลูกที่ลูปมาหนักๆ และลงท้ายโต๊ะสร้างปัญหาหนักให้กับทุกคนแหละครับ คิม เต็ก ซู คนนึงล่ะที่มักทำแบบนั้น ปกติแล้วผู้เล่นไม้จีนมักมีฟุตเวิร์คที่ไวในการลูป ทั้งการฉากลูปก็ทำได้
Reporter: ดูเหมือนว่า หม่า หลิน จะหลีกเลี่ยงแบ็คแฮนด์ของคุณนะ? และเขามักจะบุกลูกให้ตกไปถึงท้ายโต๊ะซะส่วนมาก
Kong linghui : มันก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของลูกที่ผมโต้กลับไปนะ ถ้าผบยิงโฟร์แฮนด์ไปดี เขาก็อาจเลือกโจมตีที่จุดอื่น อาจยิงเข้าตัวผม หรือ ข้ามคอร์ทไปเลย ไม้จีนเดี๋ยวนี้จะลูปยาวไปท้ายโต๊ะเสียส่วนใหญ่ รวมทั้งลูปจากด้านโฟร์แฮนด์ของเขาเองด้วย นั่นล่ะน่าหนักใจ
Reporter: ผมรู้สึกว่าลูกบล๊อคของคุณยิงข้ามคอร์ทได้ดีมาก
Kong linghui : ก็ไม่เชิงหรอกครับ เมื่อคุณอยู่ในเกมส์ เล่นไปได้ซักครู่คุณจะต้องจับทิศทางพื้นฐานการลูปของคู่ต่อสู้ให้ได้ ในขั้นแรกคุณอาจจะต้องสังเกตให้ครอบคลุมทั้งโต๊ะก่อน แล้วจึงค่อยแก้ไขและสร้างเกมส์ของคุณ
Reporter: มือสมัครเล่นที่จับเชคแฮนด์มักจะดันลูกลึกไปทางด้านแบ็คแฮนด์ของไม้จีน หรือไม่ก็เสิร์ฟยาวไปทางด้านแบ็คแฮนด์ของไม้จีน …
Kong linghui : .ในการแข่งระดับที่สูงขึ้นมา ถ้าไปทำแบบนั้น ไม่ได้ผลหรอกครับ เพราะไม้จีนจะเคลื่อนไปทั่วและโจมตีได้รุนแรงมาก ไม่ดีเอามากๆถ้าจะดันลูกลึกไปทางแบ็คแฮนด์ของไม้จีนนะ ทางที่ดีควรจะวางสั้น หรือเขี่ย เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนบุก แล้วก็ค่อยเริ่มหาทางสร้างเกมส์โต้นานๆ
Reporter: สุดท้ายแล้ว…คุณควบคุมลูกแบ็คแฮนด์ให้ตกใกล้ๆเส้นขาวได้ยังไง?
Kong linghui : อย่างแรกเลยคือ ข้อมือ และตามด้วยการใช้เอว อย่าลืมถ่ายน้ำหนักด้วย ถ้าใช้เฉพาะมืออย่างเดียวจะทำได้ไม่สม่ำเสมอ
จบ






[b] บทสัมภาษณ์: Timo Boll [/b]
แปลมาลงให้แล้วนะครับ บทสัมภาษณ์ตอนปี 2004 เอ่อ...ขอทำความเข้าใจนิดนึงนะครับว่าผมไม่ได้นั่งเทียน ถามเพื่อนที่เป็นคนเยอรมันมาแล้ว ที่โน่นนะเฮียเค้าดังมาก ชื่อเฮียเค้าอ่านว่า "ติโม โบล" ครับ เป็นชื่อเยอรมันครับ คนอังกฤษก็จะอ่านอีกแบบ ก็ไม่ว่ากันครับ ผมก็จะพยายามให้ตรงกับต้นฉบับ และความจริงให้มากที่สุดครับ ปีนี้เฮียเค้าก็จะ 36 แล้วนิ แต่หน้าไม่แก่เลย บทสัมภาษณ์นี้เค้าชมสปิริตของ หม่า หลินด้วยครับ ระดับโลกเห็นบ่อยนะ อย่าง แซมโซนอฟ นำ คิม เต็ก ซู 10 ต่อ 0 ก็เสิร์ฟเสียให้เห็นเลยน่ะ อยากเห็นตรงนี้ในวงการครับ
"เล่นปิงปอง ลด ละ เลิก อบายมุขทุกอย่าง...ความหนุ่มก็จะอยู่กับเราไปนานครับ ด้วยความปรารถนาดีต่อเพื่อนร่วมวงการครับ "

November www.butterfly-world.com
2004
____
Interview
Timo Boll: “ผมเล่นเหมือน หม่า หลิน ตอนเวิลด์ คัพ เลยล่ะ”

นักข่าว- ติโม , หลังจากที่คุณผ่านสัปดาห์ที่สุดเหนื่อยมาได้ คือหลังจากได้แชมป์เยอรมัน โอเพน แล้วก็โปแลนด์โอเพ่น ทั้งเดี่ยวและคู่ คุณพอจะเล่าถึงตรงนี้ได้มั้ยครับ?



ติโม- จริงๆแล้ว ผมพร้อมมากนะตั้งแต่ตอน World cup แล้ว อืม…แม้ว่าจะมีอยู่เซ็ตนึงที่ผมจะแพ้ หม่า
หลิน 0 ต่อ 11 แน่ๆน่ะ คือเค้าเล่นได้ดีมากในตอนนั้น คิดว่าที่เมืองจีนคงไม่ได้เห็นใครที่เล่นอย่างนี้มานานแล้ว สปิริตเค้าสูงมากนะครับผมว่าเค้าไม่อยากเอาชนะผม 11 ต่อ0 หรอก ก็เลยแกล้งเสิร์ฟเสียไปซะ

นักข่าว-ก่อนหน้านั้น คุณก็เล่นได้ดีจนน่าประทับใจมากนะ

ติโม- ครับ ผมพอใจกับมันนะ คือผมอยากเล่นให้ดีเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ชมในบ้านเกิดน่ะ

นักข่าว- คุณได้แชมป์ พร้อมกับเอาเหรียญทองกลับบ้าน พอจะพูดสรุปเกี่ยวกับตรงนี้หน่อยได้มั้ย?

ติโม- ครับ มันสุดยอดมาก!!! อืม…คนที่เข้าแข่งต่างก็อยู่ในช่วงท้อปฟอร์มกัน แล้วก็จัดแข่งที่บ้านเกิดผมด้วย ไม่ได้เหรียญจากรายการนี้เลยซักเหรียญตั้งแต่ปี 2002 นะ ดีสุดก็ถึงแค่รอบก่อนรอง แต่ปีก่อนแย่หน่อยที่ต้องถอนตัวออกตั้งแต่รอบแรก เพราะผมไม่สบายหนัก หลังจากนั้นก็เริ่มกดดันมากขึ้นนะ เพราะมันขาดความรู้สึกชินในการแข่งขันไปนาน แต่ก็…มีแต่เรานั่นแหละที่กดดันตัวเราเอง

นักข่าว- แล้วคุณรับมือกับความกดดันนี้ยังไงครับ?

ติโม- ผมจะเริ่มจากเล่นให้ผ่อนคลาย ไม่เกร็งมาก แล้วก็ค่อยๆเริ่มใหม่ไปเก็บไปเรื่อยๆทีละแมทช์ ทำแบบนี้ได้ผลนะ แล้วตอนรอบรองที่ผมเจอกับ Qiu Yike แล้วก็รอบชิงที่เจอกับ Liu Guozheng ตอนนั้นผมก็เรียกฟอร์มสุดยอดออกมาได้พอดี สุดยอดมาก

นักข่าว- เอ…เป็นเพราะคุณอยากเอาชนะนักกีฬาจีน หลังจากที่ไม่ประสบความสำเร็จมานานหรือเปล่า

ติโม- ใช่ครับ โดยเฉพาะรอบชิง ซึ่งก่อนหน้านั้น ผมไม่เคยเอาชนะ หลิว เลย เพราะว่าเค้าแข็งแกร่งมาก ค่อนข้างมากกว่านักกีฬาจีนโดยทั่วไป แต่รอบชิงตอนนั้น ผมคุมเกมส์แทบทั้งหมดเป็นของผมได้ ให้ความสำคัญกับทุกลูกที่ตีออกไป หลายคนเค้าก็บอกนะว่าตอนนั้นผมพลิ้วมาก


นักข่าว- จริงๆแล้วมันเป็นยังไง?

ติโม- คือการที่อีกฝ่ายจะคุมเกมส์แบบเบ็ดเสร็จนั้นมันแทบจะเป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่แค่100 % นะ แต่ต้องเหนือกว่า 120 % มัน…เหมือนกับผมอยู่ในความฝันนะ คล้ายกับการโถมซัดของคลื่นน่ะ ผมว่าผมตอนนั้นผมเล่นเหมือน หม่า หลิน ตอนที่เจอกับที่ World cup เลย

นักข่าว- แฟนๆฉลองให้คุณใหญ่เลยนะตอนคุณผ่านรอบรอง ที่ชนะ ฉิว ยีเก ได้ เหมือนว่าคุณล้างตาสำเร็จ หลังจากที่คุณแพ้ หวัง ลี่ฉิน ในรอบสองตอนชิงแชมป์โลกปี 2003 ใช่มั้ย?

ติโม- ครับ แมทช์นี้สำคัญกับผมมาก ก็จริงครับ เหมือนว่าได้ล้างตาสำเร็จหลังตอนชิงแชมป์โลก ตอนนั้นนะมันขมขื่นมากเลยล่ะ คิดว่าเป็นสิ่งที่แย่ที่สุดแล้วในชีวิตนักปิงปองของผม เพราะว่าก่อนหน้า ที่ผมจะเจอ หวัง ลี่ฉิน นั้นฟอร์มของผมดีมากๆ ตอนเริ่มเกมส์ก็คึกเกินไปซะด้วยซ้ำ พอเล่นไปก็มั่นใจมากขึ้น เล่นแบบกล้าได้กล้าเสียมากขึ้นด้วย แต่พอเป็นแต้มสำคัญดันคึกไม่ออกสิครับทีนี้…บางลูกที่ออกไปมันก็เลยไม่ใช่ลูกที่เด็ดสุดๆน่ะ

นักข่าว- แล้วตอนนี้ กับอายุของคุณที่มากขึ้นล่ะ ?

ติโม- ระดับของผมตอนนี้สูงมากแล้วนะ ผมต้องพยายามรักษามันเอาไว้ ไม่แค่เฉพาะทัวร์นาเมนท์ แต่ต้องพร้อมเล่นได้ทั้งฤดูกาลหรือในโอเพ่นใหญ่ๆ

นักข่าว- แล้วเรื่องปัญหาของหลังคุณล่ะ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นปัญหาซ้ำแล้วซ้ำอีกนะ ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?

ติโม- ครับ แต่ก่อนผมมีปัญหาเรื่องของหลังอยู่ เกือบ1 ปีแน่ะที่ผมต้องเดินแล้วก็นอนอย่างลำบาก อาการปวดมันเหมือนเอามีดมาเสียบอยู่ทุกวันเลย การซ้อมเลยแย่ไป หลังจากที่ได้ทำตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ อาการก็ดีขึ้น ผมเข้าแข่งโอลิมปิคได้ ตอนนี้หายขาดแล้วครับ


นักข่าว- คุณมีวิธีกลับไปเล่นได้ในแบบเดิมได้อย่างไร?

ติโม- หลังจากเยอรมัน โอเพ่น เราเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไปผมก็เริ่มซ้อม ฝึกสมรรถภาพร่างกาย มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลด้วย คือจะพยายามไม่ให้ผมเสียเปรียบคนอื่นๆให้มากนัก สองปีก่อนนะ…ตอนที่ผมฟิตมากๆเนี่ย ผมเก็บผู้เล่นจีนได้ทุกคนเลยนะ!!

นักข่าว- ดูเหมือนว่าตอนนี้อะไรๆก็ดีไปหมดสำหรับคุณ เห็นคุณเคยเปรยๆว่าอยากไปเล่นสโมสรที่อื่นบ้าง หมายถึงคุณอยากออกไปเล่นนอกลีกส์เยอรมันรึเปล่า?

ติโม- ตอนแรกก็สับสนนะ ทั้งการแข่งโอเพ่น แล้วเรื่องของการเล่นในลีกส์ หลังได้แชมป์ เยอรมัน โอเพ่น ผมก็มีหลายทางเลือกที่เข้ามา แรกเลยคือสโมสรที่ คอง ลิงฮุย เล่นอยู่เค้าชวนให้ผมไปร่วมทีมด้วย ที่ญี่ปุ่นก็ชวนนะ แต่ก็…ผมให้เป็นทางเลือกที่สองนะ ดูก่อนว่าอยู่ที่เยอรมันยังมีทางเลือกอื่นอีกรึเปล่า

นักข่าว- คุณอยากอยู่เล่นที่เยอรมันจริงๆเหรอ?

ติโม- ตอนนี้ผมก็ว่าอยู่เยอรมันไปก่อนดีกว่านะ

นักข่าว- เมื่อไหร่จะตัดสินใจแบบจริงจังครับ?

ติโม- ก็คิดว่าให้จบปีนี้ก่อนน่ะ?

นักข่าว- ขอบคุณมากครับ ติโม โบล ที่สละเวลามานั่งให้สัมภาษณ์

ติโม- ด้วยความยินดีครับ.







[b] บทสัมภาษณ์ Schlager Werner [/b]

World Champion Werner Schlager The Return of Service

" คุณต้องมีสมาธิกับจุดแข็งของคุณ ไม่ใช่จุดอ่อน "
ในปี 2003 ที่ Werner Schlager ได้ครองตำแหน่งแชมป์โลกชายเดี่ยวนั้น ผู้เชี่ยวชาญหลายคนลงความเห็นว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในการเล่นปิงปองของหนุ่มชาวออสเตรียนคนนี้นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะได้มาโดยง่าย กำลังใจ การเคี่ยวกรำตัวเองอย่างหนักได้ส่งให้เขาขึ้นไปสู่จุดสูงสุด
Schager ใช้ชีวิตในทุกๆวันของเขากับปิงปอง เกือบทุกลมหายใจเข้าออกคือปิงปอง ทัศนคติอย่างมืออาชีพที่เขามีต่อกีฬานั้นควรอย่างยิ่งที่จะเอาเป็นแบบอย่าง
ปัจจุบัน ด้วยวัย 34 “ชะแล็ก” (ชื่อเล่นของเค้าที่เพื่อนๆ พ่อแม่ เรียกกัน มาจาก Schlag –ผู้แปล) เป็นที่ปรึกษาคนสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของค่าย Butterfly ในหนังสือของเขาที่ชื่อ “Matchball – Dreams and Triumphs” ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปีที่แล้วนั้น เขาได้เขียนถึงชีวิตการเป็นนักปิงปองอาชีพ ความสำเร็จและความผิดหวัง ความคิดเห็นที่มีต่อปิงปอง ในหนังสือเล่มนี้ได้แสดงถึงบุคลิกของชะแล็ก ในความที่เป็นคนครุ่นคิดในการใช้ชีวิตแบบนักปรัชญา และแน่นอนว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เหมาะสำหรับนักปิงปองเท่านั้นหากแต่เหมาะสำหรับนักกีฬาประเภทอื่นด้วย วารสารButterfly ได้นำเสนอ Tips และ Tricks เขาซึ่งได้ตอบคำถามที่เกิดขึ้นอย่างมากมายในหนังสือของเขามาโดยตลอด ทั้งในด้าน เทคนิค แท็กติก จิตวิทยา การกระตุ้นตัวเอง การฝึกซ้อม การแข่งขัน การพัฒนาตัวเองของผู้เล่น สภาพแวดล้อม อุปกรณ์ กติกา และโค้ช ทั้งหมดมีอยู่ในหนังสือเล่มนี้
ครั้งนี้เราจะมาพูดคุยกับ ชะแล็ก ในเรื่องของ The return of service หรือ การรับลูกเสิร์ฟ ครับ


Q- ครั้งที่แล้วเราคุยกันเรื่องของลูกเสิร์ฟ แล้วก็การทำให้มันมีความหมายที่พิเศษมากขึ้นไปแล้ว ทีนี้เราอยากจะคุยถึงเรื่องการรับลูกเสิร์ฟบ้าง การรับลูกเสิร์ฟไม่ใช่เทคนิคที่ตายตัว แต่มันหมายถึงลำดับของการตีและรับลูกเสิร์ฟกลับไป อยากถามคุณว่า การรับลูกเสิร์ฟที่ดีควรเป็นอย่างไร?

ชะแล็ก- การรับลูกเสิร์ฟที่ดีคือเรารับแล้วบีบให้คนที่เสิร์ฟเป็นผู้รับต่ออีก คือไม่ให้เค้าบุกเลย

Q- แต่ถ้าดูการรับลูกเสิร์ฟของคุณแล้ว อะไรคือจุดแข็งและจุดอ่อนของคุณครับ?

ชะแล็ก- จุดแข็งของผมคือ การคิดอยู่ตลอดว่าไอ้จุดอ่อนที่มีอยู่น่ะ เราจะปรับหรือแปรให้มันเป็นจุดแข็งขึ้นได้อย่างไร

Q- ความได้เปรียบของฝ่ายเสิร์ฟที่มีต่อฝ่ายรับนั้นอาจมีมากหากพวกเค้าเล่นอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก แต่ในระหว่างผู้เล่นระดับโลกด้วยกันแล้วเราจะเห็นว่าความได้เปรียบของฝ่ายเสิร์ฟจะน้อยมาก ถึงกับมีรายงานการศึกษาว่าฝ่ายเสิร์ฟจะได้เปรียบฝ่ายรับคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะอยู่ที่ 51ต่อ 49 หรือ 53 ต่อ 47 บางการศึกษาก็บอกว่าฝ่ายรับได้เปรียบฝ่ายเสิร์ฟอยู่นิดหน่อยคือ 51 ต่อ 49 ถ้าให้คุณลองประเมินตัวคุณเองเนี่ย คุณคิดว่าอะไรเป็นจุดที่แข็งมากกว่าระหว่างการเสิร์ฟกับการรับลูกเสิร์ฟของคุณ?

ชะแล็ก- ผมคิดว่าผู้เล่นโดยส่วนใหญ่เลยจะคิดว่าการเสิร์ฟของเขาคิอความได้เปรียบอย่างหนึ่งล่ะ ผมว่ามันน่าสนใจนะถ้าจะมีใครลองทำการศึกษาว่าฝ่ายเสิร์ฟจะคิดว่าตัวเองได้เปรียบมากแค่ไหน ผมก็คนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองเสิร์ฟได้ดีกว่ารับ แต่บางทีมันก็แตกต่างไปในบางเกมส์ครับ

Q- อะไรคือลักษณะของผู้เล่นที่รับลูกเสิร์ฟดีๆเค้ามีกัน?

ชะแล็ก- ผู้เล่นบางคนจะอ่านทิศทางของลูกได้ดี บางคนก็มีปฏิกิริยาที่ไว บางคนก็รู้น้ำหนัก สปินของลูกดีมาก ก็เหล่านี้ล่ะครับ...

Q- มีอยู่อย่างนึงในเงื่อนไขหลายอย่างในการรับลูกเสิร์ฟคือ การอ่านสปินที่ฝ่ายเสิร์ฟส่งออกมาให้เร็ว ตำแน่งที่ลูกตกและความเร็วที่มาด้วย จะเห็นได้ว่าผู้เล่นเด็กๆที่ยังมีประสบการณ์น้อยจะขาดตรงนี้ไป คุณจะแนะนำพวกเขาอย่างไรบ้างครับ?

ชะแล็ก- พัฒนาได้ด้วยประสบการณ์จากการแข่งขันครับ แข่งให้มาก ผู้เล่นหลายคนมีเทคนิคและแท็กติกในการเสิร์ฟเป็นของตัวเอง เมื่อแข่งขันหรือหาประสบการณ์ให้มากๆเข้าไว้แล้ว ท้ายที่สุดเราจะสามารถเกิดความคิดในการแก้สถานการณ์ของเราเอง

Q- ผู้เล่นที่ประสบการณ์สูงจะให้ความสำคัญกับการรับลูกเสิร์ฟมาก การรับลูกเสิร์ฟที่ดีจะทำให้เราได้เปรียบมากใช่มั้ยครับ?

ชะแล็ก- แน่นอนครับ ยิ่งคุณรับลูกเสิร์ฟดีเท่าไหร่ มันก็จะทำให้การเล่นในเกมส์ของคุณทำได้ดีมากขึ้นเท่านั้น


Q- ผู้เล่นระดับโลกที่เสิร์ฟแบบอ่านยากๆ ยังคงเป็นปัญหาสำหรับคุณมั้ยครับ?

ชะแล็ก- ครับ คือ...มีผู้เล่นอยู่บางคนทีเสิร์ฟมาแล้วเนี่ยผมอ่านลูกเสิร์ฟยากมาก ผมจะไม่บอกนะว่าใคร โห...มันทั้งเรื่องของประสิทธิภาพที่สูงมาก ทั้งยังเรื่องของการแปรผันสปินอีก นี่ล่ะมันทำให้ผมแปลกใจอยู่ซ้ำแล้วซ้ำอีก

Q- แล้วการที่คุณรับกลับไปไม่ดีหรืออ่านลูกเสิร์ฟไม่ออกเนี่ย มันบั่นทอนความมั่นใจของคุณมั้ย? เพราะเราเห็นหลายครั้งที่ผู้เล่นมักจะส่ายหัวเวลารับลูกเสิร์ฟพลาด ทำยังไงให้เราอยู่ในเกมส์ตลอดเวลา?

ชะแล็ก- เวลาที่เรารับลูกเสิร์ฟได้ไม่ดีมันมักจะกลับมากดดันเรามากขึ้น ในช่วงท้ายเกมส์ และเราก็ดันได้เสิร์ฟ หลายคนจัดการกับตรงนี้กันไม่ค่อยได้ ผมจะบอกว่า คุณต้องมีสมาธิกับจุดแข็งของคุณ ไม่ใช่จุดอ่อน

Q- เมื่อเราดูผู้เล่นระดับโลก คุณจะเห็นว่าพวกเค้าจะมีวิธีการต่างๆเพื่อที่จะให้ตัวเองหาตำแน่งที่จะเข้าถึงการรับลูกเสิร์ฟให้มีประสิทธิภาพที่สุด แล้วคุณล่ะ ทำแบบไหน?

ชะแล็ก- ผมไม่ค่อยได้คิดถึงตรงนี้เท่าไหร่ครับ ผมก็แค่หายใจให้ช้าลง ให้ชีพจรมันเต้นช้าลง สมาธิก็จะมีมากขึ้น

Q- ผู้เล่นบางคนย่อตัวอย่างมากเวลารับลูกเสิร์ฟ เช่น ติโม โบล หม่า หลิน หรือ หวัง ลี่ฉิน แต่บางคนก็ชิดโต๊ะมาก บางคนก็ห่างโต๊ะมากหน่อย คุณช่วยแนะนำตำแน่งการยืนที่เหมาะสมได้มั้ยครับ?

ชะแล็ก- ผมไม่ชอบอะไรที่มันสุดโต่งนะ ผมแนะนำว่าทุกคนควรต้องหาตำแหน่งท่าทางของตัวเองครับ

Q- ตำแหน่งการยืนขึ้นอยู่กับฝ่ายตรงข้าม มีได้ตั้งแต่มุมแบ็คแฮนด์ของตัวเองจนถึงตรงกลางโต๊ะ สำหรับคุณแล้ว เวลาเจอผู้เล่นมือซ้าย หรือมือขวาคุณยืนยังไง? มันจะมีผลมั้ยถ้าเราเปลี่ยนตำแน่งยืน?

ชะแล็ก- ถ้าเจอคู่ต่อสู้ที่เค้าจับไม้คนละข้างกับคุณ แนะนำให้ยืนกลางโต๊ะไว้ก่อน อ่านลูกเสิร์ฟให้ดี คุณต้องฝึกรับลูกเสิร์ฟให้ดีทั้งโฟร์แฮนด์และแบ็คแฮนด์

Q- แล้วคุณพัฒนาการรับลูกเสิร์ฟของคุณยังไงครับ

ชะแล็ก- สำหรับผมเอง ประสบการณ์เท่านั้นครับ แล้วก็ต้องซ้อมอย่างมีความหมายด้วย

Q- ตอนนี้ยังคงมีผู้เล่นในระดับล่างที่ยังคงพยายามบังขณะที่เสิร์ฟด้านโฟร์แฮนด์ ซึ่งแม้กระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่มีกรรมการที่เป็นกลางที่สุดที่จะมาบอกว่าคุณเสิร์ฟแบบนี้ได้หรือไม่ได้ ในฐานะที่คุณเป็นผู้เล่นมืออาชีพซึ่งเป็นคนหนึ่งล่ะที่ใกล้ชิดกับข้อจำกัดนี้ คุณมีวิธีจัดการยังไงครับ?

ชะแล็ก- ครับ แน่นอนว่ายังมีผู้เล่นที่บังลูกเสิร์ฟอยู่ สิ่งนี้ผมว่าแต่ละคนก็คงรู้สึกต่างกันไป ผมก็ด้วยคนหนึ่งที่ต้องเดาเอาบ้าง ประมาณการณ์เอาบ้าง บางครั้งเราก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าความคิดมุ่งเอาชนะอย่างเดียวเนี่ยมันอยู่เหนือกว่าความยุติธรรม ทุกๆคนคงมีประสบการณ์กับเรื่องนี้กันมาบ้าง ผมอยากให้คิดว่าเมื่อธรรมชาติมอบตาให้กับเราแล้ว สิ่งที่ซ่อนเอาไว้นั้นมันก็จะเผยมาให้ตาได้เห็นอยู่นั่นแหละครับ

หลักคิดของ แวร์เนอร์ ชเลเกอร์ กับการรับลูกเสิร์ฟครับ มีในตอนท้าย เอาไว้ใช้กันนะครับ

“เมื่อผมต้องรับลูกเสิร์ฟ ผมก็จะต้องเตรียมให้พร้อมกับสิ่งที่จะเกิดตามมาด้วย”
“ไม่แปลกเลยถ้าผมรับลูกเสิร์ฟไม่ได้ติดกันสองลูก แล้วมันทำให้ผมโกรธ”
“ ก่อนที่ผมจะยืนเตรียมรับลูกเสิร์ฟ ผมจะหายใจลึกๆ ยาวๆ”
“ถ้าลูกเสิร์ฟของคู่ต่อสู้เค้าบัง ผมจะประท้วงกรรมการ อย่าปล่อยให้เค้าได้ใจทำต่อไป “
“ระวังลูกเสิร์ฟยาวให้ดี มันมักจะอันตรายอยู่เสมอ”
“ถ้าคุณไม่เสิร์ฟสั้นเลย คุณจะคุมเกมส์ไม่ได้







[b] บทสัมภาษณ์: Jan-Ove Waldner [/b]
คนที่ยิ่งใหญ่นั้นมีบ้างที่อาจทำตัวไม่เจ๋ง แต่คนที่ทำตัวไม่เจ๋งนันมีอยู่เยอะ แล้วก็ไม่ยิ่งใหญ่ ไม่สร้างสรรค์ ผมหมายถึงคุณงามความดี และสิ่งที่เรามอบให้สังคมที่เราอยู่ครับ ไม่ว่าเราจะเป็น หมอ ตำรวจ ทนาย ครู วิศวกร พ่อค้าแม่ขาย นักปิงปอง เราทำอะไรอยู่? เรามีที่ยืนอย่างมีคุณค่ามั้ย? และที่สำคัญสุดคือ สปิริตและจิตวิญญาณครับ

ครับ...คราวนี้ผมลงบทสัมภาษณ์ของนักปิงปองที่ยิ่งใหญ่มากในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา อยากรู้ว่าเค้าเจ๋งอย่างไรนั้น...ขอเชิญท่านทัศนาขอรับกระผม

" Jan-Ove Waldner ... โมสาร์ตของโลกปิงปอง "

ทุกท่วงทำนองที่เขาร่ายอยู่บนคอร์ทนั้นคือภาพที่ชัดเจนของคำว่า “อัจฉริยะ” เยนส์ ฟอลเก้ คู่ซ้อมในทีมสโมสรบอกว่า “ เค้ายิ่งดูยิ่งเหมือนโมสาร์ตนะ” ฟอลเก้ได้รับอนุญาติให้เขียนหนังสือเกี่ยวกับอัตชีวประวัติของ วอลด์เนอร์ และในบทสัมภาษณ์นี้มีคำให้สัมภาษณ์ของ เจล-เอเก้ วอลด์เนอร์ พี่ชายแท้ๆของวอลด์เนอร์ ด้วยซึ่งปัจจุบัน เจล เป็นโค้ชให้กับทีมหญิง ของทีมชาติสวีเดน

วอลด์เนอร์ ได้ให้สัมภาษณ์มากมายมาโดยตลอด และการสัมภาษณ์ในครั้งนี้เขาก็ให้ความร่วมมืออย่างดี ไม่ได้แสดงสีหน้าที่เหนื่อยหน่ายแต่อย่างใด ในบทสัมภาษณ์นี้ ผู้ที่แฟนๆปิงปองจะได้รู้จักกับเขามากขึ้น…

วอลด์เนอร์ เกิดเมื่อ วันที่ 2 ตุลาคม 1965 ( พ.ศ. 2508) ที่สต๊อล์คโฮล์ม แม่ของเขาทำงานเป็นผู้ช่วยในร้านขายของ ส่วนพ่อทำงานด้านกราฟฟิคดีไซน์ให้หนังสือพิมพ์ฉบับบหนึ่ง ในตอนแรกนั้น วอลด์เนอร์ไม่ได้อยากที่จะเข้าสโมสรปิงปองเลย แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาบอกกับพี่ชายว่าอยากลงแข่งในรายการที่ sparvagen ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนท์เล็กๆสำหรับเด็กที่จัดขึ้นในช่วงซัมเมอร์ ตอนนั้นเขาเพิ่งจะอายุได้ 6 ปี ทั้งพ่อและแม่ก็ได้สังเกตเห็นว่าลูกชายของตนสนุกสนานมากที่ได้เล่นปิงปอง หลังจากนั้นเขาก็มักชวนพี่ชายทั้งสองคนให้ซ้อมและแข่งกันเองอยู่บ่อย วอลด์เนอร์พัฒนาได้เร็วมาก ดีกว่าฟุตบอลแล้วก็เทนนิส ซึ่งเขาก็มีพรสวรรค์เหมือนกัน และพออายุได้ 9 ปี ก็ได้เป็นแชมป์ประเทศสวีเดน ในรุ่นอายุของเขาเอง พอเข้าโรงเรียนก็เริ่มหันมาเล่นปิงปองอย่างจริงจัง แล้วก็เริ่มเล่นในระดับอาชีพเมื่ออายุ 15 ปี พออายุ 16 ปีก็ได้แชมป์ซึ่งรางวัลที่ได้คือ รถปอร์เช่ ซึ่งเขาสามารถขับมันได้ก็ต่อเมื่ออายุได้ 18 ปี แล้วเท่านั้น…


วอลด์เนอร์ในตอนอายุ15 นั้น เป็นคนละคนกันกับตอนนี้ เจล พี่ชายของเขาเล่าว่า “ แยน เค้าเล่นใกล้โต๊ะมากนะในตอนนั้น… เพื่อจะได้สร้างจังหวะที่เร็วแล้วก็เซฟกำลังเอาไว้ เค้าจะพัฒนาลูกแบ็คแฮนด์ตลอดเวลาเลย คือ…ถ้าคุณเล่นอยู่ในระดับสูงเช่นเค้า มันจำเป็นนะที่ต้องทำอย่างนั้น”

วอลด์เนอร์ บอกว่าระดับของการเล่นเดี๋ยวนี้มีระดับที่สูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับตอนที่เขาเริ่มเล่น “ เกมส์ของปิงปองเดี๋ยวนี้เร็วมากขึ้น การเสิร์ฟแล้วก็รับลูกเสิร์ฟกลายมาเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าแต่ก่อน การหวดโต้กันนานๆเดี๋ยวนี้น้อยลง การเสิร์ฟแล้วบุกจึงเป็นสิ่งที่สำคัญในตอนนี้”

ฟอลเก้บอกว่า “ความมุ่งมั่นที่จะเล่นปิงปองของวอลด์เนอร์นั้นมีมากมายเหลือประมาณเลยล่ะ มันยากมากนะที่จะรักษาเอาความมุ่งมั่น ที่มันแรงกล้าแบบนี้เอาไว้ให้ได้ตลอดชีวิตของคุณ เค้าซ้อมแล้วซ้อมอีก เพื่อที่จะคงระดับการเล่นเอาไว้ให้ตลอด ในปีนึงๆเนี่ยเค้าจะแข่งอยู่200 ถึง 250 วันนะ”


วอลด์เนอร์บอกว่า “ ผมยังคงสนุกกับการเล่นปิงปองอยู่นะ แล้วก็สนุกและมีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นให้ทีมชาติน่ะ บรรยากาศในทีมก็ดีมาก ทุกคนเป็นเพื่อนผม เราเป็นกันเองมาก อย่างไรก็ตามการเล่นระดับนี้คุณจะต้องมีสมาธิให้มาก พุ่งไปที่จุดหมายของคุณ”

แต่ความมุ่งมั่นก็ไม่ใช่ปัจจัยเดียว “ วอลด์เนอร์เค้ามีพรสวรรค์มากนะ เค้ามีเซนส์กับลูกปิงปอง สายตาก็เยี่ยมยอดมาก เค้าจะพยายามทำให้เกมส์การแข่งเป็นของเค้า แข่งเสร็จก็จะมานั่งวิเคราะห์การเล่นของตัวเองจากเทปที่บันทึกไว้ เค้าทำแบบนี้กับพี่ชาย ตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้ว” ฟอลเก้กล่าว

วอลด์เนอร์บอกว่า “ ความมุ่งมั่นสำคัญมาก แต่นั่นยังไม่พอ พรสววรค์เหรอ? ผมก็มีอยู่นิดหน่อยนะ มันก็ช่วยได้บ้าง”

นักข่าวถามว่า -จริงรึเปล่าที่คุณไม่ดูเทปที่คุณแพ้เลย?

วอลด์เนอร์ตอบว่า “ บางทีผมก็ดูนะ แต่ดูเกมส์ที่คุณชนะเนี่ยจะสำคัญมากกว่า ประสบการณ์ที่ไม่ดีมันจะทำลายความเชื่อมั่นน่ะ”


“ เค้าไม่ใช่คนบ้าพลังนะ บางทีเค้าก็ขี้เกียจบางทีเค้าก็ไม่สนอะไรเลยนะ ขนาดตอนนี้ยังไม่สนใจไปต่อใบขับขี่เลย” แต่ถ้าดูอย่างฟุตเวิร์คของเค้าเนี่ยค่อนข้างช้า แต่ว่ารอบคอบมาก เค้าจะเซฟกำลังไว้สำหรับลูกที่สำคัญ จากการทดสอบนั้นเราพบว่าผู้เล่นระดับโลกคนอื่นๆจะมีอัตราเฉลี่ยของการเสียกำลังไปกับการหายใจคิดเป็น 80 % ของความจุปอดสูงสุด แต่วอลด์เนอร์นั้นเสียไปแค่ 50 % เค้าใช้พลังไม่มาก แต่ส่วนมากเค้าก็ชนะแบบ 21 – 5 นะ”
“ผมซ้อมฟุตเวิร์คมากนะ” วอลด์เนอร์เล่าให้เราฟัง “ ผมจะต้องก้าวไปให้ทันจุดที่ลูกมันมาถึง แต่ว่าผมอ่านเกมส์ได้ดีน่ะเลยไปรอก่อนแล้ว ผมไม่อยากเคลื่อนตัวให้มากนัก”

ฟอลเก้กล่าวว่า “ วอลด์เนอร์เค้าจะหลีกเลี่ยงอย่างมากนะที่จะไปเล่นสงครามจิตวิทยากับคู่ต่อสู้ เค้าจะเล่นแล้วก็จากไป ปล่อยให้คู่ต่อสู้คิดเองว่า “หมอนี่มันเจ๋งจริงเฮะ” แล้วก็…เค้าเล่นเหมือนหยั่งรู้น่ะ อย่างที่เราเห็นกันนะเวลาเล่นเค้าจะไม่โวยวาย จะมีมาดผู้ดี อย่างตอนที่ผมเคยเอาชนะเค้าได้เนี่ยดีใจแทบตาย แต่เค้าจะคิดว่า อืม…ยกให้ซักวันก็แล้วกัน แล้วผมก็ไม่เคยชนะเค้าอีกเลย อีกอย่างเค้าเป็นคนที่เราอ่านยากมาก อย่าง…เค้าตามคู่ต่อสู้อยู่ 14 –19 เค้าก็เล่นไป 7 แต้มรวด ชนะเลยก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ”

เมื่อนักข่าวถามว่าคิดยังไงกับหนังสือที่ ฟอลเก้เขียน วอลด์เนอร์บอกว่า “ฟอลเก้เค้าก็เขียนเกินไปนะ จริงอยู่ที่พรสวรรค์มันจำเป็น แต่ผมก็ไม่ได้คิดว่า เฮ้ย…ซ้อมบ้างไม่ซ้อมบ้างก็ได้นะพรสวรรค์เรามีนิ มันไม่ใช่แบบนั้นผมซ้อมอยู่ตลอดทั้งชีวิตนักปิงปองของผมนี้แหละ

เจล พี่ชายของเขาบอกว่า “ ผมเห็นเค้าโกรธบ้างบางครั้งนะตอนที่เค้าแพ้ แต่เค้าก็จะรู้จักปล่อยวางน่ะ นี่แหละที่ทำให้เค้าเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดีมาก”

“บางทีเค้าก็กดดันนะ” ฟอลเก้กล่าว “ ถ้าคู่ต่อสู้ ร้อง หรือตะโกนตอนได้แต้มเนี่ย เค้าจะเก็บความกดดันเอาไว้เงียบๆ แล้วก็อาจแพ้ไปเลย”

วอลด์เนอร์บอกว่า “ เมื่อคุณอายุมากขึ้น ก็จะแพ้ง่ายขึ้นด้วย ผมเก็บอารมณ์ได้ดีนะ เวลาที่สถานการณ์มันไม่ดี"

ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้เราก็เห็นได้ชัดว่า วอลด์เนอร์ทำตัวให้สบายๆก่อนการแข่งในคืนนี้ ดูเขามีความสุขดี
และ “พ่อมดแห่งลูกบอล” คนนี้ก็ยังสนใจในกีฬา”ลูกกลมๆ”อื่นด้วย

“ผมชอบดูทั้ง บอร์ก และ แม็คแอนโรว์นะ” วอลด์เนอร์กล่าว( บียอร์น บอร์ก อดีตนักเทนนิสชาวสวีเดน และ จอห์น แม็คแอนโรว์ อดีตนักเทนนิสชาวอังกฤษ – ผู้แปล)
เมื่อเราถามว่า บอร์ก มีอิทธิพลต่อคุณมั้ย? เค้าตอบว่า “ครับ มีอยู่นิดหน่อย แต่ส่วนมากมาจากรุ่นพี่อย่าง Ulf Carlsson แล้วก็ Michael Appelgren น่ะ ภ้าเราดูอย่างทัวร์นาเมนต์ล่าสุดเนี่ย น่าสนใจมากสังเกตจากผู้ชม อย่างหนึ่งน่าจะมาจากการที่เราเปลี่ยนไปเล่นลูกปิงปองที่มันใหญ่ขึ้น เกมส์ดึงดูดผู้ชมได้มากขึ้น แต่มันก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดกันเอาไว้ อีกอย่างนะ 90 % ของลูก 40 มม.เนี่ยคุณภาพค่อนข้างต่ำด้วย"

วอลด์เนอร์บอกว่า “ ที่สำคัญมากที่สุดคือจัดการแข่งขันให้ออกมาดีๆ มากกว่าที่จะไปคิดเปลี่ยนแปลงอะไรแบบนั้น ถ้า ITTF คิดว่าเปลี่ยนแล้วจะทำให้เกมส์ดึงดูดขึ้น…ผมว่ายากนะที่จะให้ได้แบบนั้นเลยน่ะ"

วอลด์เนอร์ ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเกมส์ที่สั้นลงและกติกาการเสิร์ฟแบบใหม่อย่างน่าสนใจว่า “ กรรมการต้องถูกฝึกมาอย่างดีนะเพื่อจะได้ตามให้ทัน ผู้ตัดสินต้องดูให้ออกว่าใครยังเสิร์ฟบังอยู่ เพราะตอนนี้ก็ยังมีอยู่บ้างบางคน นั่นแหละผมถึงอยากเห็นผู้ตัดสินเป็นมืออาชีพมากกว่าเดิมตามไปด้วย”


หนึ่งปีก่อนหน้านั้น ฟอลเก้ก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ ตอนแรกนะ วอลด์เนอร์เค้าไม่เห็นด้วยเอามากๆเลยล่ะ คือ…เค้าบอกว่าคุณภาพของลูกปิงปองแบบใหม่ยังต่ำอยู่ โอ.เค. เค้ายอมรับกติกาการเสิร์ฟแบบใหม่ แต่ที่เค้ายังติดใจคือการดูว่าการเสิร์ฟมันถูกกติการึเปล่า นี่สิที่ต้องมานั่งทบทวนกัน หลังจากสวีดิช โอเพ่นจบ ตอน มีนาฯ 2001 เค้าถึงกับประกาศออกมาเลยนะว่าถ้าใช้กติกาการเสิร์ฟแบบนี้ เค้าจะไม่ลงแข่ง!! แต่พอตุลาฯ 2001 เค้าคุยกับผมนะว่าจะเล่นไปจนถึง โอลิมปิค 2004 ที่ซิดนีย์เลย ก็…คงยอมรับได้แล้วล่ะ”


ตลอดยี่สิบกว่าปีบนเส้นทางของนักปิงปองมืออาชีพ เกียรติ และความสำเร็จที่ได้รับเป้นเพียงบางอย่างที่เขาไม่ได้มองเป็นอย่างแรก เหรียญทองโอลิมปิค 1992 ที่บาร์เซโลนา (เหรียญทองเดียวที่ประเทศสวีเดนได้ในโอลิมปิคในปีนั้น-ผู้แปล) ,แชมป์โลกสองสมัย,แชมป์ยุโรปหนึ่งสมัย และเป็นแชมป์รายการ Europe Top 12(เอา 12 มือสูงแค่ 12 คนมาดวลกัน-ผู้แปล) ถึง เจ็ดสมัย และอีกหลายๆแชมป์ มันเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตเขา “เค้าคือผู้เล่นที่จะยิ่งใหญ่ไปตลาดกาล เค้าเล่นเพราะเค้ารัก มากกว่าเล่นเพราะเงินรางวัล นั่นแหละที่เค้าในตอนนี้ ต่างจากตอนเริ่มเล่นล่ะ"







[b] บทสัมภาษณ์ของ Liu Guoliang [/b]

แปลเสร็จหมดแล้วล่ะครับ แต่ผมจะทยอยลงแล้วกัน มีอีกหลายบทสัมภาษณ์ที่แปลเก็บไว้และที่กำลังแปลอยู่ ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานครับ ทำเพราะใจรักและอยากสร้างประโยชน์ให้วงการ ชื่อนี้ไม่มีป่วนแน่นอนครับ ก็เป็นบทสัมภาษณ์ของโครตเซียนผู้ยิ่งใหญ่ หรือพระเจ้าของชาวไม้จีน...ก็สุดแต่จะสรรเสริญกันไปครับ...Liu Guoliag แชมป์โลก แชมป์โอลิมปิกและอีกหลายแชมป์บนโลกนี้ เว้นก็แต่แชมป์ซีเกมส์...แฮ่ ว่ากันว่าลูกเสิร์ฟของเฮียแกเป็นหนึ่งในหลายๆปัจจัยอย่างที่ทำให้ต้อง เปลี่ยนลูกจาก 38 มม.มาเป็น 40 มม. ...ก็...มาลองอ่านกันดูครับ

เอามาจากบทสัมภาษณ์หลัง the Qatar Openปี 2002 ตีพิมพ์ในวารสาร Table Tennis World.สัมภาษ์โดย Li Kefei(เค้าบอกด้วยนะบทสัมภาษณ์นี้มีประโยชน์มากสำหรับมือสมัครเล่น)

นักข่าว –หลิว ถ้าเกิดคุณต้องเจอกับคู่แข่งที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน คุณจะมองหาจุดอ่อนของเขาได้ยังไง?

หลิว – แรกเลยนะ ให้ดูที่ไม้ของเขาก่อน ดูยางที่ใช้ ว่าเป็น เม็ดสั้น เรียบ หรือ เม็ดยาว จับเชคแฮน์ หรือไม้จีน มือซ้ายหรือว่ามือขวา จำไว้ว่าเขาก็ไม่คุ้นกับสไตล์คุณเหมือนกัน คุณต้องสร้างเกมส์ของคุณเอง เล่นในแบบที่คุณคิดว่าคุณทำได้ดี ถ้ามันแต่เล่นไปเฉยๆ ไม่พยายามมองหาจุดอ่อน คุณอ่อนอยู่บนเส้นทางของความพ่าย รู้จักดูสไตล์ของคู่ต่อสู้ ทุกสไตล์ต่างก็มีจุดอ่อน พื้นฐานเลยสำหรับรับมือกับทุกสไตล์ ตอนเริ่มเกมส์นะ อย่างเช่นคนถนัดซ้ายจะไม่ชอบเคลื่อนในลักษณะไปด้านข้าง นั่นล่ะแนวทางที่เราจะวางกลยุทธ์ แต่มือซ้ายก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกคนหรอกนะ ถ้าคุณวางลูกไปทางโฟร์ของเค้า และโฟร์เป็นจุดแข็งเค้า ด้านแบ็คเค้าก็อาจเป็นจุดอ่อน แต่ถ้าโฟร์เค้าไม่แข็ง แต่แบ็คเปลี่ยนทางเร็ว นั่นก็แสดงว่าแบ็คเป็นจุดแข็ง ทีนี้มาดูคนที่เล่นมือขวา ส่วนใหญ่แล้วไม้เชคแฮน์จะเล่นลูกสั้นไม่ดีมากนักโดยเฉพาะลูกสั้นกลางโต็ะ หรือว่าค่อนไปทางโฟร์ของเค้าหน่อย ในจุดนี้จะด้อยกว่าไม้จีน ก็ดึงเอาจุดนี้แหละมาสร้างเกมส์ของเรา ถ้าจะโฟร์สวนกัน ควรเล่นลูกข้ามคอร์ท ถ้าเล่นแบ็คสวนแล้วเห็นว่าคุณเหนือกว่าก็ให้เน้นเกมส์แบ็คหน่อยถ้าเกิดเสีย ท่าให้วางลูกไปกลางโต๊ะ หรือค่อนไปทางโฟร์หน่อย คนจับเชคแฮนด์จะช้าหน่อยสำหรับลูกที่ลงกลางโต๊ะ วางไปตรงนั้นแหละ เวลาบุกก็ให้แจกไปทั้งซ้าย-ขวา ไม้จีนอย่างเราจะมีข้องด้อยคือวงตีแบ็คของเราจะน้อย เราเลยไม่ชอบเมื่อเจอลูกที่ยิงมาทางแบ็คเราแบบออกด้านข้างกว้างๆ ก็…เล่นในลูกที่คุณเล่นได้ดีสุดแล้วกัน หาจุดอ่อนของเค้าตอนเริ่มเกมส์

นักข่าว-คุณคิดยังไงว่าจะเลือกเสิร์ฟลูกแบบไหน?

หลิว- ถ้าไม่คุ้นสไตล์ของกันมาก่อนนะ ให้เริ่มที่ลูกเสิร์ฟที่มีประสิทธิถาพที่สุดของคุณก่อน เอาอย่างเช่นคุณเสิร์ฟลูกไซด์ข้างได้ดีมาก ก็ให้ใช้ลูกนั้นก่อน ถ้าเกิดเสิร์ฟไปแล้วพบว่าหาช่องให้เราบุกลำบาก หรือไม่ได้เปรียบขึ้นมา ควรจะเลือกเสิร์ฟทั้งแบบมี/ไม่มีสปิน หรืออาจเสิร์ฟโดยแบ็ค บางคนก็รับลูกเสิร์ฟไซด์ข้างได้ดี แต่รับลูกที่มีสปิน/ ไม่มีสปิน ได้ไม่ดีก็มี ก็อาจต้องเลือกแบบนี้ …คือ…เราอาจไม่ได้ใช้ลูกไซด์ข้างซึ่งเป็นลูกเด็ดของเราน่ะ

นักข่าว- หลิว ปกติคุณจะเสิร์ฟปั่นบน หรือปั่นข้าง คุณไม่ค่อยเสิร์ฟแบบมี-ไม่มีสปิน ใช่มั้ย

หลิว- ใช่ครับ อย่าง หม่า หลิน เนี่ย เค้าจะเสิร์ฟแบบมี/ไม่มีสปินมากกว่าผม นั่นก็เพราะเราเล่นคนละสไตล์ หม่า หลินจะเปิดเกมส์บุกโฟร์ได้ดีมาก ฟุตเวิร์คยอดเยี่ยมมาก ปกตินะ ถ้าคุณเลือกเสิร์ฟแบบมี/ไม่มีสปิน ลูกที่เรารับกลับไปจะไม่ค่อยมีประสิทธิภาพมากนักหรอก มันง่ายที่จะถูกบุกเลยนะ แต่สไตล์ของผมเนี่ยต้องเรียกว่า “หมุนสุดๆ” คือผมเสิร์ฟได้หมุนมาก-น้อยได้หลากหลายระดับ ตรงนี้ผมคิดว่าผมทำได้ดีนะ คู้ต่อสู้ต้องระวังมากเมื่อรับลูกเสิร์ฟ คุณคงเห็นนะว่าผมได้แต้มจากลูกเสิร์ฟเลย แต่ถ้าเค้ารับกลับมาได้ดี ก็ลำบากหน่อยที่ผมจะเปิดเกมส์บุก

บทสัมภาษณ์พี่หลิว ได้พูดถึงพรสวรรค์ด้วยนะครับ ก็ให้เข้าใจกันนะครับว่าพี่แกพูดด้วยความนอบน้อม ไม่ได้หลงตัวเอง(เคยอ่านมาครับว่าพี่แกขี้อาย ขนาดไปเที่ยวเทค เต้นก็ไม่เป็น ได้แต่นั่งจิบน้ำอัดลม แฮ่...) ก็คนมันมีเนอะ เราก็ไม่รู้จะไปอธิบายยังไง สุดยอดอย่างพี่แกก็มีคนเดียวในโลกด้วยสิ อ้อแล้วก็เทคนิคที่เค้าพูดถึงมือระดับโลกด้วยกัน มันก็น่าจะแบบ...เซียนอ่านเซียนน่ะ ใช่จะทำกันได้ง่ายๆ ผู้แปลก้ขอฝากผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วยนะครับ น้องที่เพิ่งเล่นปิงปอง ถ้าไม่รู้จักพี่หลิว ก็แนะนำให้ไปหาวีดีโอเก่าๆ หรือวีซีดีมาดู น่าจะเห็นภาพความสุดยอดได้ชัดมากขึ้นครับ

นักข่าว- นักวิจัยของเราอย่าง ดร.จาง ได้บันทึกข้อมูลทางสถิติจำนวนมากเกี่ยวกับคู่ต่อสู้ เกี่ยวกับจุดแข็ง-จุดอ่อน แล้วก็แนะนำด้วยว่าจะรับลูกเสิร์ฟกลับไปในลักษณะใด หรือจะใช้กลยุทธ์อย่างไร แบบนี้ช่วยคุณได้บ้างมั้ย?

หลิว- การวิเคราะห์เหล่านี้ก็ค่อนข้างที่จะแม่นยำนะ ถ้าทำได้ก็จะดีมาก แต่คุณก็ไม่ใช่ว่าจะไปอิงตามนี้ซะทีเดียว กลยุทะจริงๆมันขึ้นอยู่กับผู้เล่น เอ้า…อย่างเช่น คุณมีรายละเอียดการวิเคราะห์ วอลด์เนอร์ ก็จะเห็นว่า เมื่อ วอลด์เนอร์เจอ คอง ลิงฮุย กับเจอผมนั้น เรียกได้ว่าแตกต่างโดยสิ้นเชิง คุณอาจดูออกว่าโดยรวมเค้าเล่นสไตล์ไหน วอลด์เนอร์มีการผันแปร หนัก-เบา ดีมาก ส่วน คอง นั้นจะเล่นแบบ ออลราวด์ดีมาก เมื่อพวกเค้าเผชิญหน้ากันก็จะเป็นเกมส์ที่ไม่ดุเดือด รุนแรง คือถ้าดู 10 แต้ม จะมีซะ8 แต้มที่ได้หรือเสีย ในลักษณะที่คล้ายกัน แต่ถ้าเป็นผมบ้าง เมื่อเจอกับวอลด์เนอร์นะ บางที 10 แต้มนั้นอาจมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ถ้าเกิดว่าเล่นในสไตล์เดียวกันก็ต้องดูว่าใครเฉียบคมกว่า หรือใครมีลูกเด็ดที่ดีกว่า ผมเจอกับเค้าครั้งแรกก็งัดไม้เด็ดมาใช้กับเค้าเลย แต่ไม่ได้ผล ผมเลยต้องเอาจุดด้อยของผมมาดวลกับจุดด้อยของเค้า ข้อด้อยของผมคือ กำลัง แล้วก็การโต้กันนานๆ ซึ่งอันนี้ก็เป็นข้อด้อยของวอล์เนอร์ด้วย หลายครั้งที่ผมบีบให้วอล์ดเนอร์ต้องเล่นแต่เฉพาะเกมส์ที่ใช้แต่ข้อด้อย หรือถ้า คอง เค้าอยากจะสวนนานๆกับ หวัง ลี่ฉิน คองเสียเปรียบแน่นอน แต่คอง จะมีเซนส์ที่ดีมาก และก็การผันแปรแทคติคส์ที่ดีหว่า หวัง ลี่ฉิน เมื่อเค้าเจอกัน คองจะจะพยายามให้ทุกลูกมีความแตกต่างออกไป ถ้า 8 ใน 10 ลูกยังเหมือนกันนะ คอง จะเสียเปรียบ หวัง ลี่ฉิน

นักข่าว- คุณมีลูกเสิร์ฟที่มีประสิทธิภาพมาก คุณใช้เม็ดสั้น แต่ทำไมเสิร์ฟได้หมุนมากนักล่ะ เห็นมีคนบอกว่าคุฯเสิร์ฟได้หมุนสุดแล้วเมื่อเทียบกับเพื่อนทีมชาติ พอจะเล่นเกี่ยวกับตรงนี้ให้เราฟังได้มั้ย?

หลิว- ในการเสิร์ฟคุณจะต้องซ้อมให้มาก ผมเองบังเอิญว่ามีพรสวรรค์ด้านนี้อยู่นิดหน่อย แต่ คอง ลิงฮุยเนี่ยต่างออกไป คองเสิร์ฟลูกที่…อืม “สมัครเล่น” น่ะ คือเค้าเองก็ทำให้มันดีมากกว่านี้ไม่ได้แต่ก็ไปพัฒนาทักษะอื่นทดแทน เค้าซ้อมเสิร์ฟทุกวันนะ…เหมือนว่าเค้าจะไม่มีเซนส์ด้านนี้เท่าไหร่ คอง เค้าซ้อมเบสิคทุกวัน มีพื้นเบสิคที่ยอดเยี่ยมมาก ตัวผมเองผมว่าผมเป็นคนที่เรียนรู้อะไรได้เร็วนะ มันน่าจะเป็นเพราะ ผมเรียนเนื่องจากผม “อยากรู้จริงๆ” (เด็กไทยควรเอาอย่างนะครับ-ผู้แปล) อีกอย่างผมคิดว่าผมมีพรสวรรค์ในการอ่านสปินนะ ผมซ้อมเสิร์ฟน้อยกว่าคนอื่นในทีม ลูกเสิร์ฟของผมโดยมากเรียนรู้จากหลายอย่าง ตัวอย่างนะ ถ้าคุณรับลูกเสิร์ฟของบางคนไม่ดี คุณควรพยายามศึกษาลูกเสิร์ฟแบบนั้น ในตอนแรกไม่ต้องคิดว่าจะต้องให้หมุนเท่าเค้าหรอก ฝึกไปซักพักแล้วเอาไปใช้ อาจจะพบว่าคนอื่นก้จะรับลูกเสิร์ฟคุณได้ลำบากเหมือนกัน อาจดีกว่าต้นตำรับก็ได้ ก็เอาตรงนั้นแหละมาประยุกต์ใช้เป็นของเรา คอง ลิงฮุย ไม่ค่อยเสียเวลาคิดเกี่ยวกับการเสิร์ฟหรอก เค้าจะคิดเกี่ยวกับว่า…จะผสานแบ็คแฮนด์ให้เข้ากับโฟร์แฮนด์ของเค้าได้อย่าง ไร ก็…ทุกคนต่างก็มีความพิเศษของแต่ละคน…ต่างกันไป ผมมีลูกเสิร์ฟที่ดี นั่นก็จะช่วยให้ผมได้เปรียบในการเล่นไม้สาม แต่ คอง เค้าจะมุ่งไปที่จะเล่นเกมส์ ออลราวด์หนักๆได้ยังไง
นักข่าว- เมื่อคุณผสมลูก ปั่นไซด์บนหัวลูก กับข้างลูกเข้าด้วยกัน มันจะทำให้คนรับลำบากยังไง?

หลิว- คือผมใช้แขนซ้ายบังนะ แล้วก็ขึ้นกับมุมของหน้าไม้ที่สัมผัส รวมทั้งการเคลื่อนหน้าไม้หลอกทั้งก่อนและหลังจากเสิร์ฟไปแล้ว ผมจะบังจุดสัมผัสเวลาเสิร์ฟด้วยแขนซ้าย เมื่อเสิร์ฟไปแล้วก็ให้ส่งแรงตาม การส่งแรงตามเป็นสิ่งที่สำคัญมาก จะช่วยในการหลอก เช่น ถ้าเกิดว่าเราเสิร์ฟไซด์แบบท็อปสปิน เสิร์ฟไปแล้วก็ลากไม้ลงล่าง จะช่วยหลอกได้ หรือถ้าเสิร์ฟปั่นข้างก็อาจตามด้วยการลากไม้ขึ้นแบบท้อปสปิน ผมสามารถเสิร์ฟให้หมุนในลักษณะเดียวแต่มาจากท่าหลอกหลายท่า ตัวอย่างเช่น ผมสามารถเสิร์ฟลูกปั่นข้าง โดยอาจหลอกแขน ขึ้นบน ลงล่าง หรืออยู่กับที่ได้ คนที่รับจะอ่านได้ยากมากถ้าเค้าไม่เห็นจุดสัมผัสลูก เค้าก็จะอ่านสปินตามที่ผมลากไม้ไป บางคนเวลาเสิร์ฟลูกท้อปสปินก็ลากไม้ตามขึ้นบนไปด้วย มันทำให้คู่ต่อสู้อ่านได้ง่ายนะ บางคนที่ดีกว่าก็ลากไม้ลงล่างเพื่อหลอก แต่ก็ไม่ควรทำทุกคนหรอกนะ ถ้ามัวไปพะวงแต่การหลอก สปินที่เราใส่ไปอาจไม่หนักพอ

นักข่าว- การเคลื่อนไหวในการเสิร์ฟของคุณมีท่าที่แตกต่างจากคนทั่วไป คุณจะย่อตัวให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำลงมาก เวลาเสิร์ฟก์บิดเอวมาก ทำไมล่ะ?

หลิว- ครับ ก็เพราะว่าการเสิร์ฟมันไม่ใช่แค่การใช้แขนอย่างเดียว มันจะต้องสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของร่างกายทั้งหมด ไปด้วยกัน ผมจะทำให้มันเกิดขึ้นอย่างเป้นระบบในตอนนี้อย่างฉับพลันเมื่อไม้สัมผัสลูก ถ้าคุณใช้เฉพาะแขน สปินจะไม่มากนักหรอก อาจจะทำให้ลูกยาวไป ผมย่อตัวมากก็ก็เพื่อให้ลูกเสิร์ฟออกไปเร็วมากขึ้น แต่ข้อเสียก็คืออาจเสิร์ฟติดเน็ตได้ง่าย

นักข่าว- ในการเล่นเกมส์-21 ลูกเสิร์ส่วมมากจะเป็นการเสิร์ฟไซด์ออกข้าง เป็นรูปตัว เอส คุณจะตัดสินใจอย่างไร ว่าจะผสมลูกเสิร์ฟแบบไหนเข้าด้วยกัน?

หลิว- แฮะๆๆ มันก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคู่ต่อสู้ของเรานะ ดูว่าลูกไหนที่เค้ารับได้ลำบาก ลูกไหนที่เค้ารับได้ดี ถ้าเค้าเขี่ยลูกไม่ดี ก็อาจเสิร์ฟแบบ มี/ไม่มีสปิน มันจะช่วยสร้างโอกาสบุกของเราได้ ถ้าเค้าเขี่ย หรือ แตะลูกได้ดี หรือชอบดันลูก ก็ควรที่จะเสิร์ฟปั่นข้าง การที่คุณต้องเสิร์ฟครั้งละ 5 ลูก จะต้องเดาให้ออกว่าเค้าจะโต้กลับมายังไงด้วย เช่น ถ้าเค้ารับลูกเสิร์ฟมายาวไปเค้าก็อาจเดาว่าคุณจะเสิร์ฟแบบท้อปสปินอีก แต่เราก็เลือกเสิร์ฟปั่นข้างซะ แต่คนอื่นอาจรับลูกเสิร์ฟของคุณ แบบเดิม คุณก็ต้องเดาว่าเค้าคิดจะทำอะไร อย่างเช่นถ้าเค้าดันลูกเสิร์ฟคุณออกนอกโต๊ะ แล้วลูกสองก็ยังทำอีกโดยอาจโด่งหรือยาวไป ลูกสามก็ยังดันอีกก็รู้แล้วล่ะว่าเค้ามีปัญหา หรือบางทีเค้าอาจไม่รู้ว่าจะแตะลูกยังไง แต่คนอื่นอาจแตกต่างไป ลูกแรกอาจดันยาวไป ลูกสองเค้าอาจแตะสั้นๆ ก็รู้เลยว่าเค้าจะผันแปร หรือหาทางสร้างโอกาสบุก เราก็ควรคิดลูกเสิร์ฟผสมด้วย

นักข่าว- หลิว คุณจะเล่นในสถานการณ์ที่บีบคั้นยังไง เช่นถ้าคุณตามอยุ่ 18-20 (กติกาเดิม)

หลิว- ก็ต้องมาดูแล้วล่ะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับ 38 แต้มที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ผมก็ต้องพยายามเปลี่ยนแท็คติคส์ของผม ถ้าผมได้เสิร์ฟนะ ผมจะเลือกไว้เลย 2 ลูกเพื่อให้ได้ดิวส์ ลูกแรกอาจเลือกลูกที่คมมากๆ อย่างปั่นท้อปสปิน หรือไม่ก็เสิร์ฟหนักสุดๆไปเลยซึ่งอาจได้แต้มจากการบุกลูกที่กลับมาได้เลย หรืออาจเสิร์ฟแบบเซฟไว้โดยเลือกปั่นข้างให้มาก ผมจะเลือกสองแบบนี้แหละ มากกว่าจะแค่เสิร์ฟวางไปเฉยๆ

นักข่าว – หลิว เมื่อคุณแต้มนำคู่ต่อสู้ คุณจะเล่นให้ดุดันมากกว่าเดิมมั้ย?

หลิว- นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าผมนำเค้าอยู่มากเท่าไหร่ ในเกมส์-21 ถ้าผมนำมากกว่า 8 แต้ม ผมอาจไม่ใช้ลูกเสิร์ฟเด็ดๆในบางลูก ผมจะเก็บไว้ใช้ในเกมส์ต่อไป นั่นจะทำให้คู่ต่อสู้ไม่ชิน ถ้าผมนำอยู่แค่3 หรือ 4 แต้ม แล้วก็เกมส์มันใกล้จบ ผมก็จะไม่เล่นให้ดุดันมากเกินไป เพราะอาจพลาดได้ง่ายๆ ถ้าเกิดมาแพ้ตอนท้าย ทั้งๆที่นำอยู่ก่อน สภาพจิตใจเราจะแย่หนัก แต่เมื่อคุรตามหลัง ไม่ควรที่จะเล่นเซฟมากไป ควรจะเล่นให้ดุดันมากขึ้น เค้าก็จะเล่นตามคุณด้วย จำไว้ว่าเมื่อตาม เล่นให้ดุดันขึ้น

นักข่าว- เดี๋ยวนี้กติกาเปลี่ยนมาเป็นเกมส์11เล้ว คุณรู้สึกอย่างไรบ้างที่เค้าเปลี่ยนกันแบบนี้?

หลิว – ผมยังคงไม่เห็นด้วยนะ แต่ก่อนเราได้เสิร์ฟกันคนละ 5 ลูก คือถ้า2 แต้มแรกเป็นไง อีก3 แต้มที่ตามมาก็มักจะแนวเดียวกัน แต่ตอนนี้ให้เสิร์ฟกันแค่คนละ2 ลูก มันทำให้ผมต้องหยุดคิดมากขึ้นว่าจะเล่นแผนไหน ถ้าลูกแรกที่เราเสิร์ฟไปเค้ารับกลับมาได้ดี ลูกสองที่เราจะเสิร์ฟก้ต้องคิดหนักแล้วล่ะว่าจะเอายังไง

นักข่าว- คุณได้คิดลูกเสิร์ฟที่มีความหมุนผสมผสานได้หลายลักษณะ อย่าง …หมุน 3 แบบ แล้วเลือกไว้ใช้เลย…หรือคิดไว้2 แบบ คุณเลือกอย่างไหนกัน?

หลิว- ผมจะตัดสินใจเลือกไว้แค่2 แบบ เดี๋ยวนี้มันยากที่จะคิดไว้ 3 แบบ ในเกมส์-21 ถ้าคุณตามอยู่7 ต่อ 8 แล้วเสียอีก2 แต้ม กลายเป็น 7 ต่อ 10 ถ้าคุณเสิร์ฟดีๆ อีก3 ลูกที่เหลือก็อาจตามทันเป็น 10 ต่อ 10 ได้ แต่ในเกมส์ 11 ถ้าแต้มเป็น 7 ต่อ 7 แล้วคุณดันเสิร์ฟไม่ดี 2 ลูกรวด อาจกลายเป็นว่าคุณตามอยู่ 7 ต่อ 9 แล้วตาต่อไปก็ฝ่ายตรงข้ามเสิร์ฟด้วย เค้านำคุณอยู่9 ต่อ 7 นะ คุณคิดว่าไงล่ะ? นั่นล่ะที่ผมอยากบอก คิดวางแผนเสิร์ฟไว้ดีๆทีล่ะ 2 แบบ สำหรับเสิร์ฟ 2 แต้ม

นักข่าว- คุณเจอกับ วอลด์เนอร์บ่อยมาก พอจะบอกกลยุทธ์เวลาเจอกับเค้าให้เราฟังหน่อยสิ

หลิว- แฮะๆ คือ…มันอธิบายยากอยู่นะ คือถ้าคุณไม่ได้อยู่ระดับเดียวกันนะจะไม่เข้าใจลึกซึ้งหรอก โดยพื้นฐานแล้ว ผมและเค้าก็ต่างคุ้นเคยสไตล์กันและกันดี แต่เมื่ออยู่ในเกมส์เราจะทำให้มันมีความผันแปรไป เมื่อเค้าเปลี่ยนแทคติคส์ หรือเค้ายังเล่นดีอยู่แล้วและยังจะเปลี่ยนแทคติคส์ คุณก็ต้องมองให้ออก อย่าไปรอให้เค้านำไปหลายแต้มเด็ดขาด!! หรือถูกเค้านำไปก่อน 2 เกมส์เนี่ย ยากนะที่จะกลับมาได้ เค้าจะเล่นให้มันต่างออกไปอีกน่ะ ในระดับที่สูงนะ…ถ้าวอลด์เนอร์วางลูกมาทางแบ็คคุณ เค้าก็จะยังกลับไปทางโฟร์คุณทันที นี่ไม่ใช่ตีแบบเดาสุ่มนะ มันมีเหตุผลของมันอยู่ เค้าจะเล่นแบ็คผมก่อนแล้วตามด้วยโฟร์ ลุกสองเค้าก็จะทำอีก ถ้าใครเจอแบบนี้ก็เดาได้เลยว่าเค้าจะดูว่าคุณเล่นลูกด้านโฟร์ที่ความหมุน หรือ ตำแหน่งต่างๆได้ดีแค่ไหน ส่วนใหญ่แล้วถ้าเค้ายิงลูกต่างลักษณะไปทางแบ็คคุณ แล้วคุณก็บุกกลับได้ดีด้วย เดาไว้ก่อนว่าเป้าโจมตีของเค้าอาจเป็นโฟร์ของคุณ อืม…ในเกมส์กับเค้ามันจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาแหละ คุณต้องตามให้ทัน

นักข่าว- ถ้าคุณต้องรับลุกเสิร์ฟ แล้วคุณไม่รู้ว่ามันหมุนมาแบบไหน คุณจะทำอย่างไร?

หลิว- ถ้าคุณอ่านสปินลูกที่เสิร์ฟมาไม่ออกนะ แต้มนั่นก็เสร็จเลยล่ะ มันยากก็ตรงอ่านสปินลูกเสิร์ฟนี่แหละ ถ้าอ่านไม่ออกจริงๆนะ ก็ให้ดูลูกเสิร์ฟก่อนหน้านี้ เช่น10 แต้มก่อนหน้านี้ ดูว่าเรารับยาวไป หรือติดเน็ตกี่ลูก มันจะไม่ใช่5ต่อ5 หรอก มันอาจเป็น ยาวออกไปซะ 7 ลูก 5 ลูกที่ค่อนข้างยาว และอีก 2 ที่อาจโด่งเกินไป นั่นก็เดาได้ว่าเค้าเสิร์ฟลูกแบบท้อปสปินบ่อย หรือถ้าคุณเห็นไม่ชัดว่าเสิร์ฟมายังไง แล้วเรารับติดเน็ต นั่นก็เพราะมันเป็นลูกหนัก บางคนก็รับติดเน็ตอยู่นั่นแหละ เพราะไม่จำว่าลูกแบบนี้เคยรับมาแล้ว.


นักข่าว- แสดงว่าพวกมืออาชีพจะจำลูกที่เสิร์ฟมาได้แม่น?

หลิว- ก็ไม่เชิงทุกคนหรอก มืออาชีพรับลูกเสิร์ฟพลาดก็มีให้เห็นตั้งเยอะ อย่างคนที่อายุน้อยก็จะมีประสบการณืตรงนี้น้อยไปด้วย เค้าอาจคิดว่าลูกที่มาเป็นแบบเสิร์ฟท้อปสปิน ก็แเลยเอาไม้ไปวางลูกกะจะให้ตกสั้นๆ แต่ลูกดันจมเน็ต พอลูกสองก็ทำแบบเดิมอีก ก็ติดเน็ตอีก ผมอยากแนะนำว่าให้คิดทุกครั้งก่อนรับลูกเสิร์ฟ บางทีเค้าอาจเสิร์ฟลูกแบบท้อปสปินได้ดีมากพอๆกับลูกหนักก็ได้

นักข่าว- สุดท้ายแล้วนะครับ เราพูดกันโดยตลอดว่าถ้าเราสู้กับจังหวะคู่ต่อสู้ไม่ได้ ก็ให้สร้างจังหวะของตัวเอง ตรงนี้เนี่ยคุณได้เอาไปใช้ในเกมส์ของคุณมั้ย?

หลิว-อย่างแรกเลยนะครับ ผมมีแท็คติคส์ ลูกเล่น ที่มาก แล้วก็การเล่นไม้สามของผมก็ดีมากด้วย นั่นก็บับให้คู่ต่อสู้ต้องเจอกับเกมส์ไม้สามของผม ถ้าเค้าคิดจะโต้เกมส์ไม้สามกับผม…อืม…ก็จะต้องลำบากหนักเลยล่ะ…เค้ารู้กันนะว่าผมจะอ่อนเมื่อต้องโต้นานๆ สำคัญมากคือลูกเสิร์ฟ ถ้าเค้าอ่านลูกเสิร์ฟของผมไม่ค่อยจะออก ก็จบเลย ผมค่อนข้างมั่นใจนะว่าผมจะได้เกมส์นั้น ถ้าเค้าเริ่มสร้างเกมส์ให้เกิดการโต้นานๆไม่ได้ ผมจะกลายเป็นฝ่ายบุก แล้วเค้าจะกลายเป็นฝ่ายตั้งรับ(แนะนำให้ไปอ่านบทสัมภาษณ์ของ คอง หลิงฮุย เกี่ยวกับไม้จีนนะครับ – ผู้แปล) หลายคนก็แตกต่างออกไป ผู้เล่นอย่าง คอง หลิงฮุย หรือ หวัง ลี่ฉิน จะมองเห็นหมดเลยว่าฝ่ายตรงข้ามเสิร์ฟมายังไง ใน10 แต้มนะ ถ้าเค้าเห็นว่าคุณแพ้แน่ๆ ก็จะเห็นเค้าเล่นแตกต่างออกไปแค่ ลูก หรือ สองลูก แต่อย่างผมเนี่ย 10 แต้ม จะแตกต่างออกไปซะ 7-8 แต้มนะ ผมชอบทำให้ฝ่ายตรงข้ามสับสน หัวเสียนะ …แบบว่าใครเล่นกับผมแล้วจะอึดอัด เล่นด้วยยากน่ะ
นามปากกาผู้เขียน... : โคดามะ สกูลLast Answer : 26/1/2552 0:08:50
เยี่ยมมากๆครับ ขอบคุณสำหรับบทสัมภาษณ์ดีๆ รอบทสัมภาษณ์บทต่อไปนะครับ
นามปากกาผู้เขียน... :firehand
Last Answer :26/1/2552 12:08:47
สุดยอดมาก ๆ
นามปากกาผู้เขียน... :chain_05
Last Answer :26/1/2552 15:03:25
เฮ้ย! นี่เอ็ง แปลเองเลยเรอะ ขยันจริง นับถือๆ [sm09]
นามปากกาผู้เขียน... :mahnoi
Last Answer :27/1/2552 0:03:26
สุดยอดความพยายาม คนอ่านยังเหนื่อยเลย
นามปากกาผู้เขียน... :kent
Last Answer :27/1/2552 13:23:09
ขอนับถือ ขอบคุณสำหรับข้อความดีมีประโยชน์มากครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ปิงปอง11
Last Answer :18/2/2552 23:28:21
แจ่มมากครับ ...
นามปากกาผู้เขียน... :japan
Last Answer :19/2/2552 8:01:09
สุดยอด [sm01] [sm01]
นามปากกาผู้เขียน... :เป็กโกะ
Last Answer :25/2/2552 17:05:11
เท่มากๆครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ปอยตบยุง
Last Answer :27/2/2552 9:40:30
เยี่ยมจิงๆคับ ขอบคุณมาก
นามปากกาผู้เขียน... :icu_x_
Last Answer :27/2/2552 15:22:29
เอ่อ ผมไม่ได้จะอะไรนะคับ ทิโม บอล พี่แกเกิดปี 81 ไม่ใช่หรอคับ ปีนี้ก้กำลังจะ 28 ไหงเปน 36 ละคับ เห่อๆ แต่ก้ขอบคุณที่แปลคับ
นามปากกาผู้เขียน... :Minhold
Last Answer :1/3/2552 1:02:22
Biography of BOLL Timo Name BOLL Timo Picture Gender Male Association GERMANY Date of birth 8/3/1981 Place of birth Erbach IOC hometown Höchst im Odenwald Height (in m) 1,81 Weight (in kg) 73 Profession Marital status Married Hobbies Major injuries Languages for interviews English, German Started competing 1988 Member national team 1997 Handedness Left Grip Classic Rubber Forehand BUTTERFLY Sriver L max. Rubber Backhand BUTTERFLY Sriver L max. Style of play Current ranking 11 Club TTV RE-BAU Gönnern Best ranking 1 National coach Istvan Korpa Personal coach Helmut Hampl Events entered at Olympics Singles, Doubles Partner in Doubles Zoltan Fejer-Konnerth Olympic results 2000 Sydney, Singles: Rd of 16, Doubles: lost 1st stage WC results World Championships: 2004 Doha, Team: 2nd 2003 Paris, Singles: Rd of 64, Doubles: Rd of 16 2001 MT - 7th, MS - Last 16, MD - dnp, XD - Last 32 1999/2000 MT - 5th, MS - Last 32, MD - Last 32, XD - Last 16 1997 MT - dnp, MS - Last 128, MD World Cup: 2003 5-8th 2002 Jinan, Singles: Winner European Champ. 2003 MT - 2nd, MS - SF 2002 MT - 2nd, MS - Winner, MD - Winner 2000 MT - 2nd, XD - QF 1998 MS - Last 32 European Top12 2003 Winner 2002 Winner 1995 EUROPEAN YOUTH CHAMP. : Cadet’s singles Winner 1995 EUROPEAN YOUTH CHAMP. : Cadet boy’s doubles Winner 1995 EUROPEAN YOUTH CHAMP. : Cadet boy teams 1st 1996 EUROPEAN YOUTH CHAMP. : Boy’s singles Runner-up 1996 EUROPEAN YOUTH CHAMP. : Boy’s teams 1st 1997 EUROPEAN YOUTH CHAMP. : Boy’s singles Winner 1997 EUROPEAN YOUTH CHAMP. : Boy’s doubles Runner-up 1997 EUROPEAN YOUTH CHAMP. : Mixed Doubles Runner-up 1997 EUROPEAN YOUTH CHAMP. : Boy’s teams 1st 1998 EUROPEAN JUNIOR TOP 12: Boy’s singles Winner 1998 EUROPEAN YOUTH CHAMP. : Boy’s singles Winner 1998 EUROPEAN YOUTH CHAMP. : Boy’s doubles Winner 1998 EUROPEAN YOUTH CHAMP. : Boy’s teams 1st 2001 Pondus Cup (DEN) : MS Runner-up 2002 19th Pondus Cup (DEN) : MS Runner-up 2002 Danske Bank Cup : MS Winner 2003 Continental Masters : MS Winner 2004 EUROP.CHAMP.LEAGUE : MT 3rd (TTV Re-Bau Gonnern) Pro tour results Pro Tour Grand Finals: 2002 Sweden, Singles: 3rd 2001 China, Singles: Rd of 16, Doubles: SF Pro Tour: 2004 Greece MS - Last 32, MD - Last 16 2003 Croatia MS - QF 2003 Japan, Singles: Winner 2002 Qatar MS - QF, MD - SF 2002 Denmark, Singles: 2nd 2002 Japan, MD - 2nd, MS - QF 2002 Germany MS - QF 2002 Korea, Singles: 2nd 2002 Austria, Singles: Winner 2002 Poland MS - SF, MD - QF 2002 Denmark MS - Runner-up 2001 Netherlands, Singles: 2nd, Doubles: Winner 2001 England, Doubles: Winner 2001 Brazil, Singles: Winner, Doubles: SF 2001 Qatar MD - QF 2001 Germany MS - QF 1999 Japan MS - QF 1999 China MS - SF, MD - QF 1997 China MD - QF 1996 Italy MD - SF General Interest Woodbat BUTTERFLY Boll Spirit off (เป็นข้อมูลถึงปี 2004 นะครับ)
นามปากกาผู้เขียน... :song
Last Answer :1/3/2552 2:13:42
โอ้โห เป็นปลื้มครับ ผมเพิ่งเข้ามาบอร์ดในรอบ1 เดือน เพิ่งมาเห็นว่าบอร์ดกรุณามากที่รวมงานแปลของผม ตอนนี้ผมแปลของชเลเกอร์ไว้เยอะเลย ของจู ซี ฮุคด้วย แต่ด้วยการงานที่หนัก แทบไม่ว่างเลย ก็เลยไม่ได้แปลอย่างต่อเนื่อง พอมาเห็นแบบนี้ก็ฮึดขึ้นมา ... [sm01] โอ้ ดีใจมากๆ นั่งยิ้มอยู่คนเดียวตอนตีสอง... จะเอางานแปลมาลงอีกแน่นอนครับ เรื่อง อายุ ของ โบล นั้น ตอนที่แปลครั้งแรก ลงโพสก็มีคนแย้งครับ ตอนนั้นผมดูปีเกิดเค้าผิด เป็นสิบปีเลยครับ ก็มีเพื่อนสมาชิกแย้งไปแล้ว ขอบคุณมากครับ
นามปากกาผู้เขียน... :asturias
Last Answer :5/3/2552 2:05:02
ขอบคุณมากครับ ถ้ามีเวลาก็กรุณาลงเรื่อยๆนะครับ อ่านเพลินมาก ขอบคุณอีกครั้งครับ
นามปากกาผู้เขียน... :song
Last Answer :5/3/2552 19:26:59
มีประโยชน์มากสำหรับผมคนนึง ขอบคุณมากๆครับ
นามปากกาผู้เขียน... :champy
Last Answer :6/3/2552 16:53:05
ตอนนี้ส่งเรื่องให้เวป มาสเตอร์แล้วครับ ของ วอลด์เนอร์ กับ จู เซ ฮุก เดี๋ยวคงได้อ่านกันสนุกครับ
นามปากกาผู้เขียน... :asturias
Last Answer :27/5/2552 0:55:02
บทวิเคราะห์ หม่า หลิน (ต้นฉบับ เอามาจาก Ma Lin’s critiques; Cheung Lau’s Notes, 2001) บทวิเคราะห์นี้ เป็นกรณีศึกษาที่ทีมชาติจีนเขาใช้กัน เพื่อนำมาแชร์ความคิดกันของผู้เล่นในทีมชาติ เพื่อนร่วมทีม รุ่นพี่ และโค้ช บทวิเคราะห์นี้ผมคิดว่ามีประโยชน์ เราจะได้เห็นมุมมองของผู้เล่นระดับโลก ต่อเกมส์ของตัวเอง เกมส์ของคนอื่น ว่ามีคนมองเราอย่างไร เราดูคนอื่นแล้วเป็นอย่างไร ผมเลือกตอนนี้มาจากการชิงแชมป์โลกประเภททีม ปี 2001 ที่โอซาก้า, ญี่ปุ่น ซึ่งนับได้ว่าเป็นชิงแชมป์โลกครั้งแรกที่ใช้ลูกบอลขนาด 40 มม. แต่ครั้งนั้นยังคงนับแต้ม 21 อยู่ ภายหลังจึงได้เปลี่ยนมาเป็นแต้ม 11 ข้อคิดเห็นที่ถูกนำเสนอจึงใช้ได้กับเกมส์ของลูก 40 มม. ในปัจจุบันครับ เคสนี้เป็นของ หม่า หลิน อ่านให้สนุกนะครับ -asturias- 14 ก.ค. 2552 [u] หม่า หลิน วิเคราะห์ตัวเอง [/u] “โดยรวมแล้ว ผมรู้สึกว่าฟอร์มของผมค่อนข้างที่จะยอมรับได้ ตอนเล่นทีมผมรู้สึกอึดมากกว่าตอนเล่นเดี่ยว ตอนที่ซ้อมเข้ม ผมได้ถามเกี่ยวกับเรื่องการเล่นทีม แล้วก็...ตอนนั้นผมรู้สึกอย่างร่วมในทีมมากนะ เป้าหมายของผมก็คืออยากจะคว้าถ้วย สเว้ธลิ่ง คัพ ( Swaythling Cup)” “ตอนที่แข่ง...ผมสู้ แล้วก็ใส่ใจทุกแต้มนะ ปัญหาของผมก็คือการโต้กันนานๆ ...ตอนที่ผมเจอกับ คอง หลิงฮุง แล้วก็ หลิว กั๊วเจิง (Liu Guozheng) ผมไม่สามารถเพิ่มแรงไปในแบ็คแฮนด์ของตัวเองได้เลย ...บางทีผมอาจจะต้องพัฒนาสมรรถภาพของร่างกายให้มากกว่านี้ เรื่องแบ็คแฮนด์เนี่ย ผมยังสู้ เจียง เป็ง ลุง หรือ คิม เต็ก ซู ไม่ได้นะ...ผมคงต้องให้เวลาพัฒนาตรงจุดนี้มากขึ้น ...แล้วก็...ตอนรอบรอง ผมก็รู้สึกว่าความมั่นใจในตัวเอง มันไม่เต็มที่เท่าไหร่ ตอนเจอ ริว ซุง มิน ก็ยังกล้าๆ กลัวๆ ตอนโต้สวนกัน ...ตอนนั้นรู้สึกขามันหนัก มันอืดยังไงไม่รู้ ร่งกายเหมือนสู้คู่แข่งไม่ได้ ตอนแข่งเดี่ยว ที่เจอ กับ คอง หลิงฮุย ก็รู้สึกแบบเดียวกันนี้แหละ...ตอนรอบแรกๆน่ะ คู่แข่งไม่หนักมาก ผมก็ผ่านได้ อย่างตอนที่เจอ JM Saiveก็โอเคนะ... ผ่านได้” “พอมาเล่นทีม รอบชิงฯ ผมทำเสียซะเยอะในจังหวะสวนท๊อปกัน แทคติคที่ใช้ก็ไม่เวิร์ค เล่นไปแบบ...ไม่บุกเท่าที่ควรจะเป็นน่ะ ตอนนั้นก็กลัวแพ้มากด้วย ...ที่คิดไว้ตอนนี้คือ อย่างจะใช้เวลา เรียนรู้จากโค๊ช แก้ปัญหาตรงนี้ให้มันดีขึ้นครับ” หลิว กั๊วเหลียง( Liu Guoliang) วิจารณ์ หม่าหลิน “ผมเล่นในสโมสรเดียวกับคุณ (หม่า หลิน) คิดว่าเข้าใจคุณมากพอ ที่ผมอยากบอกคือ อะไรก็ตามที่เป็นข้อเสียของ หลิว กั๊วเจิ้ง คุณก็มีในแบบเดียวกันนั่นแหละ” “ตอนรอบชิงฯ ที่คุณ เจอ Saive มันยากมากที่จะชนะในสถานการณ์ตอนนั้น จากกลยุทธ์ และมุมมองในเกมส์ ผมว่าคุณควรทำได้ดีกว่านี้ ...ช่วงท้ายคุณก็ขาดแรงกระตุ้นไปซะเฉยๆ...คุณต้องทุ่มให้หมดเท่าที่คุณจะมีสิ จะต้องดุดันให้มากกว่านี้” “ลองคิดดูนะ...ไม้จีนต้องเล่นให้ดุดัน กล้าเสี่ยง คนที่เล่นในระดับท้อปจะต้องมีเซนส์ในเรื่องแทคติค คุณควรที่จะต้องมั่นคงในจุดนี้ …หม่า หลิน...คุณกังวลตลอดเวลาเลยว่าจะต้องวิ่งไล่ให้ได้ทั่วโต๊ะ หลายครั้งที่คุณเดาได้ถูก แต่จังหวะที่ควรฆ่า คุณกลับไม่กล้าพอ...ตอนเจอ ริว ซุง มิน ตอนนั้นคุณทำได้ดีนะ ถ้าเกมส์ต่อไปทำได้เหมือนเกมส์เจอ ริว เนี่ย จะเยี่ยมมากเลยล่ะ” [u] คอง หลิงฮุย(Kong Linghui) วิจารณ์ หม่า หลิน [/u] “ตอนรอบรอง...คุณตามหลังอยู่ 8-15แต่ก็ไล่ตามมาจะชนะไปได้ ซึ่งมันก็ไม่ได้ง่ายหรอก..ตอนเจอ Saive คุณมีความแปรผันในเกมส์น้อยไป คุณเล่นเสิร์ฟสั้นตลอดเลยอ่ะ ผมเห็น มีเสิร์ฟยาวครั้งเดียวแต่ลูกlet ทีนี้พอจะเสิร์ฟใหม่ ทาง Saive เค้าก็ลังเลแล้ววะจะเสิร์ฟแบบไหนมาอีก แต่คุณก็ไม่กล้าเสิร์ฟยาวไปอีก …แล้วตอนที่คุณเจอผม ผมรู้สึกว่าคุณไม่ได้พยายามหยุดเกมส์ แทคติค อะไรทั้งหลายของผมเท่าไหร่ ในเซต 4 คุณไม่มีเสิร์ฟยาวเลย ? คุณควรต้องมีการแปรผันในเกมส์สิ ...แล้วเรื่องการเปิดเกมส์ด้วยแบคแฮนด์ ตรงนี้ก็ต้องพัฒนาด้วย คุณเล่นเหมือนท๊อปสปินได้อยู่ด้านเดียวคือ ด้านโฟร์ (single-winged looping) ทีนี้มันก็เลยทำให้คู่แข่งเข้าใจเกมส์ของคุณไงล่ะ อะไรมันก็ดูยากขึ้น พอคุณเหนื่อย ก็หนักเลยทีนี้...หม่า หลิน...คุณต้องทำตัวเองให้เหมือน คิม เต็ก ซู ระเบิดออกไปแรงๆเมื่อมีโอกาส บีบคู่ต่อสู้ให้หนัก ...มันต้องให้ออกมาแบบนั้น” [u] โค๊ช หยิน(Yin; หนึ่งในโค้ชทีมชาติจีนชาย) วิจารณ์ [/u] “ คุณกับเราได้ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการคว้าถ้วย สเว้ธลิ่ง คัพ (Swaythling Cup) ในรอบรอง เกมส์ที่สาม ตรงนี้น่าสนใจมาก...เอ่อ..คุณตามหลังอยู่ 8-15 แต่ก็ยังควบคุมตัวเองเย็น แล้วก็อดทนต่อไปได้ ตอนที่คู่แข่งเริ่มเปลี่ยนแทคติค คุณก็ยังต้านกับแรงกดดันได้ ซึ่งถ้าว่ากันตามจริงแล้วเนี่ย คุณไม่ได้มีแทคติคอะไรที่ได้เปรียบเลย แต่คุณรอโอกาส แล้วก็ไม่ยอมง่ายๆ ผมเห็นนะว่าคุณสู้ยิบตาแทบทุกแต้ม…แล้วก็พอรอบชิงฯ เกมส์แรกเนี่ย ก็ไม่ใช่ง่ายเลย...คือตอนนั้นถ้าเราชนะ Saive เนี่ย ก็แทบจะบอกได้เลยว่าเรามีโอกาสเป็นแชมป์สูงมาก คุณเล่นได้ค่อนข้างดีเลยแหละ ตอนเตรียมตัวก่อนแข่ง เราก็ได้โฟกัสจุดสำคัญ แล้วก็เตรียมหลายอย่างไว้มาก” “ ที่ผมอยากจะบอกคือ...คุณควรที่จะต้องมีแรงกระตุ้นในตัวเองมากกว่านี้ เมื่อเวลาที่คุณจะต้องพุ่งความสำคัญ คุณก็ต้องทำให้ได้ เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแปลง คุณก็ต้องเปลี่ยนแปลง คุณจะต้องไม่คิดว่า เฮ้ย! เราต้องเล่นออกมาเป็นช๊อตที่ดีที่สุดตลอดเลยนะ มันไม่ใช่อย่างนั้น... คุณเล่นเกมส์แบบไม้สามได้ดีมากเลยนะ แล้วเหมือนว่าคุณจะใช้มันตลอดเลย...ผมว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดีนักหรอก...โอเคล่ะ มันเป็นช๊อตที่คุณเล่นได้ดี แต่ถ้าคู่แข่งเข้าใจเกมส์คุณล่ะ นั่นแหละ...เดี๋ยวมันก็จะไม่ใช่ช๊อตที่ดีที่สุดอีกต่อไป...คุณจะต้องสำรวจ ดูตัวเอง เกมส์ไม้สามที่คุณเก่งเนี่ย มันก็ควรจะต้องมีการผันแปรด้วย” “ทีนี้ เรื่องแบ็คแฮนด์ การบล๊อคของคุณ มันยังสั่นๆอยู่นิดหน่อย ตรงนี้คุณควรจะไปแก้ แล้วก็ดูด้วยว่าจะใช้อีกด้านแบบ Wang Hao ให้มากขึ้นได้มั้ย? อย่าง หวัง ห่าว เค้าทำตรงนี้ได้ดี ทั้งท๊อปสวนด้วยแบ็คแฮนด์หรือใช้บุกเร็ว คุณมาเรียนการใช้แบ็คแฮนด์อีกด้านทีหลัง ผมดูแล้วก็ว่าคุณยังใช้มันบล๊อคได้ไม่ดีนัก ที่สำคัญอีกอย่างคือ ผมอยากให้คุณพัฒนาความแรงของด้านโฟร์แฮนด์ให้มากขึ้น ฟุตเวิร์คคุณน่ะดี วิ่งไล่ท๊อปได้ทั่วโต๊ะเลย แต่พอท้ายเกมส์พลังมักเหลือน้อยลง ความดุดันในเกมส์ก็มาน้อยลงไปด้วย ควรอ่านคู่แข่งให้ดี ดูตัวเองด้วยว่าจะไปวิ่งไล่ท๊อปทั่วโต๊ะ แล้วจะเหลือพลังพอมั้ยในตอนท้าย ปัญหาอื่นๆ ก็มี...อย่างเช่น การฝึกความอดทน...อันนี้ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราละกัน...” [u] โค๊ช จื้อ (Shi) วิจารณ์ [/u] “ ตอนรอบชิงฯทีม ตอนนั้น น่าสนใจมาก...เป็นธรรมดาที่เราจะกังวลในเกมส์แบบนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทนกับความกดดัน ผมอยากให้คุณรักษาข้อดีตรงนี้ของคุณเอาไว้” “ ความเด็ดขาดในการตัดสินใจของคุณ จะต้องออกมาจากข้างใน ตอนที่เจอ Saive คุณชนะ แต่ก็มีปัญหาหลายอย่างให้คิด หลายครั้ง คุณเดาถูกว่าคู่แข่งจะทำอะไร แต่ดันไม่รู้ว่าจะจัดการยังไง...นี่แสดงให้เห็นเลยว่าความเด็ดขาดในการตัดสินใจของคุณยังน้อย เกมส์ไม้สาม เกมส์สั้นๆ คุณทำได้ดี แต่คุณควรจะวางลูกยาวบ้าง อย่าตรงอย่าเที่ยงเกินไป ควรจะศึกษาการเล่นของ คิม เต๊ก ซู เรื่องของความมุ่งมั่น คุณเป็นคนที่เล่นไม้จีนได้ดีมาก มีเซนส์ แต่คุณต้องมีอะไรแบบที่เรียกว่า ฉีกแนวแตกต่างออกไป (breakthrough)… หากต้องการเป็นแชมป์ คุณต้องผ่านคู่แข่ง หมายถึงแบบทดสอบ ถึง 7 แบบ ซึ่งนั่นคุณจะต้องผ่านให้ได้หมด...” [u] โค้ช อู๋ (Wu) วิจารณ์ [/u] “ พูดกันตรงๆนะ ผมกังวลกับคุณมากในการเล่นทีม คุณเล่นไม่ออกเลยในตอนแรก ผมคิดว่าคุณยังรับสภาวะกดดันไม่ได้...ตอนรอบชิงฯ คุณอยากชนะ แต่ดันมากังวลซะมาก...เห็นเลยว่าคุณไม่ท๊อปลูกที่เค้าตัดมาเลย ผมคิดนะว่าหลังจากที่คุณได้รับประสบการณ์แบบนี้แล้ว อนาคตคุณจะไม่เป็นอย่างนี้อีก” “ หลายครั้งที่คุณคิดมากไป ความเด็ดขาดในการตัดสินใจ มันเลยน้อยลง” “ ประเภทเดี่ยวคุณทำได้ดี แต่คุณต้องแก้ปัญหาพวกนี้ อย่าง...1. ถ้าคู่แข่งรับมือกับไม้สามของคุณได้หมดล่ะ คุณจะทำยังไง? คุณจะโต้สวนกับเค้าได้นานๆหรือ? ตอนเจอ คอง หลิงฮุย คุณไม่มีเสิร์ฟยาวเลย ...2. คุณมีเทคนิคที่ดีมาก แต่พลังใจของคุรน่ะน้อยไป การเล่นเดี่ยวยิ่งเข้ารอบลึก คู่แข่งก็จะแกร่งขึ้นไปเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าจิตใจของคุณต้องพร้อมรับมือ ต้องมีความแปรผันในเกมส์ คุณมักจะชนะ คอง หลิงฮุยได้อยู่บ่อยๆ แต่พอตอนชิงแชมป์โลก คุณกลับกังวล นั่นล่ะมันทำให้คุณจัดการกับปัญหาไม่ได้ นี่เป็นเรื่องของจิตใจทั้งนั้นเลย...ถ้าคุณดี คุณเจ๋ง คุณก็ต้องเชื่อ ต้องบอกตัวเองสิ ว่าเราดี เราเจ๋งพอแล้วก็อย่าไปกังวลให้มากนักกับการเปลี่ยนแปลงแทคติค …ผมจะบอกว่า คุณเสิร์ฟได้ดี แล้วพอตอนคู่แข่งได้เสิร์ฟ คุณก็ได้ทั้งสองแต้ม คุณก็จะชนะแล้ว คุณมีโอกาสทำได้ดีกว่านี้ แล้วถ้าเกิดว่า คุณเสิร์ฟได้ไม่ดีเท่าคู่แข่งล่ะ ตรงนี้ล่ะ พลังใจของคุณมันจะต้องถูกเพิ่มขึ้น ตอนที่ต้องโต้กันนานๆก็อย่าไปกลัว ที่อยากจะวิจารณ์ก็มีเท่านี้แหละ” [u] โค้ช หาน (Han) วิจารณ์ : [/u] “ หม่า หลิน...ความพิเศษของคุณมันเหนือชั้นมากๆ ต่อจากนี้ไป ผมคิดว่าคุณจะก้าวถึงจุดที่ทักษะของคุณมันสมบูรณ์แบบที่สุดได้” “ การเล่นลูกดันสั้นของคุณน่ะดี แต่การพัดลูกในโต๊ะ (flip)เนี่ยยังไม่ดี Saive เค้ามีการวางบอลสั้นที่ดี แม่นยำมาก เค้าจะเสิร์ฟสั้นไปทางโฟร์แฮนด์คุณ ถ้าคุณพัดไม่ดีเค้าจะวางบอลเค้าทางแบ็คแฮนด์ของคุณ ตรงนี้ที่คุณต้องแก้ไข ...ตอนซ้อม ลูกเสิร์ฟยาวของคุณมันเวิร์คนะ แต่พอตอนแข่ง ไม่รู้ทำไมคุณไม่กล้าใช้มัน ในเกมส์ที่คุณสร้างขึ้นมา คุณทำได้ดี แต่พออายุมันเริ่มมากขึ้น ร่างกายก็จะลดศักยภาพลง อาการบาดเจ็บก็จะเข้ามากวน ตอนนั้นล่ะที่จะได้เผชิญหน้ากับความยากลำบาก”
นามปากกาผู้เขียน... :asturias
Last Answer :14/7/2552 11:59:42
[b] บทสัมภาษณ์ จู เซ ฮุค (Joo Se Hyuk) [/b] " [u] [b] ผมอยากจะเล่นต่อไปให้นานเท่าที่จะเป็นไปได้ [/b] [/u] " แปลจาก www.butterfly-world.com 2008, Jan. วันนี้ ด้วยวัย 27 ปี จู ซี ฮุค ยอดมือรับระดับโลกชาวเกาหลีใต้ ผู้คว้าเหรียญเงินจากรายการชิงแชมป์โลก ปี 2003 ซึ่งปัจจุบันเป็นมือ อันดับ 13 ของโลก แต่นั่นก็ยังไม่ใช่อันดับที่ดีที่สุดของเขา จู เคยขึ้นถึงมืออันดับ 11 เมื่อเดือน มิถุนายน 2007 , ปัจจุบัน จู แต่งงานและมีลูกแล้วสองคน เขายังคงเป็นผู้เล่นในสังกัดของ BTY ใช้ TACKIFIRE D 2,1mm ด้าน โฟร์แฮนด์ และ FEINT LONG II 1,5mm ด้านแบ็คแฮนด์ . ชื่อสียงของจูเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ในวงการ จากลูกโฟร์แฮนด์ท้อปสปินที่รุนแรงที่ตามมาหลังจากการเสิร์ฟ และการเล่นในระยะไกลโต๊ะที่ยอดเยี่ยม ลูกตัดด้านแบ็คแฮนด์ด้วยยางเม็ดยาวหลอกหลอนคู่แข่งทุกๆคน , ผู้ชมการแข่งขันส่วนมากจะชอบการเล่นของ จู จากความเร็วที่น่าทึ่ง และฟุตเวิร์ค ที่สวยงาม แต่อย่างไรก็ตาม จู รู้ตัวเองดีว่าเขายังมีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง [i] จู คุณเริ่มเล่นปิงปอง เมื่อไหร่ [/i] จู – ตอนอายุ 10 ขวบ ตอนนั้นผมรู้สึกไม่ชอบเรียนหนังสือเท่าไหร่ แม่และพี่ชายผมก็เลยแนะนำให้ผมเล่นปิงปอง ทั้งยังสนับสนุนอีกด้วย หลังจากนั้นการเรียนในโรงเรียนก็เริ่มที่จะดีขึ้น [i] คุณเริ่มเล่นตอนอายุ 10 ขวบ แล้วก็ยังไม่รู้ตัวเองว่าจะพัฒนาไปในทิศทางไหน แล้วเมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกว่า คุณอยากเป็นนักปิงปองอาชีพ [/i] จู- ก็หลังจากที่เล่นได้ซักสองปี ตอนนั้นอายุ 12 ตอนนี้ผมรู้สึกชัดเจนเลยว่าผมจะต้องเป็นนักปิงปองอาชีพ แล้วกระบวนการในการพัฒนาของผมดีมาก ตอนนั้นเป้าหมายในอนาคตของผมชัดเจนแล้ว [i] ใครเป็นคนค้นพบความสามารถของคุณ โค้ชรึเปล่า ? [/i] จู- ไม่ใช่ โค้ช แต่เป็นครูสมัยผมเรียนประถม เราเล่นปิงปองด้วยกันบ่อย ก็เหมือนโรงเรียนทั่วไปในเกาหลี คุณครูท่านเห็นแววก็เลยเอาไปคุยกับทางบ้านผมน่ะ [i] คุณเริ่มต้นอาชีพอย่างไร [/i] จู- ผมได้รับเลือกให้เข้าเรียนมัธยม เป็นโควตาปิงปอง แล้วผมก็ได้รู้จักกับอดีตนักกีฬาทีมชาติ ซึ่งผันตัวมาเป็นโค้ชในตอนนั้น หลายๆครั้ง ที่เราเล่นด้วยกัน 4-5 ชั่วโมงต่อวัน [i] แล้วเมื่อไหร่ที่คุณสนใจที่จะเล่นเป็นมือรับ [/i] จู- ในช่วงปีแรกผมซ้อมเบสิค พื้นฐานต่างๆเหมือนกับทุกคน หลังจากนั้น โค้ชของทางโรงเรียนก็แนะนำว่าผมควรจะเล่นมือรับ และผมควรพุ่งสมาธิไปที่การเล่นรับ [i] ทำไมล่ะ? เพราะระยะยืนของคุณห่างจากโต๊ะมากรึเปล่า [/i] จู-ไม่นะ ไม่ใช่ทั้งหมด ในตอนนั้นความจริงผมเองก็ยังไม่รู้ว่าทำไมผมควรเล่นมือรับ ผมเถียงกับโค้ช แต่สุดท้ายโค้ชก็บอกว่าผมจะประสบความสำเร็จช้ามากถ้าเล่นสไตล์อื่น [i] ในอดีตเกาหลีใต้มีมือรับมั้ย? [/i] จู- แทบจะไม่มีเลยครับ ก่อนหน้าผมก็มี ปาร์ค ลี ที่เป็นมือรับ พอรู้จักกันในวงกว้าง แล้วก็ผมที่ได้เหรียญเงินตอนชิงแชมป์โลก ปี 2003 [i] เมื่อคุณประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรกแล้ว คุณคิมั้ยว่าหลังจากนั้นคุณจะต้องเดินไปข้างหน้าอีก [/i] จู- มันก็ไม่เชิงเรียกว่าความสำเร็จนะ ตอนนั้นผมยังเล่นอยู่ในลีกของระดับโรงเรียนอยู่แล้วก็พุ่งเป้าไปที่การทำผลงานให้ดีขึ้น แต่หลังจากได้รองแชมป์โลกแล้ว ตอนผมจบจากโรงเรียน อายุ 18 ผมก็ได้รับข้อเสนอ จาก แดวู หลายอย่าง นั่นมันยอดเยี่ยมมากเลย [i] ขอคุยถึงตอนที่คุณได้รองแชมป์โลก หน่อยนะ ตอนนั้นนั้นคุณเป็นมืออันดับระหว่าง 50 ถึง 70 เชื่อว่าคุณเองก็คงไม่คิดว่าคุณจะไปได้ไกลขนาดนั้น คุณรู้สึกอย่างไรในตอนนั้น [/i] จู- ตอนนั้นทุกอย่างเป็นไปของมันเอง อย่างเยี่ยมยอด ผมรู้สึกดีขึ้นมากทุกครั้งที่แข่งจบแต่ละแมทช์ แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองเล่นได้ดีมาก แล้วตอนรอบชิงที่เจอกับ ชเลเกอร์ ไม่ใช่ว่าผมไม่มีโอกาสชนะเลยนะ แต่ว่าเค้าเล่นฉลาด แล้วก็มั่นคงมาก [i] ตอนนี้ คุณเป็นมืออันดับ 13 แล้วก็เป็นมือรับที่มีอันดับสูงที่สุด หู ยิงเฉ่า ของจีน อันดับ 16 แล้ว เฉิน เว่ยซิง ก็ อันดับ 24 นี่คือมือรับเพียงสามคนใน 50 อันดับแรก คุณคิดว่ามือรับกำลังจะหายไปรึเปล่า? [/i] จู- ไม่นะ ผมไม่คิดแบบนั้น แต่ตอนนี้สุดยอดผู้เล่นของจีนอย่าง หวัง ลี่ฉิน ,หม่า หลิน และ หวัง หาว ทำให้พวกมือรับต้องเจองานหนักมาก คือพวกนี้ไม่ค่อยจะพลาดนะ [i] แล้วถ้ามือรับต้องเจอพวกนี้ล่ะ มีความเป็นไปได้ที่จะชนะมั้ย? [/i] จู- คุณจะต้องเล่นรับให้แม่นยำ ให้มั่นคง ต้องถอยรับ แล้วต้องหาจังหวะบุกกลับด้วย มือรับจะต้องเล่นแบบนั้น แค่เอาแต่รับอย่างเดียวไม่พอแน่นอน [i] โดยเฉลี่ยแล้วคุณซ้อมวันละกี่ชั่วโมง [/i] จู- เราซ้อมวันละ 4 ชั่วโมง แต่แบ่งเป็น 4 ครั้ง ครั้งละชั่วโมง มีพักเบรกระหว่างชั่วโมง ที่ซ้อมอยู่ก็จะเกี่ยวกับ การเข้าถิงเกมส์ในระดับสูง สมาธิ ความตั้งใจ พวกนี้แหละ [i] ฤดูกาลนี้ คุณเล่นในลีกของ โครเอเชีย ซึ่งมันไกลจากเกาหลีมาก คุณชอบบรรยากาศที่นั่นมั้ย? [/i] จู- มันต่างกันมากครับ แล้วก็หลายอย่าง น่าสนใจมากสำหรับผม ผมได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆหลายอย่าง [i] มือรับคนไหนที่เป็นไอดอลของคุณ [/i] จู- ก็มี มัตซูชิตะ โคจิ ของ ญี่ปุ่น แล้วก็ ติง ซง ของจีน [i] อะไรคือสิ่งที่มือรับจะต้องมี หากต้องการประสบความสำเร็จ [/i] จู- ความอดทนที่มาก นั่นล่ะที่จำเป็นสำหรับมือรับที่ดี [i] หลังโอลิมปิก 2008 จะมีการแบนกาว คุณคิดว่านั่นจะเป็นโอกาสให้มือรับเล่นได้ง่ายขึ้นมั้ย? [/i] จู- ผมไม่คิดอย่างนั้นนะ [i] ตอนนี้คุณอายุ 27 แล้ว คุณประสบความสำเร็จสูงสุดคือได้รองแชมป์โลก ตอนนี้คุณตั้งเป้าหมายสำหรับอนาคตอย่างไร? [/i] จู- ผมก็จะเล่นปิงปองต่อไป และทำให้ดีที่สุด หลังจากนั้นความสำเร็จมันจะตามมาเองอัตโนมัติ ผมเชื่ออย่างนั้นนะ [i] คุณคิดว่าจะเล่นปิงปองต่อไปอีกนานเท่าไหร่? ผู้เล่นหลายคนอย่าง Saive, Primorac, Rosskopf, Persson ก็ยังเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งๆที่อายุ 36, 37กันแล้ว [/i] จู- ก็ นานเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งต้องมีร่างกายที่พร้อมมาก ผู้เล่นเหล่านี้ เค้ามีวิธีจัดการแบบมืออาชีพอยู่แล้ว =จบบทสัมภาษณ์ ของ จู ซี ฮุค แล้วนะครับ อยากอ่านของใครบอก asturias ได้ =
นามปากกาผู้เขียน... :asturias
Last Answer :15/7/2552 14:21:36
[u] [b] บทสัมภาษณ์เบาๆ ของสองนักเทเบิล เทนนิส สาวจากจีน เจ้าของแชมป์โลกหญิงเดี่ยวคนล่าสุด จาง อี้หนิง (Zhang Yining) และคู่ชิงชนะเลิศ กัว หยู ( Guo Yue) [/b] [/u] แปลจาก Butterfly-world 2009 ครับ [i] [b] “ฉันรู้สึกมีความสุขมากๆเลย " [/b] [/i] จาง อี้หนิง แชมป์โลกหญิงเดี่ยว ปี 2009 Butterfly: จาง อี้หนิง , หลังจากที่พลาดแชมป์ไปเมื่อสองปีที่แล้ว ตอนนี้คุณก็สามารถคว้าแชมป์จนได้ เราอยากทราบว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับการได้แชมป์ในครั้งนี้ ? จาง อี้หนิง : ชั้นเคยได้แชมป์นี้มาก่อนแล้วตอนปี 2005 แต่การได้แชมป์ครั้งนี้ก็ยังทำให้ชั้นรู้สึกดีเอามากๆ เพราะมันเป็นเกมส์ชิงแชมป์โลก แล้วการเล่นในรอบชิงเกมส์ก็เป็นเกมส์ในระดับสูง กัว หยู ก็เล่นได้ดีมากเช่นกันค่ะ Butterfly: อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างคุณทั้งสองคน ซึ่งเป็นผู้เล่นในระดับสูง และ มีความสามารถที่ใกล้เคียงกันมาก อย่างนี้? “ จาง อี้ หนิง : โดยส่วนตัวชั้นเองแล้ว การเล่นในรอบชิงฯ ชั้นรู้สึกพอใจกับตัวเองมาก ในแง่ของการเลือกเป็นฝ่ายเข้าทำ หรือ การตั้งรับ ตอนนั้นชั้นพยายามที่จะเล่นให้ใกล้โต๊ะมากเข้าไว้ แล้วก็จะพยายามวางตำแหน่งของลูกให้แม่น เมื่อมีโอกาสชั้นจะพยายามเล่น โฟร์แฮนด์ ท๊อปสปินสวนให้หนัก มากไปกว่านั้นคือชั้นจะบล็อกด้านแบ็คแฮนด์แบบอัดกระแทกกลับไป ซึ่งมันจะเป็นการเพิ่มสปีดของลูก แล้วก็ยังเป็นการบีบคู่แข่งอีกด้วย กัว หยู: สำหรับชั้น...วันนี้ชั้นคิดว่าตัวเองเล่นได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอารมณ์ หรือสภาพร่างกาย แต่พอเซตที่สามแล้วรู้สึกว่าตัวเองจะเฉื่อยๆไป เลยทำให้ จาง อี้หนิง บีบให้ชั้นออกไปเล่นไกลโต๊ะมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นในการเล่นสวนกันนานๆ รู้สึกว่าตัวเองรีบมากเกินไปด้วยแหละ Butterfly: จาง อี้หนิง, ดูเหมือนคุณจะไม่กดดันเลยนะ ทั้งๆที่ตามหลังอยู่ 0:2 ในรอบชิง?” จาง อี้หนิง : ตอนนั้นชั้นตามหลังอยู่ 2 เซต แต่ก็ยังสงบอารมณ์ได้ ...คือ ชั้นไม่ได้สนใจในแต้ม หรือ เกมส์ แบบนั้น ชั้นคิดว่า นี่คือ ชิงแชมป์โลกที่ต้องสนใจคือตอนนี้ที่เล่นอยู่ ชั้นเชื่อในความสามารถของตัวเองค่ะ Butterfly: คุณทั้งสองคนเป็นสมาชิกของ Butterfly Team แล้วก็ยังเป็นเพื่อนร่วมทีมชาติ คุณทั้งสองคนต่างก็คว้าได้แชมป์หลายรายให้ประเทศจีน คุณฝึกซ้อมด้วยกันหลายสัปดาห์ หลายเดือน เป็นปี...เมื่อต้องมาเจอกัน ความรู้สึกที่อยากจะเอาชนะกันเนี่ย มันเป็นอย่างไร มากน้อยแค่ไหน? กัว หยู : เราทั้งสองคนรู้จักกันมานาน ตั้งแต่เริ่มเล่นทีมชาติ โดยธรรมชาติแล้วคุณเล่นปิงปอง คุณก็อยากได้แชมป์ ที่จีน มีการแข่งขันเยอะมากที่พวกทีมชาติต้องเจอกันเอง แล้วมันก็ไม่ได้มีการมา การันตี ว่าคุณเจ๋งแค่ไหนที่เอาชนะเพื่อนร่วมทีมได้ จาง อี้หนิง: นักกีฬาของเราทั้งหมดสามารถได้แชมป์กันทั้งนั้น แต่คำว่า จีน เป็นแชมป์ นั่นล่ะสำคัญที่สุด Butterfly: หลังจากโอลิมปิค ผ่านไป 9 เดือน ก็มีมติในเรื่องการแบนกาวอย่างเป็นทางการ ตรงนี้มันทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรกับคุณบ้างมั้ย? จาง อี้หนิง ,กัว หยู : เราทั้งสองคนไม่มีปัญหาอะไรนะ...อุปกรณ์ที่เราใช้น่ะดีมาก ช่วยให้เราเล่นได้ดีกว่าแต่ก่อน การควบคุมก็เพิ่มมากขึ้นด้วย
นามปากกาผู้เขียน... :asturias
Last Answer :15/7/2552 14:41:53
[b] How to Beat Jan-Ove Waldner at Table Tennis [/b] [i] [b] ทำไงจะเก็บ วอลด์เนอร์ ได้ละเนี่ย ? [/b] [/i] ฟอรุ่มนี้เขียนขึ้นจากคำให้สัมภาษณ์ของ ฌอน โอนีล (Sean P. O'Neill ) อดีตแชมป์สหรัฐอเมริกา 5 สมัย และเคยเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิคมาแล้ว 2 ครั้ง บทความนี้ ฌอนได้แชร์ความคิดของเขาเกี่ยวกับการที่ต้องเจอคู่แข่งระดับตำนานโลกเทเบิล เทนนิส อย่าง ยาน โอเฟ่ วอลด์เนอร์ ว่าจะต้องทำอย่างไร2 ต้องทำอย่างไร เมื่อเจอกับคู่แข่งระดับเทพ อย่าง วอลด์เนอร์ ( ผม – Asturias คิดว่าบทความนี้เขียนขึ้นจากมุมมองของโปรนะครับ ถ้าใครได้มีโอกาสประมือกับวอลด์เนอร์ก็คงเป็นวาสนาอย่างมากเลย อ่านเอาเป็นหลักคิดแล้วกันนะครับ) “อย่างแรกเลยคือ เลิกคิดที่จะเล่นบุกให้มากขึ้น ด้วยยางเรียบ นั่นจะทำให้คุณแย่หนักขึ้นไปอีก แต่ผมก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องหันไปใช้ยางเม็ดนะ สุดยอดผู้เล่นยางเม็ดระดับท๊อปเท็น สามารถทำให้วอลด์เนอร์( เจโอ) ปวดหัวเวลาเล่นในลีกได้ ก็อย่างเช่น คิม กี เต็ก จอนนี่ ฮวง, เฉิน หล่องคัง, และก็ หลิว กั๊วะเหลียง พวกนี้ทำได้ดีทั้งนั้น แต่นั่นมันก็นานมาแล้ว เดี๋ยวเหตุผลน่ะผมจะบอกทีหลัง” “ถ้าคุณมองดูผู้เล่นที่ทำให้เจโอ ต้องแพ้อย่างน่าเจ็บใจ คุณจะเห็นว่าพวกนี้มักจะเป็นพวกที่เหนียว ตีโต้ได้นาน ผมดู คอง หลิงฮุย ,ซามโซนอฟ ,เจอร์เก้น เพอร์สัน, อังเดร มาซูนอฟ, เกออร์ก โบห์ม, คาร์ล พรีน, มิคาเอล แอพเพลเกรน พวกนี้จะเล่นแบบไม่ฆ่าโดยไม่จำเป็น เจโอจะเล่นให้คู่ต่อสู้ขยับมากๆ ให้ตำแหน่งการยืน ท่าทางของคุณเพี้ยนไป นั่นล่ะเค้าล่ะ ลองไปดูคลิปที่ เจโอ เจอ หม่า เหวินเก๋อ ,คิม เต็ก ซู หรือ ยู นัม คิว ดูสิ เราจะเห็นได้เลยว่าเมื่อเจอกับเจโอ เค้าจะยืมแรงของคู่ต่อสู้ เปลี่ยนตำแหน่งบอลไปเรื่อย นั่นคือเหตุผลว่าทำไม เจโอทำได้ดัเมื่อเจอกับผู้เล่นเอเชีย” ทีนี้มาว่ากันถึงกฎที่ต้องจำกันบ้าง [u] [b] กฏข้อที่1 เล่นเกมส์ชิดโต๊ะเข้าไว้ [/b] [/u] เจโอ ชอบนักกับการเล่นโต้สวนกันนานๆ ถ้าคุณทำให้เค้าออกไปนอกโต๊ะได้ก็อย่าได้ชะล่าใจว่าจะฆ่าได้เลย เพราะลูกฟิชชิ่งของเค้าลึกไปถึงท้ายโต๊ะมาก ควรจะดึงไว้เหมือนซามโวนอฟก็ดี แล้วก็ตีสปินฉีกออกกว้างๆไปทางแบ็คแฮนด์ของเค้า ใส่สปินไปซัก 70 % รอจนเค้าเริ่มโยน หรือตัด ตอนนั้นแหละค่อยเล่นจังหวะฆ่า [u] [b] กฎข้อที่ 2 กรุณาลดความกระหายที่จะรวบหาย แม้ว่าลูกนั้นมันจะดูง่ายๆ [/b] [/u] เจโอ ชอบที่จะรอให้คุณเคลื่อนที่ไปทางนั้นที ทางนี้ที เมื่อไหร่ที่เค้าคอนโทรลคุณได้ เค้าก็จะหันมาคิดว่าตัวเค้าเองจะเคลื่อนไปทางไหน มีข้อเท็จจริงอยุ่ข้อหนึ่งที่ว่า เจโอจะเดาทิศทางการเคลื่อนที่ของคู่ต่อสู้ได้เร็วกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้นอย่าผลีผลามที่จะอ่านทางบอลให้เร็วเกินไปเมื่อเจอเจโอเพราะมันอาจจะไปในทิศทางไหนๆก็ได้ที่คุณไม่คาดเลย [u] [b] กฎข้อที่ 3 รอจนกระทั่งเจโอตีบอลแล้วค่อยเคลื่อนไหว การออกตัวที่เร็วเกินไปจะทำให้คุณพลาดได้ง่ายมาก [/b] [/u] เจโอ จะใช้แรงที่มากหากคุณปล่อยให้เขาใช้ แล้วการรับลูกเสิร์ฟท๊อปสปินของ เจโอด้วยแค่การดันไปเข้าทางโฟร์แฮนด์ หรือแบ็คแฮนด์ของเค้าเนี่ยอันตรายมาก ถ้าคุณจะรอลูปลูกเสิร์ฟฮาล์ฟลองของเค้าเนี่ย จะต้องแน่ใจว่าจะไม่ถูกสวนกลับ คุณจะต้องตีกลับไปให้เลียดเน็ต ฉีกออกด้านข้างให้มาก การรับลูกเสิร์ฟของเจโอน่ะยาก กุญแจสำคัญอย่างหนึ่ง ให้ดูแทคติค J.M. Saive ที่จะเสิร์ฟแล้วให้ตัวเองได้เปิดเกมส์ลูปไปตำแหน่งต่างๆ ให้เจโอได้เดาคุณมากขึ้นบ้าง จำไว้ว่าถ้าคุณคิดจะแค่ดันลูกเสิร์ฟของเจโอกลับไปนะ คุณจบแน่นอน การเล่นให้เซฟ รักษาสมดุลที่ดี ให้ไปดู Saive, Persson, (Damien) Eloi, (Zoran) Primorac, (Peter) Karlsson and Appelgren. [u] [b] กฎข้อที่ 4 รับลูกเสิร์ฟให้ไปตกตรงตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ [/b] [/u] เจโอ ...บางครั้งก็หมดความสุขุม รอบคอบได้ โดยเฉพาะในแมทช์ที่เกมส์มันไม่ค่อยไหลลื่น ยิ่งเกมส์เป็นรูปแบบทั่วไปเท่าไหร่ เค้าก็ยิ่งมีสมาธิที่ดีขึ้นเท่านั้น ถ้าคุณได้เจอเค้าในรอบแรกๆมันก็เหมือนพระเจ้าโปรดคุณ ถ้าเค้าเสียแต้มนึง เค้าก็จะลองแทคติคเดิม เพื่อดูว่าคู่แข่งจะทำได้อีกรึเปล่า [u] [b] กฎข้อที่ 5 พยายามมองเค้าว่าเป็นคู่ต่อสู้คนนึง อย่ามองว่าเค้าคือ เจโอ วอลด์เนอร์ผู้ยิ่งใหญ่ [/b] [/u] แล้วถ้าเกิดโชคดีได้เซตแรกก็อย่าไปออกอาการกระดี๊กระด๊าให้มาก แนะนำให้แค่เปลี่ยนข้างแล้วก็เตรียมเสิร์ฟจะดีกว่า เจโอ ชอบมากที่จะใช้การเล่นสปินสู้กับสปินของคุณ นั่นเป็นเหตุผลนึงที่พวกยางเม็ดสั้นจะสร้างปัญหาให้เจโอได้มากกว่าเม็ดยาว และเม็ดนี่แหละที่เปลี่ยนเกมส์สปินของเค้ามาเป็นเกมส์สปีด และถ้าคุณเร็วพอคุณสามารถเล่นบีบให้เค้าไปรับได้ และเจโอก็ไม่สามารถใช้ความที่คุณสร้างสปินได้น้อยเนี่ย กลับไปสู้กับคุณได้ แล้วการรับลูกเสิร์ฟของเค้าด้วยยางเม็ดก็จะง่ายขึ้นด้วย [u] [b] กฎข้อที่ 6 ถ้าคุณเล่นยางเม็ด แล้วก็อยู่ในแร๊งกิ้ง 10-15 ของโลก คุณจะเห็นอีกด้านนึงของเจโอ [/b] [/u] คือเค้าจะเปิดเกมส์บุกใส่คุณเร็วมาก เพราะเค้าไม่อยากที่จะบล็อกลูกตบ หรือลูกสวนในโต๊ะ ทั้งหมดนี่ก็คือกฎหกข้อที่จะทำให้คุณดูดีขึ้นมาเวลาเจอกับเจโอ ดีกว่าที่จะโดนทุบ 11-0 ...เมื่อตอนที่ผมเจอกับเค้าที่สวีเดน ใช้กฏที่ว่านี้อยู่3-4 ข้อ แล้วเกมส์แรกผมก็นำเค้าอยู่ 15-8 (สมัยที่ยังเกมส์ 21) นั่นลืที่ผมทำได้ เค้าต้องได้อีก 13 แต้มถึงจะชนะ...แน่นอนผมแพ้เซตแรก...เซตที่สอง ผมก็เหมือนเซตแรก ผมนำแต่ก็ แพ้อีกเช่นกัน ผมจำได้ตอนนั้นว่าว่า อังเดร มาซูนอฟ(อดีตมือระดับโลกชาวรัสเซีย ชื่อเค้าเอามาเป็นรุ่นไม้เปล่าของ BTY ที่สมัยหนึ่งเคยแรงที่สุด) บอกว่า “ เสิร์ฟยาวๆใส่ ยาวเข้าไว้” แต่ผมแนะนำว่าอย่าดีกว่านะ...มันไม่ได้ช่วยอะไรผมเล้ยยยยยย -asturias-
นามปากกาผู้เขียน... :asturias
Last Answer :15/7/2552 14:47:55
มีจูเซฮุกอันเดียวเหรอ ผมอยากอ่านของพี่จูเซฮุกเยอะๆอ่ะ [sm01]
นามปากกาผู้เขียน... :หลังม่านพิรุณ
Last Answer :14/3/2553 13:39:03
อยากอ่านบทสัมภาษณ์อีกครับ เป็นกำลังใจให้ครับ
นามปากกาผู้เขียน... :MgC4
Last Answer :16/3/2553 0:56:55
ความรู้ ครับ ขอบคุณมาก สำหรับนามปากกา ผู้แปลไทย คุณ asturias และ ขอบคุณผู้นำมาเผยแพร่ คุณโคดามะ สกูล อย่างมากครับผม
นามปากกาผู้เขียน... :SAMOO7
Last Answer :16/4/2553 2:55:15
นามปากกาผู้เขียน... :webmaster
Last Answer :13/1/2554 15:28:17

 

Log in before, please.

 

VIP SPONSOR

 

เวปไซด์แห่งนี้เป็นของ ร้านปิงปองอินเตอร์ - Vanshop - Specs - Istzy - Mr.Tony
กรุณารักษามารยาท อย่านำสินค้าหนีภาษี - สินค้าหิ้วเข้ามาเอง - สินค้าปลอม มาจำหน่ายในเวปนี้
 
© 2017 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com