Ping Pong Board
บอร์ด: คนไทยเก่งปิงปอง
บอร์ด: การแข่งขันทั่วไทย
บอร์ด: พูดคุยทั่วไป-สินค้ามือ 2
บอร์ด: สินค้ามือสอง On FB
บอร์ด: แปลงสินทรัพย์เป็นทุน
บอร์ด: ขายสินค้าใหม่ มือ 1
บอร์ด: รีวิวอุปกรณ์
บอร์ด : รีวิวอุปกรณ์ On FB
บอร์ด: เทคนิคการเล่นปิงปอง
บอร์ด: การเมืองเรื่องปิงปอง
บอร์ด: บริจาคอุปกรณ์เหลือใช้
บอร์ด: ปรึกษาอาการบาดเจ็บ
บอร์ด: ปิงปองทุกจังหวัด
บอร์ด: ชมรมคนเล่นยางเม็ด
บอร์ด: จับแบบไม้จีน ไม้ญี่ปุ่น
บอร์ด: สนทนาภาษาปิงปอง
บอร์ด: นัดกันไปเรียน ไปเล่น
บอร์ด: Chat Online
บอร์ด: เล่นเกมส์ปิงปอง
บอร์ด: เกมส์ออนไลน์
สำหรับสมาชิก
นามปากกา
รหัสผ่าน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิกใช้งาน
กระทู้โดนใจชาวปิงปอง
สถานที่รับสอนปิงปอง
บอร์ดแนะนำเทคนิคการเล่น และ ถามปัญหาสุขภาพกับคุณหมอ ternglim
ตั้งกระทู้-เฉพาะกีฬาปิงปอง
รับปรึกษาปัญหาสุขภาพสำหรับเพื่อนๆในบอร์ดครับ ( ย้ายมารวมอยู่ในหัวข้อนี้ครับ )
(Reader : 21912)
เนื่องจากเห็นว่าในหลายๆบอร์ดในหลายๆชุมชนออนไลน์ จะมีสมาชิกที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับทางสาธารณสุข ช่วยกันมาตอบปัญหาสุขภาพและช่วยเหลือหลายๆคนที่มีปัญหาด้านนี้ได้เป็นอย่างดี
ผมในฐานะที่มีอาชีพเป็นแพทย์ และได้เข้ามาอ่านเวปบอร์ดนี้อย่างต่อเนื่อง คิดว่ามีสักกระทู้ไว้ถามตอบเรื่องปัญหาด้านนี้น่าจะเป็นการดี

ปล.ใครเป็นแพทย์หรือบุคลากรทางสาธารณสุขช่วยๆกันตอบก็ได้นะครับ
ปล2. ถ้าคิดว่าไม่เกี่ยวกับปิงปองลบทิ้งไปก็ได้นะครับ
นามปากกาผู้เขียน... : ternglim Last Answer : 25/2/2552 19:24:37


ขอปรึกษาหน่อยครับ เวลาเล่นติดต่อ3-4วันๆละประมาณ2ชม. แล้วมันปวดข้อเท้า พอหยุดเล่นไปสัก3-4วันก็หาย แต่พอกลับมาเล่นอีกก็เป็นอีก อย่างนี้ต้องทำตัวยังไงครับ ขอบคุณมาก
นามปากกาผู้เขียน... :ไม่ลองจะรู้ได้ไง Last Answer :25/2/2552 20:17:55



ผมเป็นคนชอบ ตี ลูก แฟช และ top spin เวลาผม top ผมจะปล่อยไห้ลูกมันหล่นไปจากโต๊ะปะมาน 5 เชน อะครับ มันต้องเอนตัวไปข้างหลัง แล้วตี ผมมีอาการปวด เอวอย่างมา ผมเลยไปปรึกษาหมอ กระดูก และ หมอกล้าเนื้อ เฉพาะทางเลย ผมได้ยามากิน 4ชุด แต่ก็ไม่หายอะครับ หมอบอกว่าเวลาเราเอนตัวไปข้างหลัง เส้นประสาทมันกดทับอะไรสักอย่าง เนี่ยละ แต่ตอนนี้หายแล้วครับ รักษาตัวอยู่ 4เดือน ผลคือ หมอนรองกระดูดทับเส้จประสาทส่วน เอว ผมเลยโดนจับขึ้นเขียง จึงอยากมาเล่าต่อไห้เพื่อนๆระวังตัวหน่อยนะครับ สำหรับคนชอบtop หลอกทางใต้โต๊ะ
นามปากกาผู้เขียน... :หนูไม่ตบ Last Answer :25/2/2552 20:56:03


ตอบ คุณไม่ลองจะรู้ได้ไง
การปวดข้อเท้าที่คุณบอกมาคิดว่าน่าจะเกิดการใช้งานที่ผิดท่าเป็นเวลานาน หรือการใช้ข้อต่อบางส่วนติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้ผังพืดเส้นเอ็นบริเวณนั้นเกิดการอักเสบได้ ตามภาษาแพทย์เรียกว่า overuse syndrome (โรคที่เกิดจากการใช้งานมากเกินไป) สำหรับคุณ ไม่ลองจะรู้ได้ไงคงยังเป็นไม่มาก เพราะเวลาหยุดเล่นก็หาย

สำหรับวิธีแก้นะครับ
1. ก่อนออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาควร อบอุ่นร่างกายอย่างน้อย 15 นาที เพื่อให้เอ็นพังพืดและกล้ามเนื้อได้คลายตัวก่อน จะทำให้อาการบาดเจ็บหลังการเล่นกีฬาเป็นน้อยลง
2. อาจหาที่รัดข้อเท้ามาใส่เวลาที่ต้องการเล่นนานๆ เพราะจะช่วยทำให้ข้อต่อกระชับ และอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นก็จะมีน้อยกว่า
3. เรื่องพวกยาคลายกล้ามเนื้อไม่ค่อยแนะนำให้ซื้อกินกันเองนะครับ โดยเฉพาะพวกยาชุด แม้มันจะระงับอาการได้ค่อนข้างเร็ว แต่ผลข้างเคียงมันเยอะ ถ้าไม่ลำบากจริงๆไปให้คุณหมอตรวจและสั่งยาให้จะดีกว่านะครับ


ขอบคุณคุณหนูไม่ตบที่ช่วยมาแนะนำด้วยนะครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :25/2/2552 21:11:29


ของผมตอนนี้เป็นปัญหาที่น่ารำคาญมากๆ

คือ เวลาตีเบสิค ผมจะไม่รู้สึกอะไร

แต่พอเริ่มทอปสปิน จะมีอาการเจ็บจี้ดขึ้นมา

บริเวณไหปลาร้า ขวา ตอนแรกคิดว่าเปนที่กระดูก

พอกดไปกลับไม่เจ็บกระดูก แต่พอยืด ให้ มันตึง

จะรู้สึกเจ็บอย่างมาก เป็นติดต่อกัน เป็นเวลาราวๆ

4 - 5 วันแล้ว แต่ไม่ได้ใช้ยานวดอย่างต่อเนื่อง

เลยอยากทราบว่า อาการแบบนี้ เพียงใช้ยานวดจะหายรึเปล่าครับ

หรือว่า เป็นบ่อเกิดของอาการใดเพิ่มเติมอีกจะได้ระวังตัวหน่อยครับ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ
นามปากกาผู้เขียน... :เจ๊MewKiiEz Last Answer :25/2/2552 21:17:58


- - ลืมคิดไปอย่างว่าเวปนี้มันเวปกีฬานี่นา คำถามส่วนใหญ่จริงเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปวดกล้ามเนื้อ ผมขอเอาบทความอันนี้ให้อ่านละกันซึ่งเป็นเกี่ยวกับการปวดกล้ามเนื้อ

หลายคนมีปัญหาการปวดกล้ามเนื้อในบริเวณต่างๆ อาทิ คอ บ่า ไหล่ สะบัก หลัง ซึ่งถ้าเป็นไปอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้น อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังมีอาการของ “โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง” และถ้าปล่อยไว้นานโดยไม่รักษาให้ถูกวิธี จะทำให้เกิดโรคอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะเรื้อรัง ไมเกรน ความดันโลหิตสูง นอนไม่หลับ กล้ามเนื้ออ่อนแรง โครงสร้างร่างกายผิดปกติ เป็นต้น

นพ. แวร์สมิง แวหมะ แพทย์อายุรเวทประจำศูนย์รักษาไมเกรนและโรคปวดเรื้อรัง Doctor Care ให้ความเห็นไว้ว่า โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง หรือ Myofascial Pain Syndrome (MPS) ปัจจุบันคนกว่า 30% มีปัญหานี้ โดยเฉพาะ คนที่ทำงานในสำนักงาน สาเหตุเกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อเป็นก้อนเล็กๆ ขนาด 0.5-1 ซม. ที่เรียกว่า “Trigger Point” หรือ จุดกดเจ็บจำนวนมากซ่อนอยู่ในกล้ามเนื้อหรือเยื่อพังพืด ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อนั้นขาดเลือดและออกซิเจนเข้าไปเลี้ยง เกิดการอักเสบและการเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น

การรักษาด้วยการกินยา ทายา นวด หรือใช้ความร้อน อาจทำให้อาการดีขึ้นชั่วคราว จากนั้นก็จะกลับมาปวดอีกเพราะยังมีการอักเสบของกล้ามเนื้อบริเวณจุดรวมของ Trigger Point อยู่

โรคนี้จะมีอาการปวดร้าวลึกๆ ตรงกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ความรุนแรงมีได้ตั้งแต่เมื่อยล้าไปถึงทรมานจนขยับบริเวณนั้นไม่ได้ บางกรณีมีอาการชามือและขาร่วมด้วย บางรายมีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง นอนไม่หลับ หรือมีอาการผิดปกติของโครงสร้างร่างกาย เช่นไหล่สูงต่ำไม่เท่ากัน หลังงอ คอตก ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนี้ มาจากท่านั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม ลักษณะงานที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวต่อเนื่อง เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อซ้ำๆ การทำงานที่มีการใช้กล้ามเนื้อท่าเดียวกันซ้ำๆ การทำงานของกล้ามเนื้อมากเกินไป ขาดการพักผ่อน รวมถึงขาดการบริหารกล้ามเนื้อ
อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นอีก ผู้ป่วยต้องดูแลและบริหารกล้ามเนื้อสม่ำเสมอ เช่น ฝึกการยืดกล้ามเนื้อบริเวณลำตัวบน ต้นแขนและคอ โดยการประสานมือเข้าด้วยกันแล้ว ยืดมือออกไปด้านหน้า จากนั้นค่อยยกขึ้นด้านบนและโยกไปด้านซ้ายและขวา หรือการยืดกล้ามเนื้อด้านข้างลำตัว หลังต้นขาและกล้ามเนื้องอ เช่น ประสานมือเข้าด้วยกัน แล้วยืดมือออกไปด้านบน จากนั้นค่อยๆ โยกลำตัวไปด้านข้างจนเอวรู้สึกตึง สลับไปอีกข้าง และรู้จักหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง และมาพบแพทย์อายุรเวทเพื่อตรวจสภาพกล้ามเนื้อปีละครั้ง ก็จะทำให้ห่างไกลจากโรคนี้ได้
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :25/2/2552 22:55:27


ตอบคุณ :เจ๊MewKiiEz
สำหรับของเจ๊ ก็เป็นกล้ามเนื้ออักเสบเหมือนกัน ถามว่าแค่นวดยาพอมั้ย ผมขอแบ่งเป็น 2 กรณีนะ
1. กรณีที่ได้หยุดพักการเล่นเป็นเวลาพอสมควร ไม่ได้กลับไปใช้กล้ามเนื้อนั้นๆประมาณ 1 อาทิตย์ แค่ยานวดก็เพียงพอแล้วครับ หรือไม่ต้องทำอะไรไม่ต้องทายา อาการต่างๆเหล่านั้นก็สามารถดีขึ้นเองได้ (ร่างกายเรามีระบบรักษาตัวเองอยู่แล้ว)
2. กรณีที่ยังเล่นอย่างต่อเนื่อง แค่ยานวดอย่างเดียวไม่พอแน่นอน ต้องอาศัยยากินร่วมด้วย สำหรับยากินที่สามารถซื้อหาได้เองจะเป็นยากลุ่มลดการอักเสบ เรียกศัพท์แพทย์ว่ายากลุ่ม NSAID ซึ่งปัจจุบันแบ่งเป็น 2 กลุ่มเช่นกัน
- กลุ่มที่มีผลข้างเคียงน้อย กลุ่มนี้จะราคาค่อนข้างแพง แต่จะมีผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยของยากลุ่มนี้คือการกัดกระเพาะน้อยกว่ากลุ่มที่ 2 ชื่อยาที่ใช้กันแพร่หลายก็มี Celebrex, Arcoxia
- กลุ่มที่ผลข้างเคียงปกติ ยากลุ่มนี้ก็จะมีผลข้างเคียงในการกัดกระเพาะมากกว่ากลุ่มแรก ที่หาซื้อได้ง่าย เช่น Brufen, Diclofenac แต่อย่างไรก็ตามราคาของยากลุ่มนี้จะถูกกว่ากลุ่มแรกมาก
สำหรับในเรื่องของการรักษาการอักเสบ ยาทั้ง 2 กลุ่มมีผลแทบไม่ต่างกัน ส่วนเรื่องผลข้างเคียงทางด้านอื่นที่มีจากยากลุ่ม NSAID นี้ ก็คือสามารถทำให้ไตวายได้ โดยทั้ง 2 กลุ่มไม่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นถ้าคิดซื้อเองต้องแน่ใจว่าคุณไม่เป็นโรคไต หรืออาจปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนทำการซื้อทานเอง
ยาอีกกลุ่มที่ซื้อกินเองได้ คือยากลุ่มคลายกล้ามเนื้อ ศัพท์แพทย์เรียกว่า Muscle relaxant กลุ่มนี้จะผลข้างเคียงน้อยกว่ากลุ่มแรก แต่ผลการรักษาก็จะด้อยกว่ากลุ่มแรกเช่นกัน ที่หาซื้อได้ง่าย เช่น Norgesic, Muscol เป็นต้น

หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ ถ้าผมโพสน์ยาวไปหรือทำให้ใครรำคาญ ขอโทษด้วยครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :25/2/2552 23:05:23


ยาวๆ ดีแล้วครับ จะได้รู้ละเอียดๆหน่อย

อีกอย่าง ผมเล่นอย่างต่อเนื่องทุกวัน

จะใช้เวลาเล่นประมาณ เที่ยง ถึง สามทุ่มครึ่ง

หรือบางวันจะเป็น ช่วง บ่ายสามครึ่ง ถึง สามทุ่มครึ่ง

( ไม่รู้ว่าจะเรียกว่า นานได้รึเปล่า 555555 )
นามปากกาผู้เขียน... :เจ๊MewKiiEz Last Answer :25/2/2552 23:15:54


- - เล่นนานจริงๆแหะ
ยังงี้ลองหาซื้อยามากินเหอะครับแค่ยานวดอาจจะไม่พอ แต่ระวังเรื่องผลข้างเคียงเหมือนที่ผมบอกไว้นะครับ แล้วก็อย่าลืม worm up ก่อนออกกำลังกายด้วยนะครับ
อย่างไรก็ตามหากกินยาแล้วไม่ดีขึ้นควรไปให้แพทย์ทำการตรวจอย่างละเอียดและรักษาโดยการทำกายภาพบำบัด เด่วนี้มีวิธีการรักษาหลายอย่างแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ความร้อน ฝังเข็มและอื่นๆอีกมากมาย
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :25/2/2552 23:36:28


โอ้โห ขอบคุณมากๆคร๊าบบบบบบ
นามปากกาผู้เขียน... :ไม่ลองจะรู้ได้ไง Last Answer :25/2/2552 23:43:45


ขอบคุณมากๆครับ ได้ความรู้อย่างยิ่ง

ผมติดนิสัยไม่คอ่ยได้วอร์มด้วย

ไปถึงสนามเปลี่ยนชุด ตดยังไม่ทันหายเหม็น

โดนเรียก แร้ว ถ้าไม่ตีเบสิค ก็ตีเกม

ยังไงก็ขอบคุณคร๊าฟ
นามปากกาผู้เขียน... :เจ๊MewKiiEz Last Answer :25/2/2552 23:48:10


ตอบกันไป ตอบกันมาก็เพิ่งจะรู้นะครับเนี่ยว่าเรียนสายเดียวกันไม่ทราบว่าพี่จบจากที่ไหนเหรอครับ ผมอยู่จุฬาฯปี3ครับ
นามปากกาผู้เขียน... :VELOCE Last Answer :25/2/2552 23:58:36


ขอปรึกษาหน่อยครับ

พอดีผมล้มรถมาคับ
อยากถามว่าทำยังไงให้แผลหายเร็วคับ
ไม่ได้เป้นอะไรมากคับแค่มีแผลคับ

ขอบคุณมากคับ

นามปากกาผู้เขียน... :oOPlYoo Last Answer :26/2/2552 0:19:47


ผมไม่ได้ค่อยได้กลิ่น กับไม่รู้รส เป็นมา 2 อาทิตย์แล้วเป็นอะไร...ตอบด้วย กราบขอบพระคุณครับ
นามปากกาผู้เขียน... :Fisho Last Answer :26/2/2552 0:40:48


ตอบคุณ :oOPlYoo นะครับ
เรื่องแผลนี่มีข้อมูลค่อนข้างเยอะ แบ่งออกเป็นหลายประเภทเช่นกัน สำหรับคุณแผลเกิดจากรถล้ม ไม่ได้ไปพบแพทย์คิดว่าน่าจะเป็นแผลถลอกธรรมดา การรักษาให้หายเร็วก็ไม่มีอะไรมาก แค่อย่าให้ถูกน้ำ ล้างแผลด้วยน้ำยาล้างแผลวันละ 1-2 ครั้งแล้วแต่ความรุนแรงของแผล
แต่ถ้าแผลของคุณเป็นแผลถลอกที่ค่อนข้างสกปรก มีคราบบนแผลเหลืองๆคล้ายหนองก็จะหายยากหน่อย แนะนำให้ไปทำแผลที่ รพ หรือสถานที่ที่ทำแผลได้ เพราะอาจจะต้องขูดพวกคราบเหลืองๆที่อยู่บนแผลนั่นออก

ยังไงก็ฝากเรื่องแผลหายเร็วจากบทความนี้ด้วยละกันครับ


ทำอย่างไรให้แผลหายเร็ว ?

ในการรักษาแผลจึงควรรักษาสภาวะแวดล้อมและความสะอาดของแผลให้เหมาะสม มีอุณหภูมิที่อบอุ่น มีความชื้นเพียงพอ ความเป็นกรดด่าง และอ๊อกซิเจน เหมาะสมและเพียงพอ เพื่อช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น

สำหรับการดูแลแผลเล็กๆน้อยๆ เบื้องต้น เริ่มต้นการล้างหรือเช็ดทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาด ตามด้วยการปิดทำแผลโดยปราศจากเชื้อ ไม่แนะนำให้ใช้แอลกอฮอล์ หรือ ยาฆ่าเชื้อ เช่น Providone iodine เพราะส่งผลเสียต่อการทำงานของเซลล์ชนิด fibroblast ซึ่งมีหน้าที่ในการซ่อมแซมบาดแผล ทำให้แผลหายช้า

ส่วนชนิดของแผลที่ควรแนะนำไปพบแพทย์ ได้แก่ แผลที่เลือดไหลไม่หยุด แผลขนาดใหญ่หรือแผลลึกมาก แผลที่เกิดจากแมลงพิษกัด แผลบริเวณข้อต่อหรือข้อพับ และแผลที่แดง อักเสบ และปวดรุนแรงหรือเป็นหนอง เป็นต้น ซึ่งมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้

ปัจจัยอื่นๆที่ส่งผลร้ายต่อการหายของแผล คือ การสูบบุหรี่ การขาดวิตามิน ซี และธาตุสังกะสี ซึ่งควรรักษาระดับวิตามิน ซี และสังกะสีให้อยู่ในระดับปกติ ในทางตรงกันข้ามการได้รับวิตามินซีและสังกะสีในขนาดสูงหรือปริมาณมากเกินกว่าความต้องการของร่างกายก็ไม่ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น นอกจากนี้การเกิดแผลเป็นอาจลดลง ถ้าให้ปากแผลแนบสนิทกันพร้อมทั้งลดแรงตึงต่อแผลลง
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :26/2/2552 1:38:26


ผมเล่นชิงช้าโยกแล้วเชือกมันขาด ตกลงมาไหล่หลุด แต่พอกระดิกตัวแล้วมันเข้าไปเอง แขนเดี้ยงยกไม่ขึ้นอยู่สามเดือนหลังจากนั้นก็ดีขึ้นๆ ตอนนี้ผ่านไปปีกว่าๆ คือมันก็ใช้งานได้ แต่ยังรู้สึก

และที่สำคัญคือ แขนข้างนั้นมันจะไขว้หลังไม่ได้เท่าแขนอีกข้าง

ผมสงสัยว่ามันจะเป็นงี้ไปตลอดชาติเลยรึเปล่า ???
นามปากกาผู้เขียน... :romerun Last Answer :26/2/2552 1:38:57


ตอบคุณ Fisho นะครับ
เรื่องการได้กลิ่นหรือการรับรสนี้เกิดจากสิ่งกระตุ้นที่ผ่านตัวรับต่างๆแล้วส่งผลไปยังสมอง
เช่นเรื่องการรับรสก็จะมีต่อมรับรส รับรสต่างๆอยู่ ซึ่งจะแปลงเป็นกระแสประสาททำให้เรารู้รสหรือรู้กลิ่น
สำหรับกรณีของคุณ Fisho นะครับแบ่งได้หลายอย่าง
1. อาจเกิดจากตัวรับต่างๆผิดปกติ เช่นบางคนเป็นหวัด ตัวรับกลิ่น ตัวรับรสจะถูกขัดขวางจากสารคัดหลั่งต่างๆที่ออกมาเวลาเราเป็นหวัด
2. ไม่แน่ใจว่าคุณ Fisho กินยาอะไรอยู่ประจำบ้างหรือเปล่า ยาบางตัวสามารถทำให้ประสาท รับรสหรือรับกลิ่นพวกนี้ผิดเพี้ยนไปได้
3. ที่น่ากลัวที่สุดอาจเป็นจากภายในสมอง เกิดความผิดปกติที่ว่าเวลาส่งกระแสประสาทเข้าไปแล้วไม่สามารถแปลผลได้หรือแปลผลได้น้อยลง

อย่างไรก็ตามแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียดนะครับ เวลาไปพบกรุณานำยาที่กินอยู่ประจำ และประวัติเรื่องโรคประจำตัวไปด้วย จะเป็นประโยชน์กับแพทย์ที่ทำการตรวจอย่างมากครับ

หวังว่าจะพอมีประโยชน์นะครับ ขอบคุณครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :26/2/2552 1:45:58


ตอบคุณ VELOCE นะครับ
ผมจบจาก มอ. อ่ะครับ เพิ่งจบได้ปีเดียวเอง อิๆ
แต่เด่วปีหน้าไปเรียนต่อเฉพาะทางแล้วครับ

ที่จุฬาผมมีลูกพี่ลูกน้องเรียนต่อเฉพาะทางด้านจิตเวชอยู่คนนะครับ
เออแล้วเป็นไงเรียนปี 3 กำลังหนักได้ที่เลยนี่ 55 พยายามเข้านะ ว่าแต่นายชื่ออะไรเหรอครับ เราชื่อเติ้งนะครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :26/2/2552 1:48:44


กระทู้นี้ดีมากๆ คับ น่าปักหมุด ไงก็ฝาก admin หน่อยล่ะกานคับ
นามปากกาผู้เขียน... :mogi Last Answer :26/2/2552 1:53:14


ตอบคุณ โรมรันนะครับ
การที่ไหล่หลุดเกิดได้จากหลายกรณีส่วนใหญ่ที่เจอๆกันก็เป็นจากการถูกดึงหรือถูกกระแทกอย่างแรง ทำให้พังผืดหรือเส้นเอ็นรัดข้อต่ออ่อนแรงหรือฉีกขาดทำให้เกิดการหลุดได้ ซึ่งบางคนก็สามารถดึงกลับเข้าได้ด้วยตัวเอง (ไม่แนะนำนะครับ) แต่อย่างไรก็ตามการที่ดึงเข้าได้ด้วยตัวเองอย่างที่คุณทำนั้นอาจจะทำให้ตำแหน่งของข้อต่อมันไม่เหมือนเดิม 100% หรืออาจเป็นเพราะว่ามีกระดูกหักร่วมด้วย และเป็นเพราะคุณไม่ค่อยได้ขยับข้อต่อนั้นๆเป็นเวลานานด้วยทำให้เวลาร่างกายฟื้นฟูตัวเอง สภาพที่ออกมาจึงไม่สามารถใช้ได้เหมือนปกติ

อย่างไรก็ตามสามารถเพิ่มการใช้งานให้กลับมาดีกว่าเก่าด้วยการทำกายภาพบำบัด แนะนำให้ไปพบแพทย์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือแพทย์ทางกระดูกครับ คิดว่าน่าจะช่วยให้การทำงานของแขนและไหล่คุณดีขึ้น



ปล. ถามกันเยอะดีแหะ - -'' ดีนะอยู่เวรดึกเลยไล่ตอบได้
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :26/2/2552 1:56:27


จขกท. เยี่ยมมากเลยคับ ตั้งกระทู้นี้ มา

น่าจะปักหมุดเลยเนอะ

ผมก็มีคะถา(คำถาม) *0*
มาเหมือนกันคับ

คือ ผม เอาฝ่ามือไปฟาดของแข็งเข้าอ่ะคับ

ทำให้ กระทู้ตรงสันมือ(ตรงข้ิอมือถึงนิ้วก้อย)
ปวดมากคับ

ทายาแล้วเป็นเดือนยังไม่หายปวด

(แต่ไม่ได้ไปหาหมอเลยอ่ะคับ)

ทำไงให้หาย นิ งับ

ขอบคุณล่วงหน้าคับ
นามปากกาผู้เขียน... :Tinา๐l3alL Last Answer :26/2/2552 3:28:13


"ทำให้ กระทู้ตรงสันมือ(ตรงข้ิอมือถึงนิ้วก้อย)
ปวดมากคับ "

เปลี่ยนเป็น

ทำให้ กระดูก ตรงสันมือ(ตรงข้ิอมือถึงนิ้วก้อย)
ปวดมากคับ
นามปากกาผู้เขียน... :Tinา๐l3alL Last Answer :26/2/2552 3:49:37


สวัสดีครับ ผมเจ็บเอ็นบริเวณข้อศอกครับ เวลา TOP ลูกแรงๆจะเจ็บมาก เคยไปหาหมอตรวจ ได้ยามากินและทา ก็ไม่หาย ซื้อกินเองหมด 5-6 กล่องก็ไม่หาย ลองหยุดเล่น 7 วันเพื่อกินยารักษา ก็ไม่หายครับ ( ยาเป็นพวก DIFELENE ) กับคลายกล้ามเนื้อครับ เวลาไปตรวจคุณหมอก็กดบริเวณรอบๆข้อศอก ไม่มีอาการเจ็บครับ ถ้าเกร็งแขนแล้วเหยียด-พับแขน จะเสียวๆเอ็นข้างในครับ ตอนนี้หยุดกินยามาเดือนกว่าแล้วครับ กลัวอาการข้างเคียงครับ ขอบคุณครับ
นามปากกาผู้เขียน... :noprat Last Answer :26/2/2552 5:59:28


ขอบคุณคุณหมอครับที่เปิดกระทู้ที่เป็นประโยชน์กับชาวปิงปอง ขออนุโมทนาด้วยครับ
นามปากกาผู้เขียน... :มิตรภาพ Last Answer :26/2/2552 8:24:48


ตอบคุณ Tinา๐l3alL
การปวดบริเวณที่คุณบอกเกิดได้จากหลายสาเหตุตั้งแต่ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นจนถึงกระดูก โดยทั่วไปแล้วถ้าเป็นจากกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็น ถ้าได้กินยา+พักการทำงานของกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นบริเวณนั้นเป็นเวลานานเป็นเดือนน่าจะหายเป็นปกติได้แล้ว ยกเว้นว่าคุณยังฝืนใช้สมือใช้กล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่อง พวกกล้ามเนื้อเส้นเอ็นที่อักเสบก็จะไม่สามารถฟื้นตัวได้ สำหรับคุณผมมี 2 กรณีนะ
1. ถ้าปวดเพราะคุณยังใช้งานอยู่ประจำ แนะนำให้หยุดพักสัก 1 อาทิตย์ ซื้อยาคลายกล้ามเนื้อ ยานวดมาทาน ส่วนเรื่องผลข้างเคียงลองหาอ่านดูจากข้างบนๆที่ผมเคยโพสน์ไว้
2. ถ้าช่วงที่ผ่านมานี่ไม่ได้ใช้งานเลย แต่มันยังปวดตลอด และที่สำคัญไม่สามารถกำมือหรือเหยียดมือได้สุด อันนี้น่าห่วงนะครับ อาจจะเป็นเพราะมีกระดูกร้าวหรือหักร่วมด้วย แนะนำไปพบแพทย์เพื่อทำการ X-ray เลยครับ เพราะถ้าปล่อยไว้ อาจจะหายเองได้ครับ แต่การทำงานของกล้ามเนื้อข้อต่อบริเวณนั้นจะเสียไปอย่างมาก

อย่านิ่งดูดายนะครับ เป็นมาเป็นเดือนไม่หาย ดูแลร่างกายตัวเองด้วยคร้าบ ^ ^
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :26/2/2552 8:45:02


ตอบคุณ Noprat
สำหรับคุณ Noprat นะครับ อ่านตอนแรกคิดว่าน่าจะเป็นพวกกล้ามเนื้ออักเสบ แต่ของคุณผมคิดว่าน่าจะเป็นโรคเส้นเอ็นด้านข้างของข้อศอกอักเสบ เรียกศัพท์แพทย์ว่า Lateral epicondylytis หรือ Tennis elbow ส่วนใหญ่จะเกิดในนักกีฬา tennis เนื่องจากมีการใช้เส้นเอ็นข้อศอกค่อนข้างบ่อย ทำให้เส้นเอ็นบริเวณนั้นเกิดการอักเสบเรื้อรัง สำหรับคุณที่ Topspin บ่อยๆก็สามารถเป็นได้เหมือนกัน การรักษาโรคนี้มีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน

1. กินยา+นวดยา ใช้ในกรณีที่เป็นไม่มาก ไม่ได้ทำงานหรือใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปถ้าเป็นไม่มากกินยาหรือนวดยา เหมือนที่ผมแนะนำไว้ข้างบนร่วมกับการพักประมาณ 1-2 อาทิตย์ อาการก็หายขาดได้
2. รักษาโดยการฉีดยาเข้าเส้นเอ็น การฉีดยานี้จะเป็นการฉีด steroid เข้าบริเวณเส้นเอ็นที่มีการอักเสบ ทำให้เส้นเอ็นนั้นคลายตัว และหายอักเสบ ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจมากๆ เพราะหลังฉีดจะเหมือนหายเป็นปลิดทิ้ง ข้อเสียคือ ต้องฉีดโดยแพทย์ที่ชำนาญการ ที่แนะนำคือ หมอกระดูก ข้อเสียอีกอย่างคือ ฉีดได้อย่างมากก็ 3 ครั้ง แต่ละครั้งต้องห่างกันอย่างน้อย 3 เดือน เพราะถ้าฉีดมากกว่า 3 ครั้งหรือฉีดบ่อยเกิดจะทำให้เส้นเอ็นขาดได้ (ไม่แนะนำให้ฉีดกับหมอทั่วไปนะครับ หาหมอกระดูกโลด)
3. กรณีกินยา ฉีดยาไม่หาย แสดงว่าอาการของคุณรุงแรงมากๆแล้วหล่ะ การรักษาสุดท้ายคือการผ่าตัด ซึ่งจะผ่าบริเวณพังผืดเส้นเอ็นของคุณเพื่อทำให้มันผ่อนคลาย ข้อดีคือหายขาด ข้อเสียก็เป็นขอ้เสียทั่วไปของการผ่าตัด คือ ต้องการการพักฝื้น, ต้องกายภาพหลังผ่าตัด, การผ่าตัดอาจมีติดเชื้อหรือพลาดไปโดนเส้นประสาทได้ (โอกาสน้อยมากถ้าผ่าโดยหมอกระดูกซึ่งปกติก็มีแต่หมอกระดูกที่ทำได้)

หวังว่าคุณ Noprat จะได้ประโยชน์นะครับ ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยด้วย
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :26/2/2552 8:58:33


ขอบพระคุณ น้องหมอ ternglim มากครับผม
นามปากกาผู้เขียน... :Fisho Last Answer :26/2/2552 9:43:42


ผมจะตั้งรับปรึกษาปัญหาสุขภาพทางการเงินได้ป่าวฮะ

- -*

Financial Heath Check
ว่ากองเงินสำรองในอนาคตเพื่อครอบครัวหรือเพื่อตัวคุณเอง มีเพียงพอแล้วหรือไม่ก่อนเกษียณ

อะไรประมาณนี้
นามปากกาผู้เขียน... :Toppycandy Last Answer :26/2/2552 10:35:06


ทางบอร์ดของเราต้องขอขอบพระคุณคุณหมอ ternglim อย่างสูง ที่เสียสละเวลาอันมีค่าของคุณหมอเข้ามาให้คำปรึกษากับเพื่อนๆ ในบอร์ดแห่งนี้ นับเป็นเกียรติและโชคดีสำหรับนักปิงปองไทยเราทุกคนด้วยครับ

ทางทีมงานขออนุญาตทำรูปคุณหมอติดที่ด้านเวปเพื่ออำนวยความสะดวกให้เพื่อนๆ ได้เข้ามาสอบถามนะครับ

และขอให้บุญกุศลของคุณหมอในครั้งนี้ ช่วยให้คุณหมอและครอบครัวมีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิตและหน้าที่การงานตลอดไปครับ

จากทีมงานปิงปองบอร์ด
นามปากกาผู้เขียน... :webmaster Last Answer :26/2/2552 12:01:31


ช่วยๆกันครับ ผมได้รับความรู้ปิงปองเยอะแยะจากบอร์ดแห่งนี้ ก็เลยถือโอกาสนี้แบ่งปันความรู้ในเรื่องที่ผมถนัดให้หลายๆคนได้สอบถามกัน

ปล. งงเลยว่ากระทู้หายไปไหน 55 คิดว่าถูกอุ้มไปแล้ว
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :26/2/2552 13:42:31


ขอบคุณ คุณหมอมากครับ ได้ประโยชน์มากเลยนะครับ ที่พอจะทำให้รู้ว่าตัวเราเป็นอะไร คือสอนวิชาพลศึกษาด้วยครับ การทดสอบสมรรถภาพด้วย เช่น ดันพื้น ดึงข้อ ตอนเย็นซ้อมปิงปองให้เด็กๆ คิดออกแล้วว่าคงเป็นตอนสาธิตการดันพื้นมือเดียว มันเสียวๆแล้วคงมาออกอาการตอนตีปิงปองครับ เดี๋ยวต้องเริ่มรักษาตัวใหม่แล้วครับ ขอบคุณมากครับ
นามปากกาผู้เขียน... :noprat Last Answer :26/2/2552 17:08:25


สวัสดีครับคุณหมอ
ตอนนี้ผมอายุแค่16ปี
เวลาผมตีปิงปองปวดหลังมากเรยครับ
แค่ตอนเอนตัวท๊อปสปินอ่ะครับ จี๊ด!!~เลย
แล้วจะต้องทำอย่างไรครับ
(ลืมบอกครับก่อนไปตีปิงปองผมต้องปิดร้านขายของซึ่งของหนักมาก (จะเกี่ยวกัยมั้นนี่))
ขอบคุณครับ

นามปากกาผู้เขียน... :mr.smiley Last Answer :26/2/2552 17:27:26


ตอบคุณ mr.smiley นะครับ
สำหรับกรณีของคุณแน่นอนกว่าเกี่ยวข้องกับการที่ต้องยกของหนัก การยกของหนักแล้วยกผิดท่าอย่างต่อเนื่อง จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหลังเกิดการอักเสบ

ที่น่ากลัวคือถ้ายกผิดท่าแล้วกล้ามเนื้อหลังอ่อนตัวมากๆบางครั้ง จะมีผลต่อกระดูกสันหลังได้ คุณจะปวดหลังจากโรคที่เรียกว่าโรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท หรือภาษาแพทย์เรียกว่า Herniate necleus pulposus ซึ่งกรณีหลังนี้ถือว่าอันตราย สำหรับสัญญาณที่จะบอกได้ว่ามีสิทธิ์เป็นโรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท คือเวลาปวดหลังแล้วมีอาการปวดแปล๊บร้าวลงบริเวณเท้าร่วมด้วย หรือมีอาการอ่อนแรงของเท้าทั้งข้างร่วมด้วย อันนี้ต้องสงสัยแล้วครับ รีบไปพบแพทย์โดยด่วนเลย เนื่องจากการรักษาพวกนี้จะแตกต่างจากการรักษากล้ามเนื้ออักเสบธรรมดาอย่างสิ้นเชิง ต้องอาศัยการกินยา กายภาพบำบัด หรือถ้าเป็นหนักจริงๆอาจจะต้องถึงขั้นผ่าตัด เหมือนที่คุณ หนูไม่ตบได้มาเสนอประสบการณ์ขั้นต้น

สำหรับการตรวจร่างกายคร่าวๆว่ามีโอกาสเป็นโรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทหรือเปล่า ให้ลองยืนตัวตรงเอาเท้าชิดกันแล้วเอามือ 2 ข้างแตะปลายเท้า ถ้าปรกติเคยทำได้ แต่มาช่วงนี้ทำไม่ได้ เวลาทำแล้วมีปวดแปล๊บลงเท้า นั่นแหล่ะใช่เลย หาแพทย์ด่วนครับ !!

ขอแถมเรื่องการยกของหน่อยนะครับ ทุกวันนี้มีคนไข้หลายคนมาหาด้วยอาการปวดหลังซึ่งหลายๆคนก็เป็นมาจากการยกของหนักที่ผิดวิธี

การยกชิ้นงานหรือวัสดุ
- ควรรักษาโครงสร้างของร่างกายให้อยู่ในสภาพปกติธรรมชาติ
- เข้าใกล้สิ่งที่ต้องยกขึ้นให้มากที่สุดก่อนที่จะออกแรงยก
- ยกขึ้นโดยส่วนหลังยังคงอยู่ในสภาพตั้งตรง
- เมื่อส่งผ่านสิ่งของที่มีน้ำหนัก ให้หันหน้าเข้าหาผู้รับต่อหรือตำแหน่งที่จะจัดวางก่อนที่จะส่งต่อ เพื่อลดการบิดตัวทำงาน
การผลักและการดันวัสดุ
- ส่วนหลังควรตรงได้ระดับในขณะที่ผลักหรือดันวัสดุสิ่งของ
- ใช้วิธีการผลักมากกว่าการลาก

การกำหนดขนาดน้ำหนัก
- จัดน้ำหนักสิ่งของให้กระจายสม่ำเสมอ
- ช่วยกันหลายคนในการยกของที่มีขนาดใหญ่เกินตัว
- ถ้ามีเครื่องมืออยู่ควรใช้เครื่องมือช่วยยกแทนการออกแรงโดยตรง
- ยกของหนักเบาสลับกันไป
- ถ้าเป็นไปได้ควรมีการสลับหน้าที่ในการทำงานให้แตกต่างกัน ไม่ทำเดิมซ้ำๆ ตลอดเวลา
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :26/2/2552 17:46:49


ลืมตอบคำถามคุณ Mr.smiley แหะ มัวแต่ใส่ความรู้
ผมขอตอบเป็น 2 กรณีนะครับ

1. ถ้าอาการของคุณไม่เหมือนกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท (ดูอาการได้จากที่โพสน์ไว้ข้างบน) ก็น่าจะเป็นมาจากกล้ามเนื้ออักเสบ การรักษาก็ต้องพักผ่อนร่างกายให้กล้ามเนื้อได้ฟื้นฟู กินยาคลายกล้าม ยาลดการอักเสบ (หาอ่านรายละเอียดได้จากที่ผมเขียนตอบ คุณ เจ๊Mew) และหมั่นออกกำลังกล้ามเนื้อหลัง ลองหาท่าทางการบริหารดูนะครับ ไม่ยาก

2. ถ้าอาการของคุณเป็นเหมือนอาการกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท รีบพบแพทย์ด้วนครับ ไม่มีการมาลองรักษาเองนะครับ มันร้ายแรงจนเป็นอัมพฤกษ์ได้เลย
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :26/2/2552 17:53:49


ขอบคุณคุณหมอมากเลยครับ
แต่โชคดีครับแตะเท้าได้ปรกติครับ
ขอบคุณอีกครั้งครับ
นามปากกาผู้เขียน... :mr.smiley Last Answer :26/2/2552 21:38:29


ขอบคุณครับ คุณหมอ

คือว่าที่ผมไม่หายอ่ะคับ

ผมยังตีปิงปองอยู่ ทุกวันอ่ะคับ

แต่ ก็ สามารถเหยียด มือ งอ มือได้นะคับ

แต่ผมรู้สึกว่า ปวดที่กะดูกมากกว่ากล้ามเนื้อน่ะคับ

ใช้ยาคงไม่หาย

มันจะหายเองหรือว่าต้ิองไปบำบัดอะไรที่ รพ.หรือป่าวคับ

ขอบคุณล่วงหน้าอีกครั้งครับ
นามปากกาผู้เขียน... :Tinา๐l3alL Last Answer :27/2/2552 2:59:07


ตอบคุณ Tinา๐l3alL นะครับ
ของคุณสามารถใช้มือได้เหมือนปกติ 100% เปล่าครับ ถ้าได้แต่มีอาการเจ็บ ไม่น่าจะใช่จากกระดูกหรอกครับ

สำหรับของคุณที่ไม่หายน่าจะเป็นเพราะการใช้งานอย่างต่อเนื่องมากกว่าเมื่อกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นมีอาการบาดเจ็บแล้ว แน่นอนมันก็ต้งอาศัยเวลาในการรักษาแต่ถ้ายังเล่นอย่างต่อเนื่องมันก็จะมีการบาดเจ็บซ้ำๆเกิดขึ้นทำให้ไม่หายสักทีแหล่ะครับ ผมว่าลองพักสัก 2-3 วันร่วมกับกินยา หรือถ้าเล่นก็เล่นนิดๆหน่อย ดูว่าอาการดีขึ้นมั้ย ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยไป รพ. ครับ

นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :27/2/2552 8:24:49


ผมอาจตอบปัญหาได้ไม่ตรงจุดสำหรับบางท่านนะครับ เนื่องจากผมไม่ได้ตรวจร่างกายด้วยตนเอง ได้รับฟังเพียงประวัติบางส่วนเท่านั้น ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใดก็ขอโทษทุกๆท่านด้วยครับ

ปล. ที่ตอบคุณ Mr.smiley เรื่องการตรวจร่างกายตัวเองคร่าวๆว่าเป็นกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท ต้องเข่าตึงด้วยนะครับ ลืมบอก - -'
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :27/2/2552 8:25:22


หมอครับ ผมมีอาการลมในร่างกายผันผวนอะครับ ทางอาจารย์ของผมบอกว่าเกิดจากการซ้อมปิงปองที่ค่อนข้างหนัก มันทำให้ต้องอ้วกช่วงตอนกำลังจะนอน แล้วอาจารย์ผมก็บอกให้ผมกินน้ำขิงแก้อาการเอาอะครับ แล้วมันก็ดีขึ้นอะครับ ผมเป็นประมาณ2-3วันได้ อาการชนิดนี้ หมอช่วยวิเคราะห์อาการนี้ให้ฟังได้มั้ยครับ
นามปากกาผู้เขียน... :MaKa Last Answer :27/2/2552 9:10:23


ให้ข้อมูลอีกนิดนึงนะครับ ผมฝึกปิงปอง แบบตำรับของประเทศจีนอะครับ มันลึกซึ้งและค่อนข้างหนักหน่วงต่อร่างกายอะครับ ผมฝึกไม่เหมือนใครด้วยอะครับ อาจารย์ผมเค้ารู้ดีเป็นที่สุดครับ ผมไม่รู้อะไรมากเลยไม่ค่อยไปถามอะไรกับแกมากเท่าไหร่ อยากให้หมอลองวิเคราะห์ให้ผมด้วยนะครับ
(เห็นส่วนใหญ่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อหรือกระดูกอันนั้นผมพอเข้าใจอยู่แล้ว)
แต่พอเกี่ยวกับระบบภายในร่างกาย มันเลยดูยากเกินไปสำหรับสมองเด็กจบสายศิลป์ อังกฤษ-คำนวณ อย่างผมอะครับ ช่วยผมด้วยครับ

นามปากกาผู้เขียน... :MaKa Last Answer :27/2/2552 9:19:23


ตอบคุณ MaKa
ผมขอข้อมูลเพิ่มหน่อยนะครับ ข้อมูลที่ได้มาตอนนี้วิเคราะห์ยากจริงๆ - - ที่อยากรู้เพิ่มนะครับ
1. อายุ ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ นิสัยการกิน กินอาหารตรงเวลาหรือไม่ นอนวันละกี่ ชม
2. ลักษณะการฝึก ไม่ต้องบอกวิธีก็ได้ อยากรู้ว่าเป็นแนวเน้นเพิ่มกำลังกาย? หรือแนวไหนขอละเอียดเท่าที่บอกได้นะครับ
3. อาการนอกจากมีอาเจียนตอนกำลังจะนอนมีอาการอะไรอีกมั้ย ลมผันผวนนี่คือรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวหรือเปล่าครับเหมือนมีลมดันๆ ที่หน้าอก?

รบกวนขอข้อมูลเพิ่มเท่าที่ให้ได้นะครับ ถ้าตรงไหนเห็นว่าเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องบอกก็ได้ครับ ขอบคุณครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :27/2/2552 9:39:19


ตอบ
1. ผม อายุ 20 ไม่ดื่มเหล้ามาตั้งแต่เดือนตุลาปีที่แล้ว สูบบุหรี่ทุกวัน กินตรงเวลาบ้างไม่ตรงบ้าง แต่ไม่ได้ลดกานกิน นอนเด่วนี้ไม่เร็วเหมือนตอนฝึกแรกๆ เนื่องจากตอนนี้ช่วงสอบนอนตี2-3ได้โดยประมาณ

2. ลักษณะการฝึกมันเป็นศาสตร์ของจีนคล้ายๆกับลมปราณมั้งครับ (อันนี้ผมไม่แน่ใจ เป็นการวิเคราะห์ของผม เพราะอาจารย์ผมฝึกมาจากเมืองจีนตำรับแท้จริงๆ)

3. ลักษณะลมในตอนนั้นจะมีอาการประมาณว่าจะเลอ แต่เลอออกมาเล็กน้อยเหลือไม่หมด อึดอัดภายในท้องมากกว่าภายในอก พอกินอีโนเข้าไปเหมือนจะดีขึ้น แต่กลับอ้วกออกมาค่อนข้างมาก เห็นอาหารที่กินตั้งแต่เช้าเลยอะครับ

เท่าที่ผมจำได้ก็ประมาณนี้ล่ะครับ


นามปากกาผู้เขียน... :MaKa Last Answer :27/2/2552 9:53:08


มันผันผวนภายในร่างกายผมจำได้ ผมมันจะขึ้นๆลงๆในร่างกาย ลักษณะลมที่ผมจับจุดได้มีเท่านี้แหละครับ
นามปากกาผู้เขียน... :MaKa Last Answer :27/2/2552 9:55:09


ลม ครับ ไม่ใช่ผม ขอโทดทีพิมผิด
นามปากกาผู้เขียน... :MaKa Last Answer :27/2/2552 9:55:51


ผมตอบเท่าที่ตอบได้ละกันนะครับ พอดีเรื่องลมปราณนี่ผมไม่สันทัดเท่าไหร่ ศาสตร์การแพทย์จีน วิทยาศาสตร์ปัจจุบันยังศึกษาตามไม่ทันอีกมากและน่าศึกษาอย่างยิ่ง ต้องขอโทษตรงนี้ด้วย ผมขอใช้ความรู้ของแพทย์แผนปัจจุบันตอบละกันนะครับ

อาการของคุณ MaKa เป็นอาการเกี่ยวกับ หลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้ ลักษณะเหมือนอาหารที่กินเข้าไปจะไม่ย่อย มีอาการอาเจียนออกมา หรือมีเรอบ้างในบางครั้งออกมานิดหน่อยร่วมกับอาการแน่นท้อง

อาการเหล่านี้เข้าได้กับ โรคนึงที่วัยรุ่นปัจจุบันนิยมเป็นกัน (เรียกว่านิยมนี่แปลกๆเนอะ) คือโรคกรดในกระเพาะไหลย้อน หรือภาษาแพทย์เรียกว่า Gastroesophageal-reflux syndrome เกิดจากการทำงานของหูรูดบริเวณที่เชื่อมต่อระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ ทำให้กรดจากกระเพาะไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหาร เมื่อกรดไหลย้อนกลับขึ้นมาจะมีอาการแน่นหน้าอก หรือท้องส่วนบน ร่วมกับมีอาการเรอบางครั้ง อาจมีอาการเรอเปรี้ยวร่วมด้วย

โรคๆนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ อย่างบางคนเป็นโรคกระเพาะ หรือมีความเครียดมาก ก็จะมีการหลั่งกรดในกระเพาะเพิ่มขึ้นทำให้ปริมาณกรดมีมากจนไหลย้อนกลับ หรือคุณออกกำลังกายอย่างหนักแล้วไปกินอาหารปริมาณมาก (เมื่อออกกำลังกายอย่างหนักร่างกายจะกระตุ้นระบบประสาทที่ตรงกันข้ามกับการทำงานของลำไส้ ) ก็จะทำให้กระเพาะอาหาร หรือลำไส้บีบตัวได้น้อยลง เกิดกรดไหลย้อนได้เช่นกัน

สำหรับการรักษาสำหรับโรคนี้นะครับขอแบ่งเป็น 2 กรณี

1. เรื่องการปรับพฤติกรรม ที่ทำได้คือ การกินอาหารให้ตรงเวลา กินอาหารไม่ต้องอิ่มมาก ถ้าเพิ่งออกกำลังกายมาหนักๆ ให้พักอย่างน้อย 30 นาทีก่อนทานอาหาร หลังทานอาหารอย่าเพิ่งนอนทันทีให้เดิน นั่ง ประมาณ 2 ชม (หากนอนกรดจะไหลย้อนได้ง่ายกว่า)
2. การกินยารักษา สำหรับอาจารย์คุณที่ให้กินน้ำขิง ถือว่าช่วยได้เยอะครับในโรคนี้ เพราะสรรพคุณมัน แก้ท้องเฟ้อ ท้องอืด ทำให้เจริญอาหาร แก้คลื่นไส้อาเจียน ช่วยขับลมได้ด้วย
ส่วนยาแผนปัจจุบันที่แนะนำนะครับ
- ยากลุ่มเพิ่มการบีบตัวของลำไส้ ที่หาซื้อได้ง่ายก็คือ motilium หรือ domperidone ยากลุ่มนี้จะเพิ่มการบีบตัวของลำไส้ตามชื่อครับ ทำให้กรดไหลย้อนน้อยลง ต้องกินก่อนอาหารประมาณ 15 นาที
- ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ที่หาซื้อง่ายก็มี omeprazole ยากลุ่มนี้จะทำให้ปริมาณกรดในกระเพาะลดน้อยลง ใช้รักษาคนเป็นโรคกระเพาะได้เช่นเดียวกัน
- ยาช่วยย่อย ที่หาซื้อได้ง่าย คือ Magesto ก็ช่วยย่อยตามชื่อนะครับ หรือ ENO ที่คุณกินก็อยู่ในกลุ่มนี้

อย่างไรก็ตามอาการของคุณ MaKa อาจไม่ได้เกิดจากโรคนี้ก็ได้ ยังมีอีกหลายโรคที่ทำให้มีอาการนี้ได้ แต่ผมคิดว่าโรคนี้ใกล้เคียงที่สุดแล้วครับ หวังว่าจะได้ประโยชน์นะครับ และขอโทษด้วยที่อธิบายเรื่องลมปราณไม่ได้ T-T
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :27/2/2552 10:22:46


ผมลืมบอกไปตอนผมฝึกปิงปองกับอาจารย์ท่านนี้แรกๆเมื่อ ตุลาปีที่แล้ว ผมหนัก 75 แต่ปัจจุบันนี้ ผมเหลือ 62-63 น้ำหนักผมลดไปถึง 10 กว่ากิโล โดยที่ผมไม่รู้ตัว อะครับ
นามปากกาผู้เขียน... :MaKa Last Answer :27/2/2552 10:58:40



เรียน พี่หมอ ternglim

อ้อ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพนะคะ

ถ้าไม่อยากตัดยางเอง เดี๋ยวส่งมาให้หนูตัดก็ได้ค่ะ เดี๋ยวจัดการให้ค่ะ เรื่องพี่บี จำได้ว่าเค้าอยู่ ortho แต่ยังไม่ได้เรียน ประมาณ ตุลาคม ถึงจะ rotate ไปถึงวอร์ดนั้นค่ะ

ส่วนเรื่องอื่นที่อยากปรึกษา

ช่วงนี้เป็นโรคเบื่อการอ่านหนังสือ แล้วพอใกล้สอบจะเริ่มเครียด อ่านคืนเดียวก่อนสอบ แล้วก็จะสอบผ่านไปแบบหวุดหวิดหลายครั้ง ไม่รู้จะแก้นิสัยตัวเองยังไงเหมือนกัน หลังๆ ก็เลิกฝันเรื่องเหรียญเรียนดีละ ไปสนใจเรื่องกีฬาปิงปองมากกว่า เริ่มเก็บไม้ปิงปองรุ่นหายาก ตอนนี้ได้ประมาณ 30 กว่าไม้แล้วล่ะค่ะ

ที่คณะแพทย์ เชียงใหม่ ปิงปองเป็นกีฬาอันดับ 1-3 ของคณะที่คาดหวังจะต้องได้เหรียญกีฬาแพทย์สัมพันธ์ทุกปี เด็กแพทย์ที่นี่เล่นกันเยอะ แต่จะมาซ้อมจริงๆ จังๆ เฉพาะกิจ (เมื่อมีแข่ง) อารมณ์นี้ล่ะค่ะ ที่นี่มีพี่ที่เป็นนักปิงปอง มาซ้อมให้ตลอด ก็พอเล่นเป็นกันบ้าง

บางทีอ่าน text มากๆ ก็ตาลายเหมือนกันค่ะ โดยเฉพาะ พวก text อายุรกรรม เช่น Harrison แถมที่คณะก็แข่งกันเรียนมากมาย มีแอบเห็นแก่ตัวกันเล็กน้อย บางครั้งเพื่อนที่ทำงานบนวอร์ดด้วยกัน แอบโดดไปอ่านหนังสือ ทิ้งให้คนที่อยู่ทำ lab ตาม lab round กับพี่แล้วพี่ resident ก็มาบ่น บางทีก็รู้สึกแย่ๆ เหมือนกัน ก็เลยอยากถามพี่ ในฐานะที่พี่เคยเรียนมาก่อน เพื่อเป็นแนวทาง ว่าพี่ทำยังไงถ้ามีปัญหานี้คะ
นามปากกาผู้เขียน... :OH_CNX Last Answer :27/2/2552 11:29:47


เบื่ออ่านหนังสือ ผมก็เป็น(จะสอบและอีก 2 ชม. ยังไม่ได้อ่านเลย) อิอิ
นามปากกาผู้เขียน... :i3nkung Last Answer :27/2/2552 11:38:48


ตอบคุณน้องหมอ OH_CNX นะครับ ไม่แน่ใจชื่อน้องโอ หรือ โอ๋ ? ถ้าก่อนหน้านี้เรียกผิดขออภัยด้วยนะครับ
พี่ชื่อเติ้งนะครับ เห็นเรียกกัน ternglim แล้วแปลกๆ 55+

ไม่ทราบว่าน้องเรียนอยู่ปีไหนเหรอครับ

เรื่องนี้เป็นทุกสถาบันอ่ะครับ เรื่องการแข่งกันเรียน เรื่องมีคนเห็นแก่ตัว แอบอู้งานไปอ่านหนังสือทิ้งให้เพื่อนทำงาน บางคนนะ ก่อนวันสอบ 2 วัน ปวดประจำเดือนทุกครั้ง - - อะไรจะมาได้ตรงกันขนาดนั้นขอลาไปอ่านหนังสือตลอด แต่เรื่องพวกนี้เราต้องทำใจครับ อย่าไปเครียดกับพวกนั้น ทำตัวเราให้ดีที่สุด การเรียนที่ดีที่สุดคือการเรียนจากคนไข้นะครับ
ตอนพี่เรียนแล้วเจอคนพวกนี้ ก็ปล่อยๆเค้าไป หรือน้องจะปวดประจำเดือนมั่งก็ได้นะ 55+ พวกนี้นะครับเห็นแต่ผลการสอบเป็นหลัก จบมาเป็นหมอที่ดีไม่ได้หรอกครับ แนะนำอย่าทำเด็ดขาด!!

สำหรับเรื่องการอ่าน text ไม่แน่ใจว่าน้องอ่าน text ภาษาอังกฤษได้ดีแค่ไหน ถ้าไม่ถนัดไม่ต้องอ่าน text ก็ได้นะครับ แต่ถ้าถนัดก็เต็มที่เลยครับ เรื่อง อายุรกรรมนี่แนะนำหนังสือ lecture note ของขอนแก่นนะครับ ตอนพี่เรียน Med ปี4 อ่านเล่มนี้จบสามรอบ สอบได้ top เลย ^ ^ เนื้อหามันเพียงพอแล้วครับ ส่วนเรื่อง text นี้อ่านไปตอบเวลาพี่ resident หรือ อาจารย์ถาม หรืออ่านเวลาทำรายงาย + present ก็พอแล้วครับ


ปล. มีอะไรถามได้เต็มที่เลยครับ อาชีพเดียวกัน- -'
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :27/2/2552 11:50:46



ความป่วย ไม่มีใครที่ไม่ป่วย และไม่มีใครที่ไม่เคยเป็นหวัด นี่คือความจริงอย่างหนึ่งของชีวิต แต่ใครจะป่วยมาก ป่วยน้อย ป่วยบ่อยแค่ไหน และใครจะหายป่วยได้เร็วกว่ากัน นั่นคือความแตกต่างของร่างกายของแต่ละคน เวลาไม่สบาย หรือเจ็บป่วย สิ่งแรกที่เรามักจะทำด้วยความเคยชินคือ การหาหมอหรือซื้อยามากินเองจากร้านขายยา แต่การรักษาโดยการใช้ยาเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ และเป็นการรับสารเคมี หรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ระบบและส่วนต่างต่างของร่างกาย และร่างกายก็จะต้องกำจัดสารเคมีเหล่านี้ออกไปอีกทีในภายหลัง แต่ในความเป็นจริงแล้วมากกว่า 90 % ของอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเรา ทั้งที่มีเชื้อโรคและไม่มีเชื้อโรคร่างกายของเราสามารถที่จะรักษาตัวเองได้ด้วยระบบภูมิคุ้มกัน (immu-system) ของเราเอง ดังนั้นถ้าระบบภูมิคุ้มกันของเราดีและแข็งแรงพอ ก็เป็นการยากที่จะเกิดโรค (ตัวอย่าง เช่นนักกีฬาอาชีพ)เราจึงควรที่จะดูแลสุขภาพของตนเองให้ดีทั้งร่างกายและจิตใจ โดยการหมั่นออกกำลังกายอย่างสมำเสมอ เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา และหมั่นสังเกตุความผิดปรกติที่เกิดขึ้นกับตัวเอง แม้เพียงเล็กน้อย รวมถึงสร้างรูปแบบการดำเนินชีวิตของเราให้ดี สมดุล ปลอดภัย ไม่รับสารพิษเข้าสู่ร่างกาย และทำตัวให้ห่างจากความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างต่างให้มากที่สุด "สุขภาพที่ดี ต้องเสริมสร้าง ดูแล และป้องกัน ไม่ใช่ตามรักษา" รักและดูแลตัวเองให้ดี เพราะเราต้องอยู่กับตัวเรา (ร่างกาย+จิตใจ)ไปจนวันสุดท้ายของชีวิตเรา คุณหมอผมอยากถามว่า โรคต่างต่างที่เกิดกับคนเราทั้งหมดมี 22000 โรคใช่หรือเปล่าครับ ปล.บทความนี้คัดมาจากหนังสือประวัติของแม่ผม หน้า 46 และเขียนเอง
นามปากกาผู้เขียน... :NUM Last Answer :27/2/2552 11:56:39


ตอบคุณ MaKa อีกรอบนะครับ
เรื่องน้ำหนักลดที่คุณเป็นนั้น น่ากลัวนะครับถือว่าเป็นการน้ำหนักลดอย่างมีนัยสำคัญ ทางแพทย์เรียก Significant weight loss ซึ่งขอแบ่งเป็น 2 กรณีเหมือนเดิม

1. กรณีที่คุณฝึกกับอาจารย์หนักมาก ออกกำลังกายวันนึงหลายชม. โดยที่ก่อนหน้าที่จะฝึกไม่เคยได้ออกกำลังกายหนักเท่านี้มาก่อน ก็คงไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะถ้าเรากินอาหารเท่าๆเดิม แล้วออกกำลังกายเพิ่มขึ้นมากๆ แคลอรี่ที่ใช้ไปก็จะมากกว่าที่ได้รับ น้ำหนักลดไม่แปลกครับ

2. ถ้าคุณ MaKa เป็นคนที่ออกกำลังกายหนักอยู่แล้วและช่วงหลังตุลานี้ก็ไม่ได้ออกกำลังกายหนักเพิ่มขึ้นเลย อันนี้น่ากลัวครับ การที่น้ำหนักลดเยอะอย่างนี้เจอได้ในโรครุนแรงหลายโรค เช่น
- โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคนี้จะทำให้อัตราการเผาผลาญในร่างกายคุณมีมากขึ้น น้ำหนักจึงลดลงอย่างรวดเร็ว อาการก็จะมี กินเก่ง ขี้กังวล เหงื่อออกง่าย ใจสั่น น้ำหนัก ท้องเสีย
- โรควัณโรคหรือ โรคติดเชื้อเรื้อรังอื่นๆ รวมถึงไวรัสเอดส์ พวกนี้จะทำให้น้ำหนักลดร่วมกับร่างกายอ่อนแองอย่างเห็นได้ชัด
- โรคมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหน พวกเซลล์มะเร็งจะแย่งสารอาหารในร่างกาย ทำให้เราน้ำหนักลด


สำหรับคุณ MaKa ถ้าเป็นกรณี 2 รีบหาแพทย์โดยด่วนครับ เพื่อทำการตรวจร่างกาย check เลือดอย่างละเอียด
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :27/2/2552 11:57:09


ขอบคุณ คุณ NUM มากครับสำหรับบทความดีๆ
ผมเห็นด้วยมากเลยสำหรับการดูแลตัวเองให้ดี เพื่อการไม่เป็นโรค ผมจะได้งานสบายขึ้นด้วย (ล้อเล่น แต่คิดจริง) โรคบางอย่างไม่ต้องมาหาหมอก็ได้ครับ อย่างโรคยอดนิยมที่เป็นกันคือ โรคไข้หวัดซึ่งเกินจากเชื้อไวรัส ปัจจุบันจริงๆยังไม่มียารักษา การที่คุณๆไปหาหมอกันก็จะได้แค่ยาระงับอาการของหวัด ยาที่ได้ไม่ใช่ยารักษาเลย แค่คุณดื่มน้ำเยอะๆ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ แค่ 2-3 วันร่างกายก็หายได้เองแล้วครับ

แต่คนเราก็มี 2 ประเภทครับ บางคนเป็นนิดหน่อยกังวล ก็รีบมาหาหมอกลัวจะเป็นอันตราย บางคนอาการหนักมากๆ กลับลองรักษาตัวเองก่อน ปล่อยให้อาการทรุดหนักจึงค่อยมาหาแพทย์ อันนี้ก็เป็นอีกประเภทนึงซึ่งเจอได้เยอะไม่แพ้กับประเภทแรกเลยหล่ะครับ


สำหรับคำถามคุณ NUM นะครับที่ว่าโรคที่เกิดกับเราทั้งหมดมี 22000 โรคใช่หรือไม่ ผมขอตอบว่าไม่ใช่ละกันนะครับ และไม่สามารถบอกได้ด้วยว่ามีทั้งหมดกี่โรค เพราะทางการแพทย์มีการค้นคว้าวิจัยอยู่ตลอดเวลา ทุกๆวันจะมีการค้นพบโรคใหม่ๆ วีธีการรักษาใหม่ๆออกมาเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นจะให้สรุปว่ามีทั้งหมดกี่โรคคงไม่ได้ครับ อย่างไรก็ตามนอกจากจะมีโรคใหม่ๆเกิดขึ้นแล้ว โรคบางโรคก็ได้สูญหายไปจากโลกแล้ว เช่น กาฬโรค แต่มีบุคคลบางกลุ่มพยายามเล่นกับโรคพวกนี้ (เพาะขึ้นมาใหม่) เพื่อนำมาเป็นอาวุธเชื้อโรค - - พูดไปพูดมานอกเรื่องแหะ หุๆ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim Last Answer :27/2/2552 12:12:20


สวัสดีครับคุณหมอ
ผมอยากปรึกษาเรื่องนิ้วโป้งกับข้อมมือหน่อยครับเพราะผมตีท็อปสปินเอาชนเข้าเต็มมุมโต๊ะเลยอะครับแล้วอาการมันก็เป็นแบบนิ้วบวมแล้วเจ็บบิ้วโป้งไม่หายขาดเจ็บนิดเดียวมาถึงทุกวันนี้
และผมชอบใช่ข้อมือช่วยในการตีปิงปองเพื่อลูกจะได้แรงขึ้นด้วย พอตีด้วยข้อมือได้1-2เดือนเจ็บข้อมือพอทายาสักพักก็หายแต่ทุกวันนี้ก็ไม่หายขาดอะครับ
เป็นเพราะสาเหตุใดอะครับ
นามปากกาผู้เขียน... :oat_solo_101 Last Answer :27/2/2552 18:16:10


นามปากกาผู้เขียน... : ternglimLast Answer : 27/2/2552 18:56:38

ขอสอบถามนิดนึงนะครับ คือผมปวดเข่าขวาเวลาตีปิงปองอ่ะครับ เคยล้มแบบเข่าขวากระแทกพื้นทีนึงครับไปหาหมอ หมอให้ยาแก้อักเสบเส้นเอ็นมาแต่ ณ ปัจจุบันยังไม่หายเลยครับ พอจะแนะนำวิธีรักษาเบื้องต้นหน่อยได้ไหมครับ...ขอบคุณครับ

นามปากกาผู้เขียน... :tiewza
Last Answer :29/9/2558 13:47:20

ผมคิดว่าผมเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน ผมรู้ดี อยากเตือนเพื่อนๆที่รักปิงปองว่าจงรักษาร่างกายให้ดีๆ เดี่ยวจะหมดอนาคตเหมือนผม ...เเต่ผมก็ยังไม่ยอมเเพ้หรอกน่ะผมจะเล่นจนเล่นไม่ได้เเหละเพราะโรคนี้มันมไม่มีทางหายขาด ..ฉันจะพยายาม

นามปากกาผู้เขียน... :น้องชาย Hoshino Peco
Last Answer :23/7/2555 13:40:38
@ คุณสุวรรณสุระ
ก่อนอื่นผมขอถามก่อนนะครับว่าคุณสุวรรณสุระ
ได้ทำ3อย่างนี้รึป่าว
1.การยืดเหยียดร่างกาย (Stretching) +ตามด้วยการ
อบอุ่นร่างกาย (warm up) 5-10นาที
2.ช่วงการออกกำลังกาย(Exercice) 20-45นาที
3.ทำให้เย็นลง (Cooldown) 5-10นาที
อาการปวดเมื้อยของคุณสุวรรณสุระคือ
การล้าของกล้ามเนื้อ (fatique of muscle)
สาเหตุที่ว่าหลักๆ คือการปวดเมื่อยที่มีสาเหตุจากปริมาณของเสียในเลือด(กรดแลคติก)ที่มากขึ้น
และ การเมื่อยล้าเนื่องจากขีดจำกัดในการทำงานของกล้ามเนื้อ
สังเกตุนะครับว่าการปวดเมื่อย กับเมื่อยล้า และอาการของการล้า (Fatique)นั้นมีสาเหตุแตกต่างกัน
การเกิดของเสียในเลือด(กรดแลคติก)ในกล้ามเนื้อเป็นผลจากการออกกำลังกายแบบ anaerobic (แบบพลังระเบิด)ลองคิดดูสิครับว่าการตี FH ซ้ำๆต่อเนื่องถือว่าเป็นแบบพลังระเบิดนะครับ โดยในสภาวะที่มีของเสียในเลือดสูง(เกิน 4 มิลลิโมล/ลิตร)ซึ่งจะทำให้เกิดการล้าของกล้ามเนื้ออย่างทันที ความรู้สึกง่ายๆ คือ ปวดเมื่อย ส่วนกล้ามเนื้อที่ล้าเนื่องจากขีดจำกัดในการทำงานของมันเช่นการออกกำลังกายแบบ aerobic (ไปเรื่อยๆนานๆ)กล้ามเนื้อก็มีข้อจำกัดในการทำงานเช่นกันความทนทานในการทำงานของกล้ามเนื้อก็สามารถสร้างได้โดยการออกกำลังเพื่อสร้างความทนทานแบบต่างๆ(Endurance Training)
อยากรู้ต้องลองครับ หาดัมเบลขนาดเหมาะมือใว้ในมือนะครับแล้วก็ลองยกดูช้าๆนะครับค่อยๆยก ความรู้สึกจะรู้สึกว่ายกได้เรื่อยๆ ช่ายมั้ยครัย หลายครั้งกว่าด้วยก่อนที่จะรู้สึกล้า
ทีนี้ลองใหม่(เอาแขนอีกข้าง)ลองยกเร็วๆ เลยครับ รับรองครับว่าทำได้ไม่มาก เหมือนครั้งแรก แล้วกล้ามเนื้อก็จะล้าอย่างรวดเร็ว อาการก็จะเป็นแบบปวดเมื่อย
ลองทำดูครับแล้วจะได้รู้สึกว่าความแตกต่างของอาการดังกล่าวมันเป็นยังไง
กล้ามเนื้อแขน (Biceps) มีส่วนประกอบเป็นกล้มเนื้อขาวเป็นหลัก
ทีนี้ก็สามารถนำหลักการที่ว่ามาไปวิเคราะห์หาสาเหตุว่าคุณเมื่อยแบบไหนได้ครับ
การยกน้ำหนักแบบหนักๆช้าๆ บางทีทำได้ไม่กี่ครั้งก็เมื่อยล้าแล้ว เพราะ ความทนทานของกล้ามเนื้อเกี่ยวข้องกับ งานที่ทำด้วยครับ แต่ถ้าคุณยกเวทแบบแรงๆเร็วก็จะเป็นการทำงานแบบ anaerobic ที่เกิดกรดแลคติกนั่นเองครับ(การยกช้าๆจะทำได้หลายครั้งกว่า)
ที่นี้รู้แล้วใช่มั้ยครับว่าเพราะอะไร
ลองปรับดูครับ ไม่หนักแล้วก็ไม่เบาจนเกินไป
"ขอให้ชาวปิงปองบอร์ดรักษาสุขภาพด้วยนะครับ"
Sport Science.
นามปากกาผู้เขียน... :เทพแห่งสายลม
Last Answer :1/8/2554 15:59:24
@เฮียธนิต
ขอถามก่อนครับว่า นน.เท่าไหร่ สส.เท่าไหร่ มีโรคประจำตัวมั้ย เคยบาดเจ็บตรงไหนรึป่าว
ข้อมูลเบื้องต้นที่เฮียธนิต ตอบจะเป็นประโยชน์กับตัวเฮียธนิตมากนะครับ เพราะผมจะได้แนะโปรแกรมการออกกำลังกายที่ถูกต้องให้เฮียธนิต ได้ครับ
"ขอชาวปิงปองบอร์ดรักษาสุขภาพทุกคนครับ"
Sport Science.
นามปากกาผู้เขียน... :เทพแห่งสายลม
Last Answer :1/8/2554 15:28:53
รบกวนสอบถามครับ ถ้าเกิดว่าเราตีเบสิคแบคแฮนไปนาน ๆมันจะรู้สึกเมื่อยมากครับ แล้วจะทำยังใงดีครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
นามปากกาผู้เขียน... :สุวรรณสุระ
Last Answer :30/7/2554 11:03:34
คือผมเป็นคนน้ำหนักเยอะๆแต่เล่นปิงปองมาปีกว่าๆๆไม่เป็นไรแต่ประมาณ2สัปดากว่าๆๆมันก็เหมือนขาพลิกแถวข้อเท้าแต่มันเป็นมาตลอดไม่หายเลย อยากทราบว่ามันเป็นอะไร แล้วมีวิธีรักษาไหมครับๆ
นามปากกาผู้เขียน... :โส
Last Answer :28/6/2554 21:18:18
หมอโหน่งอยู่ รพ.ไหนครับ?
หากใกล้ๆจะได้ไปตีปิงปองด้วยครับ
นามปากกาผู้เขียน... :แขก
Last Answer :19/3/2554 0:48:14
ผมอายุ44 ปี อาการบาดเจ็บปล่อย ผมใช้วิธีตีเบาลง ลูกไหนรับไม่ได้ก็ตต้องปล่อยไป อยากบอกนักกีฬามีอายุมาก ต้องยกน้ำหนัก ดัมเบลบาร์เบล วิ่ง เล่นกล้าม โดยเฉพาะคนมีอายุมากๆสมควร เวลาตีแรงๆ จะได้มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงรองรับ เวลาตีไปบิดตัวไปบิดมือไปให้เส้นเอ็นหยืดตลอดเวลา เวลาตีโฟร์ แรงๆต้องให้เท้าฟรีลอยบนพื้น เพื่อลดการบิดของเอว การยืนปลายเท้าก็ชอบการล็อกของข้อเท้าได้ ที่บอกไปนี้รบกวนคุณหมอชอบวิเคราะห์ว่า ผมทำถูกวิธีหรือเปล่าครับ รบกวนคุณหมอหน่อยครับ
นามปากกาผู้เขียน... :เฮียธนิต
Last Answer :10/1/2554 10:53:24
ขอถามปัญหาคุณหมอครับ
คือผมมีอาการเจ็บที่ปุ่มกระดูกข้อศอกด้านนอก
จะเป็นเฉพาะเมื่อเล่น Forehand Top Spin มาก จะมีอาการเจ็บเมื่อเลิกเล่นแล้วมากตามไปด้วย พอหยุดเล่นไปซักวันสองวันก็เจ็บน้อยลง ถ้าลองกำหมัดเกร็งแขนท่อนล่าง ก็จะมีอาการเจ็บตรงปุ่มกระดูกนั่นอีก ถ้าพักหยุดเล่นเป็นอาทิตย์อาการเจ็บจะน้อยลง ซึ่งก็ยังมีอาการนิด ๆ ให้รู้สึกได้ครับ แต่ก็ยังอดเล่นไม่ได้น่ะครับ อยากทราบว่าจะมีวิธีการดูแลรักษาอย่างไรดีครับ จึงจะทำให้อาการดีขึ้น โดยที่ยังเล่นปิงปองแล้วไม่มีอาการเจ็บอีก
นามปากกาผู้เขียน... :watt
Last Answer :24/6/2553 20:20:43
คุณหมอครับ คือผมไม่ได้ออกกำลังกายมายแบบทุกวัน มาประมาน2ปี คือแบบ ทำงานตลอดได้ออกำลังกายนิดหน่อนนานๆครั้ง คือผมทำงานตอนกลางคืน พอเริ่มๆเข้าปีที่ 2 เหมือนร่างกายแบบ อ่อนแอ มากๆ แบบไม่ค่อยมีแรงครับ พอได้งานใหม่เวลาปกติผมก็กลับมาพยามเล่นปิงปองอีกครั้ง มันมีอาการเหนื่อยอะครับแบบหายใจไม่ไหว หายใจไม่เต็มที่ เกิดอาการหลังจากการเล่นนะครับ เหมือนกำลังเรามีน้อยจัง แต่ผมก็เล่นมาได้ครึ่งปีละนะคับ แบบเนทุกวันตอนเย็น บางช่วงมันก็ไม่เป็นบางช่วงมันก็เป็น(หมายถึงอาการหายใจแบบไม่ไหว) อยากทรายว่ามันเกิดเพราะอะไร คือมือ 2 ปีที่แล้วได้ผมเคยตรวจหัวใจ ตรวจเอ๊กโคที่ รพ ราม ตอนนั้นปกติ และอีกประมานเกือบปี ผมมีการการเหมือนจะรุสึกเจ็บนิดๆบางครั้งก็แปรบๆบ้างที่หัวใจผมก็เลยไปหาหมอแล้วผมก็บอกหมอคนนั้นว่าเคยตรวจเอ๊กโคหัวใจมาแล้ววิ่งสายพาน หมอคนนั้นก็เลยบอกว่าไม่เป็นอะไรหรอก เลยให้ยาคลายกล้ามเนื่อมาทาน อาการก็หายไปจนผมลืม อีกประมาน 1 ปี อาการมันก็กลับมาอีกซึ่งตอนนี้เป็นอยุ แต่มันไม่ได้เจบมากๆๆๆ แต่มันรุสึกนิดๆหรือมากขึ้นนิดหน่อย ผมอยากจะทราบว่าที่ผมรู้สึก ตรงจุดนี้มันจะเกี่ยวกับอาการเหนื่อยของผมรึป่าวทำไมถึงเหนื่อยแบบนั้นแบบไม่ไหวหายใจไม่ได้(อาการเหนื่อยต้องพักนิ่งๆนานๆห้ามพูดจาทำไร ถึงจะดีขึ้น) แล้วถ้าหากเป็นตะคริวตรงซี่โครงตรงนั้น ทำไมมันต้องเกิดบริเวณหัวใจด้วยครับ ขอความกรุณาจากคุณหมอด้วยครับ.
นามปากกาผู้เขียน... :อ๊อด
Last Answer :10/4/2553 3:43:31
ตอบคุณ TopZ นะครับ เท่าที่ดูน่าจะเป็นพวกเส้นเอ็นอักเสบนะครับ ไม่ทราบว่าเป็นเรื้อรังหรือไม่ หรือว่าเพิ่งเป็นครับ

การรักษานะครับ ลองพักผ่อนดูก่อนสัก 2-3 วันว่าดีขึ้นมั้ย ถ้าไม่ดีขึ้นก็หายามานวดดูครับ ยังไม่ค่อยอยากให้ทานยานะครับ เพราะว่าดูแล้วเป็นไม่เยอะมาก

อีกอย่างที่ควรทำคือ ก่อนออกกำลังกายให้ยืดเส้นก่อนสัก 5-10 นาทีครับ จะช่วยลดการอักเสบ การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายได้อย่างดีเลยครับ

ปล ตอบช้าไป ไม่รู้หายแล้วหรือยังครับ ถ้ายังไงถามต่อได้นะครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :6/2/2553 2:28:41
ถามบ้างนะคร้าบบบ

ก่อนอื่นขอสวัสดีก่อนครับๆ เพิ่งเข้ามาครั้งแรกครับบ


มีอาการเจ็บบริเวณโคนขาหนีบอะครับ เวลา วิ่งไปรับลูกไกลๆ ทำไห้วิ่งได้ไม่สะดวกเลย จะมีอาการให้รำคาญมากกว่าเจ็บนะครับ มันจะ รู้สึกแปล็บๆ ขึ้นมา

ทำอย่างไรดีีครับ T T
นามปากกาผู้เขียน... :TopZ
Last Answer :27/1/2553 12:21:46
หายไปนานเลย ขอโทษจริงๆครับ ติดสอบที่สำคัญมากๆ

คุณ jibcom99 อาการคงหายแล้วมั้งครับเนี่ย - -''

อาการที่บอกน่าจะเป็นกล้ามเนื้ออักเสบหลังการออกกำลังกายธรรมดา แค่พักผ่อนธรรมดา 3-4 วันก็หายแล้วครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :16/1/2553 14:29:48
ปวดแขนมาจนถึงไหล่และหน้าอกจากการตีปิงปองทำไงครับ
นามปากกาผู้เขียน... :jobcom99
Last Answer :19/12/2552 18:20:34
เป็นคำตอบที่ไม่ค่อยอยากจะได้ยินเท่าไหร่ แต่ก็ต้องทำใจครับ
ขอบคุณคุณหมอมากครับ

ตอนนี้อาการปวดชา เข้ามารบกวนในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ
สามเดือนก่อนหน้านี้ผมลองทุกอย่างแล้วครับ กายภาพบำบัด นวดไทยหมอเทวดา นวดจีน จัดกระดูก
แต่ที่ช่วยผมได้มากสุดก็คือการทำกายภาพตามแนวเวชศาสตร์ฟื้นฟู กับการว่ายน้ำ
ทำให้หายปวดได้บ้างครับ
แต่โดยรวมอาการมันค่อยๆ แย่ลงครับ ยืนอาบน้ำก็ปวดถึงส้นเท้า
ไปเดินห้างได้ซักห้านาที ก็ไม่อยากเดิน จนแฟนนึกว่าไม่อยากไปเดินกะเขา
ขับรถได้แป๊ปนึงก็ปวดหลัง ถ้าไปต่างจังหวัดต้องพักทุกครึ่งชั่วโมง
ใจจริงไม่อยากผ่าเลยครับ แต่กระดูกมันไม่มั่นคงซะแล้ว คงเปนทางออกสุดท้ายที่ผมต้องทำแล้วครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ช้าง
Last Answer :1/11/2552 20:57:14
ตอบคุณช้างนะครับ ขอโทษด้วยที่ตอบช้า พอดีมาประชุมวิชาการต่างจังหวัด

โดยทั่วไปหลังการผ่าตัด ถ้าทำกายภาพอย่างตั้งใจ จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ แต่เรื่องการออกกำลังกายอย่างหนัก ผมว่าหลีกเลี่ยงได้จะดีนะครับ เพราะพวกเหล็กที่ใส่ไปมันจะทำให้กระดูกเราเสื่อมเร็วขึ้นอยู่แล้ว หากออกแรงมาก จะทำให้เสื่อมได้เร็วขึ้น

แต่ถ้าเล่นแค่ออกกำลังกายไม่ได้หักโหมมากก็ไม่เป็นไรครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :31/10/2552 23:50:19
อันตรายมากเลยครับ เห็นใจนะครับ ถ้าเป็นผม คงไม่เอารางกายไปเสี่ยงหลอกครับ รางกายเราสำคัญกว่าสิ่งอื่นไดครับ ขนาดคนหลังดีๆ ยังเดาะได้เลย แต่เราก็สามารถช่วยแนะนำเทคนิคต่างๆ ให้กับคนอื่นได้นะครับ เอาใจช่วยครับ ซู่ๆครับ
นามปากกาผู้เขียน... :หนังเหนียว
Last Answer :29/10/2552 22:29:57
รบกวนถามคุณหมอด้วยครับ

ผมมีปัญหาเรื่องกระดูกหลังประมาณ L4 หรือ L5 หลวม 1 ข้อ
หมายถึงมันมีรอยห่างข้อกระดูกข้อนี้ ทำให้กระดูกผมมันเคลื่อนไประดับ 1
หลังจากที่ผมหามาหลายหมอเพื่อที่จะไม่ผ่าตัด แต่อาการก็เปนหนักขึ้น
จนตอนนี้ กำลังที่ขาซ้ายหายไปประมาณ 10-20 %
ซึ่งคุณหมอก็แนะนำว่า ควรจะผ่าตัดแล้ว โดยการยึดด้วยไททาเนียม
แล้วก็ตัดหมอนรองส่วนที่ปลิ้นทับเส้นออก และตัดกระดูกส่วนอื่นเพื่อไปพอกในส่วนนั้น
คุณหมอที่ผมปรึกษาก็บอกว่า หลังจากผ่าตัดก็จะให้ train กล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง
ให้แข็งแรง ก็จะกลับมามีชีวิตได้ตามปกติครับ

ปัญหาที่ผมจะถามก็คือ
ผมจะสามารถกลับมาเล่นปิงปองได้ในระดับไหนครับ
ถึงจะไม่เปนปัญหากับกระดูกในข้อถัดไป
เท่าที่ผมคุยกับหมอส่วนใหญ่ ถ้าพูดถึงการเล่นปิงปอง
มักจะนึกถึงการตีแบบเด็กๆ ที่โต้ไปมาด้วยแบคแฮนด์อย่างเดียว
แต่ที่ผมตี มันก็ใช้ร่างกายค่อนข้างเยอะ ก็เหมือนกับที่เพื่อนในบอร์ดเขาเล่นกัน
ก็เลยรู้สึกกลัวเหมือนกันว่า หลังจาก 6 เดือนไปแล้ว
ถ้ากลับมาเล่นแบบเดิมๆ กระดูกสันหลังข้อที่อยู่ติดกับข้อที่ยึดด้วยสกรู มันจะรับน้ำหนักมากเกินไปหรือเปล่าครับ
จะเลิกเล่นไปเลย หรือ เล่นได้แค่เบาๆ ไปตลอดชีวิตครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ช้าง
Last Answer :27/10/2552 14:19:09
โรคที่คุณ ttyoot เรียกว่า plantar fasciitis หรือผังผืดส้นเท้าอักเสบครับ

เกิดในคนที่เดินเยอะ ยืนเยอะครับ อาการจะเป็นมากตอนไม่ได้เดิน หรือเริ่มเดิน แต่พอเดินไปสักพักอาการจะดีขึ้น

การรักษานะครับ

1. อย่างแรกเปลี่ยนรองเท้าครับเป็นส้นหนาๆหน่อย แต่นิ่มๆเพื่อให้น้ำหนักเราลงไปที่ด้านหน้าของเท้าแทน ส้นเท้าจะได้พักแล้วอาการจะดีขึ้นครับ

2. ทำการยืดเส้นเอ็นส้นเท้าเมื่อมีโอกาส โดนยืนเอามือดันกำแพงไว้แล้วเหยียดขาตรงไม่ให้ส้นเท้าโดนพื้น สลับกันทีละข้าง

3 ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นลองหายานวดหรือยาคลายกล้ามเนื้อมาทานดูครับ หาข้อมูลได้จากบนๆของกระทู้นี้นะครับ


4. ถ้ายังไม่ดีขึ้นจริงๆหาแพทย์เลยครับ มีการรักษาได้หลายแบบแต่ต้องทำการตรวจร่างกายให้แน่ใจก่อนครับ

หวังว่าจะได้ประโยชน์นะครับ ^ ^
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :17/10/2552 20:43:45
รบกวนถามคุณหมอครับ ผมอายุสามสิบกว่าๆ มีอาการเจ็บส้นท้าวจากการเล่นปิงปอง ตอนเช้าตื่นนอนจะเดินแทบไม่ได้ ตอนนี้เป็นตลอด ใส่ยานวดข้างซ้ายก็ดีขึ้นบ้างแต่ข้างขวายังเจ็บอยู่ หยุดเล่นปิงปองมาหลายวันก็ยังเจ็บอยู่เดินไม่สะดวกลงส้นไม่ค่อยได้ครับ ควรทำไงดีครับ? ขอบคุณมากครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ttyoot
Last Answer :15/10/2552 21:11:38
ตอบ น้องหมอโหน่ง

license2 อ่านแค่ kaplan + ดูวิดีโอครับ แล้วเน้นทำโจทย์เยอะๆ ถ้าทำได้เท่านี้ก็ได้ 99 ไม่ยากแล้ว
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :10/10/2552 23:24:09
mozart ไม่ได้ผลเหรอครับ

งั้นลองหานี่ดูครับ bineural tone เลือกที่เป็น sleep induction แล้วเปิดฟังดูครับ (หาโหลด mp3 ได้จาก net ครับ)

ถ้าไม่ไหวจริงๆพบจิตแพทย์นั่นแหล่ะ อยู่ส่วนไหนของรพ. นี่ต้องแล้วแต่ขนาดของ รพ. นะครับ ถ้าไม่ใช่โรงพยาบาลใหญ่ๆจะไม่มีแพทย์จิตเวชประจำ แต่ถ้า รพ ใหญ่ๆจะมีครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :10/10/2552 23:23:04
ขอบคุณมากครับพี่หมอ แล้ว license 2 พี่อ่านหนังสืออะไรละครับ เนื้อหามันเยอะมากเลย
นามปากกาผู้เขียน... :หมอโหน่ง
Last Answer :8/10/2552 19:57:00
mozart ตอนนี้ฟังอยู่ทุกวันครับ classic ของคนอืนๆด้วย แต่ยิ่งฟังยิ่งนอนไม่หลับจนต้องปิดทีเดียว

จิตแพทเนี่ย เขาอยู่ส่วนไหนของโรงพยาบาลครับ - -"
นามปากกาผู้เขียน... :lovelove
Last Answer :8/10/2552 17:38:45
ตอบ น้องหมอโหน่ง


เรื่องเรียนถามได้เต็มที่ครับ พอดีช่วงนี้พี่เตรียมสอบ USMLE อยู่ด้วยความรู้เลยค่อนข้างเยอะ อิๆ

ส่วนเรื่องการแข่งคงไปดูไม่ได้อ่ะครับ ยุ่งอยู่หลายอย่าง - -''
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :8/10/2552 1:30:54
ตอบคุณ lovelove นะครับ

ถ้ามันเป็นปัญหาจริงๆ ซึ่งดูแล้วก็น่าจะเป็นปัญหา ยังไงลองไปพบแพทย์สักครั้งไม่เสียหายอยู่แล้วครับ หมอไม่กัดท่านหรอก 55

สำหรับเฉพาะทางที่แนะนำ ผมแนะนำ จิตแพทย์นะครับ อย่าคิดว่าต้องเป็นบ้าถึงไปหาจิตแพทย์ เค้ารักษาได้หลายอย่างกว่านั้นเยอะ หลายๆคนคิดผิด


เรื่อง hyperthyroid ผมว่าไม่น่าใช่หรอกครับ มันต้องมีอาการอื่นร่วมด้วยหลายอย่าง เช่น ใจสั่น กินจุ น้ำหนักลด ท้องเสีย กังวล ส่วนสาเหตุการเกิด ก็อาจจะเป็นจากการขาดสารอาหาร เป็นโรคภูมิคุ้มกันตัวเอง เป็นเนื้องอกที่ต่อม thyroid เป็นต้นครับ


โดยสรุปนะครับ ผมว่าลองหาเพลงเพราะๆมาฟัง หรือที่ผมแนะนำ mozart effect มาฟังตอนนอนอ่ะครับ น้องรหัสผมเคยใช้ได้ผลมาแล้ว ถ้าไม่ไหวจริงๆลองพบแพทย์ดูนะครับ ส่วนข้อแนะนำทั่วๆไปก็เหมือนที่มีในบทความอ่ะนะครับ หว้งว่าคงช่วยได้นะครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :8/10/2552 1:29:39
ถ้าผมจะถามเรื่องเรียนม้างจะได้เปล่าครับ ปีห้าแล้วครับ เรียนแพทย์ มน. เข็มสัมพันปีนี้แข่งท่กรุงเทพ ถ้าพี่ว่างไปดูนะครับ ท่ศาลายา
นามปากกาผู้เขียน... :หมอโหน่ง
Last Answer :8/10/2552 1:14:38
พี่หมอเก่งจัง พี่
นามปากกาผู้เขียน... :หมอโหน่ง
Last Answer :8/10/2552 0:58:10
ขอบคุณครับพี่หมอ จากที่ลองอ่านๆมาดู คิดว่าผมคงต้องไปปรึกษาแพทใช่ไหมครับ แล้วผมต้องไปที่ไหนดี โรงพยาบาลหรือคลิกนิก ><

จากที่อ่านมา อารการของผมมันน่าจะเกิดจาก
1. ภาวะจิตใจ ใช่ไหมครับ แต่ผมก้ไม่ได้มีเรื่องเครียดอะไรเลย แถมมันมีเงื่อนไขอยู่อย่างเดียวครับ
ถ้าเลยเที่ยงคืนไปแล้ว มันจะนอนไม่หลับจนกว่าจะเพลีย ซึ่งแต่ก่อนก้จะเป็นช่วงตี3 แต่หลังๆนี่อาจถึง6โมงเช้า
มันจะเกี่ยวกับ bio clock หรือป่าว? แล้วควรทำยังไงดี มีแพทย์เฉพาะทางให้ปรึกษาไหม
2. อาการหลังเที่ยงคืนไปแล้ว มันจะตื่นตัวเหมือนเราไม่ง่วงเลยสักแอะ จะรู้สึกใจสั่นนิดๆ มือสั่นนี่ไม่แน่ใจ ทำให้มันหลับตาไม่ลงเลย
อาการยังงี้เขาเรียก hyperthyroidism รึป่าวครับ (เกี่ยวกันป่าวหว่า) แล้วhyperthyroidism มันเกิดขึ้นจากอะไรได้บ้างครับ
นามปากกาผู้เขียน... :lovelove
Last Answer :6/10/2552 16:48:15
ผมเอาบทความเกี่ยวกับการนอนมาฝากนะครับ ยาวหน่อยแต่มีประโยชน์ครับ

ความรู้เพื่อการนอนหลับที่ดี
สมองและร่างกายใช้เวลาช่วงนอนหลับในการบำรุงซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกายที่สึกหรอ เพื่อให้ร่างกาย
มีประสิทธิภาพที่ดีในการทำงาน ในวันรุ่งขึ้น การนอนหลับที่เพียงพอ จึงมีความสำคัญต่อ คุณภาพชีวิต ที่ดี
ของเรา หากท่านสังเกตดูคนที่นอนไม่เพียงพอ หรืออดนอนนานๆ ประสิทธิภาพต่างๆ ในการทำงานจะลดลง
เนื่องจากสมองล้า ร่างกาย อ่อนเพลีย และขาดสมาธิ นอกจากนี้ในผู้ที่นอนไม่หลับเรื้อรัง อาจมี ความวิตกกังวล
ตึงเครียดง่าย โดยเฉพาะอย่างช่วงเวลาจะเข้านอน เตียงนอนอาจเป็น ที่ไม่สบอารมณ์ได้ง่าย เมื่อถึงเวลานอน
เวลานอนกลายเป็นที่ๆ ทำให้วิตก กังวลเมื่อนึกถึงว่า คืนนี้จะหลับได้หรือไม่ หรือคืนนี้คงไม่หลับ อีกตามเคย

อย่างไรก็ตาม อาการนอนไม่หลับและอาการวิตกกังวล ตึงเครียด เหล่านี้สามารถลดลงหรือหายไปได้ หากมี
การปฏิบัติสุขอนามัยการนอนหลับ (sleep hygiene) และฝึกให้มีพฤติกรรมที่ส่งเสริมการนอนหลับ ซึ่ง
ทุกคนสามารถปฏิบัติได้เอง

การเข้านอนและตื่นนอนตรงเวลาทุกวันจะทำให้เกิดความเคยชิน อยากนอนและตื่นเมื่อถึงเวลา และหากในคืน
ที่ถัดมาท่านนอนดึกกว่าปกติ ท่านควรตื่นสายหน่อยหรือตรงเวลาเดิมดี คำตอบที่ถูกคือ พยายามตื่นตรง เวลา
แม้ท่านจะง่วงในระหว่างวันบ้าง แต่ตกดึกท่านจะหลับได้อย่างรวดเร็ว

ลุกจากเตียงนอนทันทีเมื่อตื่น เปิดหน้าต่างสัมผัสแสงสว่างช่วงเช้าๆ (6-7 นาฬิกา) กายบริหารหลังตื่นเบาๆ
สัก 10-15 นาที ก่อนทำกิจกรรม อื่นต่อไป จะช่วยให้สมองและร่างกายตื่นตัว สามารถปฏิบัติภารกิจต่างๆ
ได้ดีกว่า

หลีกเลี่ยงการงีบหลับในระหว่างวัน เพราะจะรบกวนการนอนที่ต่อเนื่อง ในตอนกลางคืนได้ สำหรับท่านที่
ง่วงจนทนไม่ไหวอาจงีบช่วงกลางวันสั้นๆ ไม่เกิน 30 นาที

กายบริหาร หรือออกกำลังกายสม่ำเสมออย่าง 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ช่วงเช้าตรู่หรือตอนเย็น จะช่วยลดความ
ตึงเครียดทางร่างกายและอารมณ์ แต่ไม่ควรปฏิบัติค่ำเกินไป เพราะจะรบกวนการนอนหลับได้

อย่าดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ช่วงเย็นถึงก่อนนอน ไม่ควรดื่ม คาเฟอีน เกินวันละ 2 ครั้ง หลีกเลี่ยงการดื่ม
กาเฟอีนช่วงบ่ายลงๆ ถึงเวลานอน อย่าสูบ บุหรี่ก่อนนอนหรือกลางดึก

อย่านอนเล่นนานๆ บนเตียงไม่ใช้เตียงนอนเป็นที่สำหรับอ่านหนังสือ ดูทีวี หรือทำงานอื่นๆ การปฏิบัติ
กิจกรรมที่ไม่ใช่การนอนหลับบนเตียง จะเร้า ความรู้สึกตื่นในขณะที่เราอยากหลับได้

ปรับอุณหภูมิที่พอดีในขณะหลับ ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป ห้องนอน ที่เงียบและมืด จะช่วยให้เกิดการนอน
หลับที่ดี

อาหารมื้อเย็นควรเป็นอาหารมื้อเบาๆ หลีกเลี่ยงอาหารประเภท เนื้อ หรือ โปรตีนมากๆ และหากทานอาหาร
มื้อก่อนนอนด้วย ควรเป็นเพียงนมหรือ อาหารประเภทมอลล์สกัด น้ำผลไม้ก็เพียงพอแล้ว

การนอนหลับจะเกิดขึ้นได้เมื่อร่างกายและอารมณ์อยู่ในสภาพผ่อนคลาย ดังนั้นขณะเข้านอนหากร่างกายและ
อารมณ์อยู่ในสภาพตึงเครียดไม่ผ่อนคลาย จะไม่สามารถหลับลงอย่างง่ายดาย จึงควรจัดช่วงเวลาสำหรับ
ผ่อนคลายอารมณ์เป็นกิจวัตรประจำวัน ช่วง 1-2 ชั่วโมง ก่อนเข้านอน โดยหลีกเลี่ยง การทำงานหรือกิจกรรม
ที่ตึงเครียด 1-2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน และหากท่าน เป็นคนตึงเครียดง่าย หรือมีเรื่องที่ต้องขบคิดจำนวนมาก
ตลอดวัน แนะนำ ให้ปฏิบัติดังนี้ใช้เวลาช่วงสั้นๆ หลังอาหารมื้อเย็น จดลำดับเรื่องต่างๆ ที่ทำให้ คิด หรือ
เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เช้า และวางแผนจัดการ แต่ละเรื่อง อย่างคร่าวๆ สั้นๆ ให้ปฏิบัติทุกวันจน
เคยชิน

และหากท่านเข้านอน 15-30 นาที แล้วยังไม่หลับ ให้ลุกจากเตียง หาอะไร ทำเบาๆ เช่น อ่านหนังสือ
ฟังเพลง เปิดเฉพาะแสงไฟอ่อนๆ หลีกเลี่ยงการดูทีวี ฟังข่าว (เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้ตื่น) กลับมาที่เตียง
เมื่อง่วงเท่านั้น อย่านอนแช่ อยู่บนเตียงโดยไม่หลับถึงเช้า เพราะจะกระตุ้น ให้เกิดความวิตกกังวล
เมื่อเข้า นอนในคืนถัดๆ มาหากไม่ง่วงเลย อาจใช้ยา ช่วยให้หลับเป็นครั้งคราวได้

การปฏิบัติสุขอนามัยการนอนที่ถูกต้อง และการขจัดพฤติกรรม ที่รบกวนการนอน ฝึกให้มีพฤติกรรม ที่ส่ง
เสริมการนอนหลับที่ดี ควรปฏิบัติ ต่อเนื่องอย่างน้อย 6-10 สัปดาห์ พบว่า ช่วยให้เกิดการนอนหลับที่
ง่ายขึ้น

ในผู้ที่เพิ่งเริ่มมีอาการนอนไม่หลับควรปฏิบัติ สุขอนามัยการ นอนหลับ และปรับพฤติกรรมการนอนตั้งแต่
แรก จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา นอนไม่หลับ เรื้อรังได้

ในผู้ที่ใช้ยาช่วยให้หลับต่อเนื่องมานานกว่า 3-6 เดือน หากหยุดยา ทันทีอาจเกิดอาหารนอนไม่หลับใหม่
จำเป็นต้องค่อยๆ ลดยาลงเรื่อยๆ ร่วมกับการปฏิบัติดังกล่าวข้างต้น จนสามารถ หยุดยาลงได้ในที่สุด




ธรรมชาติของการนอนหลับและอาการนอนไม่หลับ

ธรรมชาติและความสำคัญของการนอน
มนุษย์ใช้เวลานอนหลับ 1 ใน 3 ของเวลาทั้งหมด

ความต้องการในแต่ละคนไม่เท่ากัน
มนุษย์ทุกคนมีนาฬิกานอน (circadian rhythms) คอยปรับเวลาในการนอนหลับ มีวงจร การนอน-ตื่น
(Sleep wake cycle) มีสารสื่อประสาทที่สำคัญหลายตัว คอยควบคุมการนอน
การตื่นและการนอนยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของแสง (light-dark cycle) ของน้ำขึ้นน้ำลง และฮอร์โมน ต่างๆ
ในร่างกาย ความรู้ต่างๆ เหล่านี้ ช่วยให้ปัจจุบันเราสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับความผิด ปกติของ
การนอนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอาการนอนไม่หลับ (Insomnia)

สมองและร่างกายในช่วงเวลาขณะหลับในการบำรุงซ่อมแซม ส่วนต่างๆ ให้ดีขึ้น (Restorative function)
ในคนที่นอนไม่พอหรืออดนอนนานๆ ประสิทธิภาพในการทำงานต่างๆ จึงลดลง เนื่องจากสมองล้า
ร่างกายอ่อนเพลีย ขาดสมาธิ

การศึกษาวิจัยในต่างประเทศพบว่าคนที่นอนน้อยกว่า 4 ชม. หรือนอนมากกว่า 10 ชม. ต่อคืน เป็นกิจวัตรมี
อายุสั้นกว่าคนที่นอนหลับปกติ และคนที่นอนหลับไม่เพียงพอนานๆ มีโอกาสเสี่ยงต่อ การเกิดโรคร้ายแรงใน
อนาคตมากขึ้น เช่น โรคหัวใจขาดเลือด, โรคหลอดเลือดสมอง เด็กในวัยเจริญ เติบโต ที่นอนดึกตื่นเช้าเป็น
ประจำจะตัวเล็ก โตช้ากว่าเด็กที่นอนหลับสนิทเพียงพอเพราะฮอร์โมน ที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโต (Growth
Hormone) จะหลั่งได้เต็มที่ขณะหลับลึกดังนั้นจึงควรให้เด็ก นอนเพียงพอ และไม่ปลุกขณะหลับสนิท



อาการนอนไม่หลับ (Insomnia) ลักษณะของการนอนไม่หลับ แบ่งเป็น 3 ชนิดคือ

1. นอนไม่หลับชั่วคราว (Transient insomnia) สาเหตุเพราะมี สถานการณ์ บางอย่างที่ทำให้
ต้องคิดกังวลหรือปรับตัว เช่น มีเหตุการณ์ตึงเครียดเสียใจเกิดขึ้นฉับพลัน หรือการเดินทางเปลี่ยนสถาน
ที่นอน, การเจ็บป่วยฉับพลัน เมื่อสถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้นก็จะสามารถ นอนหลับ ได้ปกติ ในกรณีนี้อาจใช้ยา
คลายกังวล ยานอนหลับช่วยให้หลับสั้นๆ ได้ มักหลับได้ปกติใน 2-3 วัน

2. นอนไม่หลับเป็นระยะๆ (Intermittent insomnia) มักเป็นกลุ่มที่มี อาการต่อเนื่องจากกลุ่ม
ที่ 1 เนื่องจากสถานการณ์ต้นเหตุยังคอยกระตุ้นเป็นระยะๆ ทำให้มีอาการ ไม่หลับที่เกิดขึ้นซ้ำๆ บ่อยๆ
เป็นระยะๆ

3. นอนไม่หลับเรื้อรัง (chronic insomnia) มีอาการนอนไม่หลับเป็นประจำ ติดต่อกันเป็นเวลา
นานเกินกว่า 3 สัปดาห์ มีสาเหตุได้หลายอย่าง ได้แก่ การเจ็บป่วยทางกายต่างๆ โรคทางกายบางอย่างที่เกี่ยว
ข้องกับการนอน เช่น การนอนกรน โรคทางจิตเวชต่างๆ เช่น โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า โรคจิต
ผู้ป่วยบางกลุ่มอาจมีอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง โดยไม่มีสาเหตุ กระตุ้นที่ชัดเจน (psychophysiologic
insomnia) ในกลุ่มนี้มักเกิดจากความเคยชิน ในการปฏิบัติตัว หรือมี พฤติกรรมบางอย่างที่รบกวนต่อการ
นอนหลับ การรักษาอาการนอนไม่หลับ เรื้อรัง จึงต้องรักษา ทั้งต้นเหตุและการฝึกให้มีสุขอนามัยการนอน
(sleep hygiene) ร่วมกับ มีพฤติกรรมที่ดีในการนอน (Behavioral intervention)




การใช้ยานอนหลับเมื่อนอนไม่หลับ
ยานอนหลับไม่ได้รักษาอาการนอนไม่หลับ แต่อาจช่วยให้ทุเลาอาการลง การใช้ยานอนหลับต้องใช้ร่วมกับ
การรักษาสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ควรอยู่ในความ ดูแลของแพทย์ร่วมกับการปฏิบัติสุขอนามัย
การนอนที่ดีด้วย

ควรใช้ยาขนาดต่ำที่สุดที่มีประสิทธิภาพใช้เป็นครั้งคราว (ไม่เกิน 2-4 ครั้งต่อสัปดาห์)ไม่ควรใช้ยาติดต่อกัน
เป็นเวลานานๆ และผู้ที่ใช้ยาติดต่อกันกัน มานานควรค่อยๆ หยุดยา หากหยุดยาอย่างกระทันหันจะทำให้ เกิด
อาการ นอนไม่หลับขึ้นอีก

เหล้า – กาแฟ – บุหรี่ มีผลต่อการนอนอย่างไร
เหล้า (Ethanol) เป็นสิ่งที่คนจำนวนไม่น้อยใช้เพื่อช่วยให้หลับ โดยเฉพาะปัญหาการหลับยาก การดื่ม
แอลกอฮอล์ในปริมาณเล็กน้อย (จิบก่อนกินอาหารหรือก่อนเข้านอน) จะช่วยให้เกิดการผ่อนคลาย ทำให้หลับได้

แต่การดื่มในปริมาณมากจะรบกวนการนอนหลับที่ต่อเนื่อง เนื่องจาก แอลกอฮอล์จะกระตุ้นประสาทซิมพาทิติก (sympathetic) และการหลั่ง สารแคทโคลามีน (catecholamine) ทำให้ปวดศีรษะ เหงื่อออกมาก และ
ฝัน ตึงเครียด กดการหายใจขณะหลับซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ นอนกรนอยู่แล้ว หรือกำลัง
กินยา บางอย่างซึ่งมีฤทธิ์กดการหายใจร่วมด้วย แอลกอฮอล์จึงไม่ใช้ยานอนหลับที่ดีหรือปลอดภัยเลย

ผู้ที่มีอาการนอนกรน หรือความผิดปกติเกี่ยวกับการหายใจ คนวัยกลางคน ขึ้นไป และผู้หญิงหมดประจำเดือน
จึงควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วง ก่อนเข้านอน

คาเฟอีน ลดความสามารถในการนอนหลับ กระตุ้นประสาทให้ตื่นและ ลดระยะเวลาการนอนหลับตลอดคืน
โดยเฉลี่ยกาแฟ 1 แก้ว มีคาเฟอีนประมาณ 100 มิลลิกรัม ชาและโคล่า มีคาเฟอีนประมาณ 50-75 มิลลิกรัม
ผลของคาเฟอีนอยู่ได้นาน 8-14 ชั่วโมง แตกต่างกันในแต่ละคน คนที่มี ปัญหานอนหลับยาก จึงไม่ควร ดื่ม
กาแฟช่วงเย็นถึงดึก

บุหรี่ บุหรี่ มีสารนิโคตินซึ่งมีผลคล้ายคาเฟอีน ในช่วงที่มีนิโครติน ในเลือดต่ำ จะมีผลกล่อมประสาทช่วย
ให้หลับ (เมื่อสูบเพียงเล็กน้อย) แต่ในช่วง ที่ความเข้มข้นในเลือดสูง จะกระตุ้นประสาทโคลิเนอจิก
(Cholinergic) ทำให้ตื่นตัวไม่ง่วง การสูบบุหรี่ก่อนเข้านอน หรือขณะตื่นกลางดึก จึงทำให้หลับยากยิ่งขึ้น



อาการนอนไม่หลับ
การนอนหลับเป็นพฤติกรรมปกติของสิ่งมีชีวิต ซึ่งรวมทั้งพืชด้วย คนปกติเมื่อถึงเวลานอนก็จะหลับได้สนิท
และถึงเวลาตื่นก็ตื่นเต็มที่ ไม่ง่วงไม่เพลียแต่ทุกคนมีโอกาสเกิดอาการไม่หลับขึ้นได้ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
ของชีวิตตั้งแต่วัยทารกถึงวัยสูงอายุ อุบัติการณ์เพิ่มขึ้นตามอายุที่สูงขึ้น ผู้หญิงพบมากกว่าผู้ชายคนทำงานกะ
ผลัดเวร เป็นง่ายกว่างานอื่น ในผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ ติดเหล้า ติดยา นอนหลับ
หรือง่วงกลางวันเป็นประจำ สูงกว่าคนทั่วไป




การอดนอน
คนปกติเมื่ออดนอนตอนกลางคืน วันรุ่งขึ้นจะง่วงในตอนกลางวัน และจะอยากนอนชดเชยในคืนถัดมา
ประสิทธิภาพการทำงานจะดีในช่วงประมาณสายถึงบ่ายเท่านั้น หลังจากนั้นจะเริ่มล้า บางคนอาจใช้กาแฟ
หรือสารกระตุ้นประสาท ช่วยให้ทำงานต่อไปได้อีกระยะ แต่ถ้าอดนอนติดต่อกันหลายๆ คืน สมองจะเริ่ม
งุนงง ร่างกายอ่อนเพลีย จิตใจอ่อนล้าลง บุคคลิกและพฤติกรรมอาจเปลี่ยนแปลง บางรายอาจมีอาการ
ประสาทหลอน หลงผิด ช่วงสั้นๆ ได้ หากทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรือขับรถจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
จึงไม่ควรอดนอน หลายคืนติดต่อกัน


สาเหตุของการนอนไม่หลับ
1. มีการเจ็บป่วยทางกายเช่น โรคเกี่ยวกับหัวใจปวด หรือมีการเจ็บ ปวดตามที่ต่างๆ ของร่างกาย
โรคที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับบางชนิด จำเป็นต้องรักษาโรคต้นเหตุ เมื่อการเจ็บป่วยทางกายทุเลาลงมัก
ทำให้ การนอนหลับดีขึ้น

2. มีปัญหาทางจิตใจ เป็นสาเหตุใหญ่ในผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับ เป็นระยะๆ และไม่หลับเรื้อรัง
ปัญหาส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับความวิตกกังวล (anxiety) โรคซึมเศร้า หรือระยะแรกของอาการทางจิต
สาเหตุต่างๆ ที่กล่าวนี้มีผลต่อการนอนหลับ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อ ประสาท ในสมอง
(Neurotransmitters) การรักษาจึงต้องใช้ยาและการแก้ปัญหา ต้นเหตุเป็นหลัก ร่วมกับการมี
พฤติกรรมการนอนที่ดี

3. การใช้สารเสพติดต่างๆ กาแฟมีสารคาเฟอีนซึ่งกระตุ้น ประสาท ให้ตื่นและลดระยะเวลาหลับตลอดคืน
(Total sleep time) กาแฟ 1 แก้ว มีคาเฟอีนเฉลี่ย 100 มิลลิกรัม ชา โคลา มีประมาณ 50-75 มิลลิกรัม
ฤทธิ์ของคาเฟอีนอยู่ได้นานถึง 8 -14 ชม. แตกต่างกันในแต่ละคน คนที่มี ปัญหา นอนไม่หลับและดื่ม
กาแฟช่วงบ่ายถึงดึก จึงหลับยากยิ่งขึ้น และผู้ที่มี ปัญหา การนอนหลับรุนแรงควรหยุดคาเฟอีนเด็ดขาด
6-10 สัปดาห์ จะช่วยให้ผลการรักษาได้ผลดีขึ้น

เหล้า (Ethanol) การดื่มเหล้าปริมาณเล็กน้อย (จิบก่อนกินอาหารหรือ ก่อนเข้านอน จะช่วยให้เกิดการ
ผ่อนคลายและทำให้หลับได้ แต่ถ้าดื่มใน ปริมาณมากขึ้นกว่าการจิบเล็กน้อย) (เช่น การดื่มทางสังคมใน
ปริมาณมากกว่า เบียร์ 12 ออนซ์, ไวน์ 5 ออนซ์ หรือวอดก้า 1.5 ออนซ์) จะให้ผลในทาง กระตุ้นต่อระบบ
ประสาท (Sympathetic arousal) ทำให้คุณภาพ การนอนไม่ดี ตื่นกลางดึก ฝันตึงเครียด เหงื่อแตก
ปวดหัว กดการหายใจ ขณะหลับ เป็นต้น ในผู้ที่ติดเหล้าเมื่อหยุดดื่มจะเกิดอาหารประสาทหลอน
ไม่นอนหลับติดต่อกันหลายๆ วันได้ เหล้าจึงไม่ใช่ยานอนหลับที่ดีหรือ ปลอดภัยเลย

บุหรี่ มีสารนิโคติน ถ้าสูบในขนาดน้อยๆ จะให้ผลผ่อนคลาย และ ง่วงหลับ ได้ แต่ถ้าสูบติดต่อกันหลาย
มวน จะให้ผล ในทางตรงกันข้าม คือ กระตุ้นประสาท (cholinergic activity) ดังนั้นการสูบบุหรี่ก่อน
เข้านอน หรือ ขณะตื่นกลางดึก จึงทำให้หลับยากยิ่งขึ้น

ทั้งเหล้าและกาแฟ บุหรี่จึงมีผลต่อการนอนหลับที่ดี และหากใช้ทั้ง 3 อย่างพร้อมๆ กันย่อมส่งผลรบกวน
การนอนหลับมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ ในคนอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไปจะมีผลรบกวนการนอนมากกว่าคนอายุ
น้อย


วิธีการแก้ไขอาการนอนไม่หลับด้วยตัวเอง
นิสัยความเคยชินและพฤติกรรมบางอย่างมีผล ทำให้หลับยากขึ้น ดังนั้น การสร้างสุขอนามัยและพฤติกรรม
ที่ดีในการนอนจะช่วย ทั้งป้องกันไม่ให้เกิด ปัญหานอนไม่หลับเรื้อรังและรักษา อาการนอนไม่หลับเรื้อรัง ได้
ด้วยสุขอนามัย ในการนอน (Sleep hygiene) และพฤติกรรมที่ดีในการนอน ได้แก่

- ฝึกการเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลาทุกวันเพื่อสร้างความ เคยชิน ให้อยากนอน และตื่นเมื่อถึงเวลา ควร
ลุกจากเตียงทุกเช้า ในเวลาเดิมไม่ว่าจะ เข้านอน เวลาใดก็ตาม (ฝึกนาฬิกานอนของตนเอง)
- การบริหารเบาๆ หลังตื่นนอนและสัมผัสแสงแดดอ่อนตอนเช้า (6-7 นาฬิกา) ตอนเย็นๆ (16-17 นาฬิกา)
วันละ 1/2 ชม. ถึง 2 ชม. จะช่วยให้หลับเร็วตื่นเร็ว
- การออกกำลังกายทุกวันช่วงเย็นๆ เป็นเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 6-10 สัปดาห์ จะช่วยกระตุ้น การนอน
หลับในตอนกลางคืน
- หลีกเลี่ยงการงีบในเวลากลางวัน โดยเฉพาะช่วงเย็น ไม่ควร นอนงีบเด็ดขาด (หากง่วงมากจริงๆ อาจ
งีบสั้นๆไม่เกิน 30 นาที)
- หลีกเลี่ยงสารพวกแอลกอฮอล์ บุหรี่ กาแฟ โดยเฉพาะช่วงเย็น ถึงดึก
- ไม่ควรกินอาหารมื้อหนักๆ ก่อนเข้านอนหรือปล่อยท้องให้ว่าง หิวก่อนเข้านอน อาหารเครื่องดื่มอุ่นๆ
พวกนมมอลล์ ให้ประโยชน์ ทั้งอิ่มและเป็นยาช่วยให้หลับ
- ใช้ห้องนอนหรือเตียงนอนสำหรับการนอนหลับเท่านั้น ไม่ควรใช้ เป็นที่อ่านหนังสือ กินข้าว ดูทีวี ทำงาน
หลายๆ อย่างปนกัน (Stimulus control)
- ความเงียบและมืดอุณหภูมิที่พอเหมาะของร่างกายช่วยให้เกิดการ หลับขึ้น จึงควรจัดบรรยากาศ ในห้อง
นอนให้เหมาะสมและ ขจัดสิ่ง กระตุ้นเหล่านี้ออกไป
- นิสัยพื้นๆ บางอย่างอาจรบกวนคนที่หลับยากให้ไม่หลับได้ เช่น ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนถึงเวลาเข้านอน
ก็ปิดไฟจะหลับคิดวางแผน งาน จนถึงเวลาเข้านอน หากมีปัญหาหลับยากอยู่แล้ว ต้องเลิกนิสัย เหล่านี้เสีย
- ในผู้ที่วิตกกังวลมาก มีความตึงเครียดทางอารมณ์ไม่สามารถ สลัดออกไป
- แม้เวลาเข้านอนอาจช่วยตนเองโดยการเขียน ลำดับ เรื่องต่างๆ ที่คิดออกมาในบันทึก และวางแผนจัดการ
งานแต่ละเรื่อง อย่างคร่าวๆ ไว้ตั้งแต่หัวค่ำ หรือฝึกการผ่อนคลาย เช่น นั่งสมาธิ ฝึกโยคะ เป็นต้น
- เมื่อเข้านอน 15-30 นาที แล้วยังไม่หลับควรลุกออกจากเตียงนอน ไปห้องอื่น หาอะไรทำเบาๆ เช่น อ่าน
หนังสือ ด้วยแสงไฟอ่อน หลีกเลี่ยงการดูทีวี (เพราะจะยิ่งกระตุ้น) กลับเข้าห้องนอน เมื่อง่วง นอนเท่านั้น
- เพื่อสร้างความเคยชินว่าห้องนอนกับการนอนหลับ แทน ความรู้สึกเดิมๆ ที่เคยชินว่า ห้องนอนคือ นอน
ไม่หลับ (Temporal control) ในผู้ที่นอนไม่หลับเรื้อรังควรปฏิบัติสุขอนามัย และสร้าง พฤติกรรมที่ดี
ในการนอนติดต่อกันอย่างน้อย 6-10 สัปดาห์ จะช่วยให้ เกิดการนอนหลับที่เป็นธรรมชาติได้

อาการนอนไม่หลับมีโอกาสเกิดใหม่อีกได้ การรักษาจึงจำเป็นต้องรักษา สาเหตุ เช่น โรคทางกายหรือโรคทาง
จิตเวช ต่างๆ ร่วมกับการฝึกให้มี สุขอนามัย และพฤติกรรมการนอนที่การใช้ยาช่วยให้หลับสามารถใช้ได้
เวลาสั้นๆและเป็นครั้งคราวไป (2-4 ครั้งต่อสัปดาห์) โดยใช้ขนาดต่ำที่สุดและ เลือกยาที่ออกฤทธิ์สั้น





โรคนอนไม่หลับในผู้สูงอายุ
อะไรคือการนอนไม่หลับ
อาการนอนไม่หลับ แบ่งได้เป็น 3 แบบคือ
- เมื่อเข้านอนแล้วต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะนอนหลับได้ พบมากในผู้ป่วยที่มีอาการวิตกกังวล เครียด
หรือกำลังมีปัญหาที่คิดไม่ตก
- เมื่อเข้านอนแล้ว หลับได้ทันที แต่จะตื่นเร็วกว่าที่ควร เช่น ตื่นตอนตี 2 ตี 3 แล้วนอนไม่หลับอีก ไม่ว่าจะทำ
อย่างไรก็ตาม พบมากในผู้ที่มีอาการซึมเศร้าหรือ ผู้ที่มีประวัติดื่มเหล้า เป็นต้น
- เมื่อเข้านอนแล้ว นอนหลับได้ตามปกติ แต่จะตื่นบ่อยๆ เป็นระยะๆเช่น ตื่นทุกสองสามชั่วโมง ทั้งคืนพบได้
ในผู้ที่มีโรคฝ่ายกาย
การนอนไม่หลับ ทั้ง 3 แบบนี้ เป็นการนอนที่ไม่มีคุณภาพ ให้เกิดอาการหงุดหงิด เครียด ความสามารถใน
การทำงานลดลง ความสามารถในการตัดสินใจลดลง บางรายที่นอนไม่หลับนานๆ เรื้อรัง จะมีอาการรุนแรง
ท้อแท้ หมดหวัง และคิดทำร้ายตัวเองได้

สาเหตุของการนอนไม่หลับ
พบได้ทั้งสาเหตุของโรคฝ่ายกาย และปัญหาทางสุขภาพจิต เพราะผู้สูงอายุทุกคนจะมีการเสื่อมของอวัยวะ
ทำให้มีโรคฝ่ายกาย อย่างน้อยหนึ่งโรค เช่น เป็นโรคกระดูกเสื่อม ทำให้ปวดตามตัว ปวดขา ท้องเฟ้อ
โรคความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคต่อมลูกหมากโต เป็นต้น
โรคเหล่านี้ ล้วนเป็นสาเหตุเสริมที่ทำให้นอนหลับยากขึ้นแต่ถ้ามีปัญหาทางสุขภาพจิต เช่น โรคเครียด
โรคซึมเศร้า โรคระแวง ก็ยิ่งทำให้อาการนอนไม่หลับรุนแรงมากขึ้น
ดังนั้น ผู้สูงอายุจึงควรเล่าอาการเจ็บป่วยให้แพทย์ทุกท่านฟังอย่างละเอียดเพื่อแพทย์จะได้ดูแล รักษา
และปรับยาให้มีขนาดเหมาะสมที่สุด

การใช้ยานอนหลับ
ยานอนหลับ ที่ใช้ในผู้สูงอายุ จะมีฤทธิ์อยู่ในร่างกายนานกว่าคนทั่วไป และมีฤทธิ์ข้างเคียงมากกว่าปกติ
เช่น อาจจะเมายา อาจจะกะระยะในการเดิน และการมองผิดไป ทำให้เดิน เซ และหกล้มได้ง่าย ดังนั้นจึง
จำเป็นต้องให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาการใช้ยาทุกครั้ง และไม่ควรใช้ยาเพราะได้รับคำแนะนำ จากเพื่อนฝูง
หรือผู้หวังดี เพราะจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี

วิธีช่วยให้หลับโดยไม่ต้องใช้ยานอนหลับ
- เข้านอนให้ตรงเวลาทุกวัน เพื่อให้เกิดสุขนิสัยที่ดีในการนอน
- จัดกิจกรรมในตอนกลางวัน ให้มีการออกกำลังกาย การทำงานอดิเรกและไม่ควรนอนตอนกลางวัน
- งดดื่มเครื่องดื่มที่กระตุ้น เช่น กาแฟ ชา และเครื่องดื่มชูกำลัง
- ก่อนนอน หนึ่งชั่วโมงครึ่ง ควรงดน้ำ เพื่อป้องกันการตื่นมาปัสสาวะในตอนดึก
- จัดสถานที่ห้องนอนให้สะอาด เงียบ และอากาศถ่ายเทได้ดี ไม่ควรทำงานในห้องนอน ไม่ควรเอาโทรทัศน์
และโทรศัพท์ไว้ในห้องนอน
- เมื่อหลับแล้ว ไม่ควรปลุก ถ้าไม่จำเป็นมาก
- ถ้ามีโรคทางกาย ควรกินยาให้สม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายปกติ ก็จะสามารถนอนหลับได้อย่างต่อเนื่อง
- การฝึกสมาธิและการปฏิบัติธรรม ที่เป็นทางเลือกอีกอย่าง ที่ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น

นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :6/10/2552 9:46:57
ตอบคุณ lovelove

เรื่องนอนไม่หลับของคุณนี่ น่าจะไม่ได้เกิดจากโรคนะครับ สังเกตได้จากวันที่เพื่อนคุณไม่อยู่นี่สามารถนอนหลับได้อย่างปกติ

ผมคิดว่าสาเหตุน่าจะเกิดมาจากการที่มีสิ่งกระตุ้นเยอะเกินไปเวลาที่อยู่กับเพื่อนนะครับ แล้วก็มันเลยเวลาที่ร่างกายคุณตั้งไว้ว่าเป็นเวลานอน (biological clock)
ซึ่งการปรับให้ร่างกายชินกับเวลาใหม่ต้องใช้เวลาพอสมควร

อย่างไรก็ตามสำหรับคุณลองหาผ้าปิดตา เครื่องเล่น mp3 มาเปิดเพลงของโมสารท์ดูครับ(ใส่หูฟังเลย) เคยเห็นมั้ยพวก mozart effect ที่โฆษณาอ่ะครับ มันจะกระตุ้นให้สมองเข้าสู่ alpha wave ได้ง่ายและหลับได้ดีครับ คิดว่าน่าจะได้ผลนะครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :6/10/2552 9:42:41
พี่หมอคร้าบๆ มีปัญหาอาจไม่เกี่ยวกับปิงปอง
แต่ผมไม่กล้าไปหาหมอ ไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไรกลัวถูกส่งไปจิตเวช
ผมมีอาการนอนไม่หลับ ความจิงเป็นมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ตอนไหนก้ไม่ทราบ มันมีปัญหาเอาตอนเราขึ้นปี1นี่แลหะครับ ปัญหามันเกิดเพราะเรานอนห้องนึง3คน รูมเมทมันก้นอนดึกด้วย แต่พอดึกๆมันก้หลับไปเอง
ผมจะยกเหตการณ์ให้ฟังนะครับ

ถ้าวันไหนรูมเมทผมมันไปเที่ยวสัก4-5ทุ่มผมก้จะปิดไฟนอน แล้วก้หลับได้โดยง่ายครับ
แต่ถ้ามีวันไหนที่นอนไม่หลับ หากเลยเที่ยงคืนไปแล้วเนี่ย กว่าจะหลับอีกทีก้ตี3-4 ตื่นมานี่สายไปเรียนแทบไม่ทัน
ยิ่งวันที่รูมเมทอยู่ห้องกว่าจะปิดไฟก้ตี1 ตอนนั้นล่ะครับ นอนไม่หลับยาวเลยจนถึงตี4 กว่าจะหลับไปเพราะเพลียมาก
แต่พอมาเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะกรณีไหน หากไม่ได้หลับก่อน5ทุ่มเที่ยงคืน มันจะนอนไม่หลับยาวเลย ช่วงนี้ถึง6โมงเช้าก้ยังไม่หลับเลยครับ ณ ตอนนี้ก้ยังไม่ได้นอน แงๆๆ ผมเป็นอะไรไปแล้ว

แต่ก่อนผมก้คิดนะครับว่าถ้าเราออกกำลังกายตอนเย็น น่าจะมีเอ็นโดฟินหลั่ง น่าจะกินอิ่มหลับง่ายขึ้น แต่ว่าก้ไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับ มันเข้าเงื่อนไขเดิม คือ ถ้ารูมเมทไม่อยู่ ผมก้ปิดไฟนอนด้วยความเพลีย แต่วันที่รูมเมทอยู่เปิดไฟถึงตี1ตี2 กว่าผมจะหลับอีกทีก้ปาไป6โมงเช้าแล้ว
ตอนนี้ผมก้ยังเชื่อว่าการออกกำลังอาจจะช่วยได้ ก้ออกมา1เดือนแล้ว ทุกวัน แต่ตอนนี้เริ่มท้อ แต่ไม่กล้าไปหาหมอครับ
นามปากกาผู้เขียน... :lovelove
Last Answer :4/10/2552 6:58:13
แต่ของผมเป็นกระดูกเลยนะครับแล้วก็ไม่มีของเหลวไหลออกมาด้วยครับ

แต่ก็ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมไปปรึกษาแพทย์เองครับ

ขอบคุณครับอย่างมากเลยครับ
นามปากกาผู้เขียน... :man1343
Last Answer :1/10/2552 10:30:20
ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยนะครับที่ตอบค่อนข้างช้า

สำหรับคุณ man นะครับ ก้อนที่บริเวณใต้ตาตุ่มผมคิดถึง 2 กรณีด้วยกัน

1. ก้อนที่เกิดในคนเป็นโรคเกาท์ หรือเรียกว่า Tophi ลักษณะจะเป็นได้ตั้งแต่ก้อนแข็งถึงนิ่ม สังเกตได้ว่าอาจมีของเหลวสีขาวคล้าย chalk ไหลออกมาจากก้อนได้ หากมีลักษณะเช่นนี้ แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจระดับยูริคในเลือด และทำการรักษาครับ

2. ผิวหนังหนาตัวขึ้นจากการเสียดสี หรือกระแทกเรื้อรัง เช่นในบางคนที่ชอบนั่งพับเพียบทำให้บริเวณผิวหนังมีอาการอักเสบเรื้อรังและมีการหนาตัวขึ้น
การรักษาในกรณีนี้ต้องดูว่ามีแผลร่วมด้วยหรือไม่ ถ้ามีให้หายาทาที่มียาฆ่าเชื้อผสมมาทา (ถ้าเป็นแผลเหวอะไม่แนะนำให้ทานะครับ) ลองสอบถามเภสัชดูครับ
ถ้าไม่มีแผลลองหาพวก lotion ต่างๆมาทาดูครับ พวกที่ใช้ในผิวหนังหนา เช่นครีมทาส้นเท้าอะไรทำนองนี้


อย่างไรก็ตามนั่นเป็นแค่ 2 กรณีที่ผมคิดถึง เนื่องจากไม่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณกับตาตัวเอง โรคอื่นๆที่น่ากลัวก็อาจจะเป็นพวกเนื้องอกผิวหนัง เนื้องอกไขมันได้ ยังไงแนะนำให้ลองไปพบแพทย์สักครั้งครับ เผื่อเป็นอะไรร้ายแรงจะได้รักษาได้ทันท่วงที

ขอบคุณครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :29/9/2552 20:00:06
เรียนคุณหมอที่เคารพครับ
พอดีผมมีอาการเจ็บที่ตุ่มบริเวณใต้ตาตุ่ม
ลักษณะคล้ายๆตาตุ่มแต่เล็กกว่า
ผมเป็นมาสัก 5-6 เดื่อนแล้วครับ

ไม่ทราบว่าเป็นอะไรและแก้ไขอย่างไรครับ

ขอบคุณครับ
นามปากกาผู้เขียน... :man1343
Last Answer :25/9/2552 16:27:37
ความสูงของคนเราขึ้นอยู่กับขึ้นอยู่กับปัจจัย 2 อย่างด้วยกันนะครับ

1. กรรมพันธุ์
2. สิ่งแวดล้อม

อย่างแรกต้องดูก่อนว่า พ่อกับแม่ของคุณสูงเท่าไหร่ครับ อันนี้ค่อนข้างสำคัญ อย่างไรก็ตามสิ่งแวดล้อมก็มีผลครับ อย่างการกินนมก็เป็นปัจจัยหนึ่ง

ที่อยากแนะนำคือให้นอนพักผ่อนให้เพียงพอครับและนอนเป็นเวลา เนื่องจากช่วงนอนร่างกายจะมีการหลั่ง Growth hormone ซึ่งทำให้เกิดการเจริญเติบโต เด็กบางคน เล่นเกมส์ นอนดึก มีผลกับเรื่องการเจริญเติบโตได้เหมือนกัน

ส่วนตอนนี้ที่อายุ 12 สูง 155 ยังพอไหวครับ ยังโตได้อีกเยอะผู้ชายโตได้ถึงอายุ 20 ในบางคนเลยครับ


นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :24/9/2552 21:36:39
ไม่ทราบว่าจะทำยังไงให้ตัวสูงๆๆครับกินนมก็แล้วอะไรก็แล้วยังสูง 155 อยู่เลยครับตอนนี้ผมอายุ 12 ครับ
เพื่อนเค้าสูง 160-165 กันครับ

สอบถามหน่อยครับ

ขอบคุณครับ
นามปากกาผู้เขียน... :man1343
Last Answer :24/9/2552 18:41:25
ผมอยากตีไห้เก่งบอกทีคับว่าควรทำอย่างไร

ควรขึ้นมาซ้อมกรุงเทพไหไม

แล้วถ้าควรควรซ้อมกับไครดี

ควรทำอย่างไรบ้าง

ช่วยบอกผมทีคับ
นามปากกาผู้เขียน... :topspinslowloop
Last Answer :8/9/2552 10:18:49
ถามผิดกระทู้แล้วนะครับ

นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :31/8/2552 10:51:20
ผมอยากฝึกเทคนิคการเล่นไม้จีนครับ
ผมเล่นมาได้สักพักแร้ว
อยากได้ทักษะเพิ่มอีก
ผมตีอยู่ที่มหิดลศาลายา
ว่างๆๆก้อแวะมาเล่นด้ายคับ

การตีไม้จีนให้เก่งควรทำยังไง
ช่วยตอบทีครับ
นามปากกาผู้เขียน... :namu
Last Answer :28/8/2552 22:07:40
ตอบคุณ lovelove ครับ

จากที่อ่านๆดูคิดว่าอายุยังไม่น่าเยอะหรือเปล่าครับ น่าจะประมาณ 20 ปี

อาการที่เป็นน่าจะเป็นจากกล้ามเนื้อมากกว่านะครับ แต่มันเป็นเรื้อรังแล้วหล่ะ การรักษาต้องทำอย่างต่อเนื่อง และแนะนำให้ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง และหากจะออกกำลังกายอย่างอื่นให้ยืดเส้นก่อนทำการออกกำลังกาย สำหรับการรักษานั้นแค่ยาสำหรับคุณคงยังไม่พอเนื่องจากเป็นต่อเนื่องยาวนาน ผมแนะนำให้ลองหาอ่านเรื่อง myofascial pain ดูตาม google จะช่วยได้เยอะมากๆๆ

สำหรับเรื่องที่สงสัยว่าเป็นเกี่ยวกับเส้นประสาทหรือไม่ โดยส่วนมากอาการกระดูกสันหลังที่มีผลต่อเส้นประสาทที่เจอได้บ่อยๆจะมีอยู่ 2 แบบ

- อย่างแรกคือกระดูกสันหลังเลื่อนทับเส้นประสาท (disc herniation) มักเกิดในคนที่ยกของหนักบ่อยๆแล้ว ยกด้วยท่าทางที่ผิดวิธีทำให้กระดูกเคลื่อนแล้วมากดทับเส้นประสาท หากสงสัยว่าเป็นโรคนี้ ลองยืนตัวตรงขา 2 ข้างชิดกัน แล้วเอามือแตะปลายเท้าดู โดยที่เข่าตึง หากทำได้ปกติ แสดงว่าไม่ใช่โรคนี้แน่ๆ หากทำแล้วมีเหมือนไฟช็อตวิ่งแปล๊บลงปลายเท้า อันนี้ใช่แล้วแหล่ะครับ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียดครับ

- อย่างที่ 2 คือกระดูกสันหลังเสื่อมแล้วตีบ (spinal stenosis) อาการนี้มักเกิดในคนสูงอายุ 40+ อาการจะมีอาการปวดหลังเรื้อรัง และเวลาเดินไกลๆจะมีอาการปวดน่องมากจนต้องหยุดเดิน (claudication) คือเดินได้ไกลน้อยกว่าเดิมเยอะอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทำการแอ่นหลังมากๆอาการจะบรรเทาขึ้น ยังไงก็ตามผมว่าคุณไม่ใช่โรคนี้หรอกครับ

โดยรวมๆผมว่าน่าจะเป็นกล้ามเนื้อนะครับ แนะนำออกกำลังกายเพิ่มครับ แต่ถ้ามีอาการเหมือนกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท ดังที่กล่าวไว้ ปรึกษาแพทย์ด่วนเลยครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :7/6/2552 20:04:24
ขอโทษมากๆเลยนะครับที่ตอบล่าช้า พอดีผมมีธุระกลับบ้านต่างจังหวัด ไม่ได้เล่น internet เลย

ตอบคุณ เติร์ดนะครับ

อาการปวดหลังเป็นได้จากหลายสาเหตุมาก คงตอบได้ยากนะครับ ยังไงขอรายละเอียดเพิ่มเติมมากกว่านี้หน่อยได้มั้ยครับ

ขอตอบไปก่อนละกัน อาการปวดหลังโดยส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบ เนื่องจากการใช้งาน ก้มเงยมากเกินไป หรือ นั่งติดต่อกันเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อจะเกิดอาการเกร็งแล้วก่อให้เกิดอาการปวดได้ แต่ที่น่ากลัวก็คืออาการที่เกี่ยวข้องกับเส้นประสาท อย่างกระดูกสันหลังทับเส้น หรือกระดูกสันหลังเสื่อม ซึ่ง อาการจะแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตาม การรักษาขั้นต้น คือการพักผ่อนร่างกาย ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง การกินยาเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยลดอาการบาดเจ็บได้ อย่างไรก็ตามผลข้างเคียงก็มีค่อนข้างเยอะ ศึกษาได้จากข้างบนเลยครับ ผมตอบไว้หลายคนแล้ว

หากมีข้อมูลเพิ่มเติมช่วยลงไว้ด้วยครับจะได้ตอบได้ละเอียดขึ้น หรือติดต่อ 081-9570663 ได้เลยครับ

นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :7/6/2552 19:55:13
ผมมีอาการเจ็บหลังจิ๊ดๆ แถวๆตรงกลางหลังนะครับ จิ๊ดๆแสบๆไม่ใช่ตรงกลางสันหลังนะครับ แต่เป็นขอบๆของสันหลัง แล้วมันก้จะรู้สึกชาแล้วก้ล้าไปทั้งหลัง จนหลังแอ่นเลยครับ
มักจะเป็นตอนที่นั่้งเก้าอี้ไม่มีที่พิง บางทีมีที่พิงก้เป็น แต่ไม่เร็วเท่า ตอนที่เป็นผมมักจะยืดตัวเอว มักจะช่วยได้ โดยเฉพาะเก้าอี้ lt นี่ จะฟุปลงเพื่อยืดหลัง บรรเทาอาการเจ็บได้บ้าง นั่งสมาธินี่ไม่ได้เลย 5นาทีก้เป็นแล้ว แต่ถ้านั่งคุกเข่าก้พอช่วยได้ แต่เจ็บเท่้า -*-
ไม่ได้เป็นมาตั้งแต่เกิดครับ เพิ่งมาเป้นตอนม.ต้น
ไปให้หมอตรวจ สงสัยเป็น extern เขาให่้ก้มๆเงยๆ โยกๆ ก้ไม่พบอาการที่ผิดปกติเพิ่มเติม -*- เริ่มหน้าเสีย
ตอน ม ปลายมีอการเจ็บเอวมาก ตรงกลางรอยต่อระหว่างสันหลังกับสะโพกเลย ทำกายภาพบำบัดด้วยไฟฟ้าเลยหาย(ทำเป็นปี แพงมาก) แต่กลางหลังรักษายังไงก้ไม่หาย
สรุปคือผมเป็นอะไรกันแน่ครับ เกี่ยวกับ nerve หรือ กล้ามเนื้อ
นามปากกาผู้เขียน... :lovelove
Last Answer :5/6/2552 18:02:29
ขอถามคุณหมอหน่อยนะคับ

ผมมีอาการปวดหลังมา ประมาณ

2 อาทิตย์แล้วอะฮะ

ต้องทำไงบ้างเหรอคับ
นามปากกาผู้เขียน... :เติร์ด
Last Answer :3/6/2552 18:42:59
ขอบคุณคับคุณหมอ
สงสัยผมต้องพักบ้างอย่างที่คุณหมอแนะนำแล้วหละ
ขอบคุณคับ
นามปากกาผู้เขียน... :ต้อง
Last Answer :15/5/2552 23:54:40
ตอบคุณต้องนะครับ

หากต้องการให้หายขาด ต้องมีการพักผ่อนที่เพียงพอครับ ที่พักผ่อนนี่หมายถึงกล้ามเนื้อเส้นเอ็นได้พักผ่อนนะครับ แต่สำหรับคุณต้อง คิดว่าน่าจะมีการใช้เส้นเอ็นกล้ามเนื้อหล่านี้อย่างต่อเนื่อง จึงไม่ได้รับการพักผ่อน ซ่อมแซมส่วนที่บาดเจ็บได้จนหายขาด

อย่างไรก็ตามมีวิธีการรักษาด้วยการฉีดยาเข้าบริเวณ rotator cuff เพื่อลดการอักเสบ อาการจะหายขาดได้สักพัก (ประมาณ 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับการใช้งาน) ซึ่งการฉีดยานี้ต้องทำโดยแพทย์กระดูก แต่การฉีดอย่างนี้ก็มีผลเสีย คือถ้าฉีดหลายๆครั้ง เส้นเอ็นจะเปื่อยแล้วขาดได้ (ทั่วไปแนะนำทั้งชีวิตไม่ควรฉีดเกิน 3 ครั้ง)

โดยรวมๆผมก็ไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ถ้าไม่ได้ปวดมากจริงๆ ที่ควรทำก็พักผ่อนให้เพียงพอ ยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายครับ หากไม่ไหวจริงๆค่อยเลือกทางที่ผมบอกนะครับ

นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :15/5/2552 21:15:23
คุณหมอคับผมขอรบกวนหน่อยคับคือผมเคยถามเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บที่ Rotator Cuff (กลุ่มกล้ามเนื้อเส้นเอ็นรอบหัวไหล่)มาแล้วซึ่งตอนนี้อาการก็ดีขึ้นมาก หลังจากเปลี่ยนท่าตี จนฟอร์มดีขึ้นมาก แต่คือผมอยากให้อาการหายไปเลยหนะคับ มีวิธีไหนที่จะรักษาให้หายขาด โดยไม่ต้องหยุดเล่นบ้างคับคูณหมอ เพราะบางครั้งพอผมตีๆอาการก็กลับมา ขอบคุณล่วงหน้าคับ
นามปากกาผู้เขียน... :ต้อง
Last Answer :14/5/2552 14:03:52
ตอบคุณ SirenLove นะครับ

1. การรักษาให้หายขาดมีแน่นอนครับ แต่ต้องหาสาเหตุที่ชัดเจนให้ได้ก่อน อันนี้บอกยากครับ เพราะไม่ได้ไปตรวจร่างกายคุณด้วยตนเอง ผมแนะนำปรึกษาหมอกระดูกแหล่ะครับ ปรึกษาว่าเราเป็นเรื้อรัง ต้องการหายขาด หากเป็นมากจริงๆ การผ่าตัดก็เป็นทางเลือก หนึ่งซึ่งจริงๆก็พักฟื้นไม่นาน แต่ยังไงต้องดูสาเหตุก่อน

2. การบำบัดแบบนี้เป็นแต่การบรรเทาอาการไม่ได้เป็นการรักษาครับ จะทำให้อาการดีขึ้น แต่ไม่ทำให้หายขาดครับ
3. หากการทำงานของข้อมือยังปกติดี เหมือนไม่ได้เป็น แต่มีอาการปวด คิดว่าน่าจะเป็นจากการอักเสบเรื้อรังที่สุด ซี่งการรักษาไม่ใช่หายง่ายๆ อย่างแรกคือพักการใช้งาน กินยาลดการอักเสบ หากไม่ได้ผล ไม่ดีขึ้นจริงๆ ก็มีการฉีดพวกสาร steroid เข้าบริเวณที่อักเสบเรื้อรัง ซึ่งอาการจะดีขึ้นจนน่าตกใจ แต่ไม่ทำให้หายขาด พอกลับมาใช้งานหนักก็จะเป็นอีก
อีกวิธีก็ดังที่กล่าวไว้ในข้อ 1 คือการผ่าตัด ใช้ในกรณีที่เป็นมากจริงๆ ยังไงก็ตามผมแนะนำให้ปรึกษาหมอกระดูกนะครับถ้าหากหายขาด


ขอบคุณครับ (อาจตอบไม่ได้ทุกประเด็นนะครับ ยังไงอยากให้พบคุณหมอครับ ^ ^)
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :28/4/2552 22:30:50
สวัสดีครับ

พอดีผมมีปัญหาเกี่ยวกับข้อมือเวลาเล่นอ่ะครับ

คือเมื่อ 4 ปีที่แล้วผมมีอาการเจ็บข้างในข้อมือจากการวิดพื้นผิดวิธีครับ เวลาซ้อมลูกเทคนิคที่ใช้ข้อมือมากๆมักจะรุ้สึกปวด แต่ช่วงแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรจนอาการมันหนักขึ้นมาก ก้ประมาน 2 - 3เดือนได้อ่ะครับ จึงไปหาหมอที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ทางโรงบาลก้ให้หยุดซ้อม 2 เดือน ใส่เฝือกอ่อน และกินยาอ่ะครับ

พอรักษาช่วงนั้นแล้วก้ยังหายไม่ค่อยสนิท เป็นมาเรื่อยๆอ่ะครับ เวลาซ้อมหนักๆทีไร

จนถึงตอนนี้ก้ยังปวดอยู่ครับ ไม่มีอาการบวมหรือแดงอะไรนะครับ แต่มันปวดจริงๆ

แต่ผมก็ไม่สามารถหยุดซ้อมได้ เพราะปีนี้ผม อายุ 18 แล้ว ต้องการซ้อมให้เต็มที่มากที่สุดครับ เลยให้ความสำคัญกับการวอร์มอัพข้อมือมากครับ

ผมอยากทราบว่า

1. มีวิธีไหนที่สามารถรักษาให้หายขาดไหมครับ
2. มีคนแนะนำให้ทำการบำบัดแบบจุ่มน้ำร้อน-น้ำเย็น สลับไปมา เป็นวิธีที่ได้ผลไหมครับ
3. พอจะสันนิษฐานได้ไหมครับว่า ตกลงเป็นแค่การอักเสบ หรือ การฉีกขาด แล้วเรื้อรังใช่หรือไม่

ขอคำแนะนำอย่างละเอียดเลยนะครับ

ขอขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
นามปากกาผู้เขียน... :SirenLove
Last Answer :27/4/2552 23:43:02
ตอบคุณ Hangman

เป็นมานานหรือยังครับ จากอาการที่บอกมาคิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มอาการกล้ามเนื้อพังพืดรอบหัวไหล่อักเสบ

1. ถ้าพึ่งเป็นไม่นาน ลองยืดกล้ามเนื้อก่อนเล่นทุกครั้งครับ จะช่วยลดการบาดเจ็บลงได้ ถ้าหากปวดมากให้หยุดพักเล่นไปก่อน 3-4 วันให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่บาดเจ็บก่อน

2. ถ้าทำตามข้อ 1 แล้วไม่ดีขึ้น ลองหายามานวดหรือมาทานดู(อ่านข้อมูลจากบนๆเลยจ้า)

3. ถ้าเป็นมานานมากแล้ว เคยรักษามาหลายอย่างแล้วยังไม่หาย แนะนำไปพบแพทย์ครับ เพื่อทำการรักษาอย่างอื่นเช่น กายภาพบำบัด หรือการฉีดยาเข้าจุดที่ปวด
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :27/4/2552 13:31:45
เจ็บหัวไหล่เวลาท็อปสปินติด่อกันนานๆ

ควรทำไงให้หายคับ



ตอนนี้ยังเจ็บอยู่เลย
นามปากกาผู้เขียน... :HANGMAN
Last Answer :27/4/2552 11:50:27
สำหรับอีกคำถามนะครับ

หลังบล๊อคแล้วมีอาการช็อตที่นิ้วโป้ง คิดว่าน่าจะเป็นการไปกดทับเส้นประสาทที่บริเวณข้อนิ้ว

การแก้ไข ลองเปลี่ยนท่าถือไม้ดูครับ ถ้าไม่ดีขึ้นต้องลองหาพวกยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAID มาทานดูครับ สำหรับวิธีการเลือกซื้อ หรือผลข้างเคียงหาได้จากข้างบนๆเลยครับ กด Ctrl + F แล้วใส่ คำว่า NSAID ได้เลยครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :24/4/2552 0:57:47
ตอบคุณ ZiewAeYee นะครับ
สำหรับเรื่องเท้าเหม็นแล้วเนี่ยไม่ต้องกินยาหรอกครับ กรณีที่ต้องกินยาหรือซื้อยามาทา ก็คือ เล็บมีการติดเชื้อ มีแผลที่เท้า หรือเป็นพวก ฮ่องกงฟุต แต่โดยทั่วไปแล้วเท้าเหม็นไม่ได้เกิดจากโรค ผมเอาบทความวิธีแก้มาให้อ่านละกัน

“เท้าเหม็น” เป็นเรื่องที่น่าหนักใจของหลายคน โดยเฉพาะวัยหนุ่มสาว คนวัยทำงาน ที่ต้องสวมรองเท้ามิดชิด แม้บางครั้งใส่รองเท้าเปิดแล้วก็ยังเหม็น ยิ่งในช่วงบ่าย ๆ กลิ่นจะโชยมาเป็นระยะให้ได้อับอายกัน

อันที่จริงเท้าของเราไม่ได้เหม็นเพราะอากาศร้อนแล้วมีเหงื่อมากกว่าคนอื่น แต่เป็นเพราะในขณะที่เท้ากำลังอบอุ่นแบคทีเรียได้เพิ่มจำนวนขึ้นและหมักเหงื่อของเราเป็นอาหาร ทำให้มีกลิ่นเหม็นคล้ายอาหารบูดเน่า แบคทีเรียนี้มีอยู่ตามธรรมชาติ ไม่มีอันตราย

บางคนอาบน้ำฟอกสบู่หลายครั้งก็แล้ว แต่กลิ่นยังวนเวียนไม่ยอมหมด เพราะมีแบคทีเรียอาศัยอยู่ในรูขุมขนมากจนเกิดความระคายเคือง กระตุ้นให้หลั่งเหงื่อไคลออกมามากขึ้น หากปล่อยไว้นาน แม้เหงื่อออกเพียงเล็กน้อย เท้าก็เหม็นได้
วิธีแก้ปัญหาเท้าเหม็นที่ง่าย ๆ และได้ผลคือ ให้ใช้ก้อนสารส้มจุ่มน้ำเล็กน้อย หรือใช้โรลออนดับกลิ่นรักแร้ทาให้ทั่วทั้งฝ่าเท้า ง่ามนิ้วเท้า และหลังเท้าเป็นประจำทุกวัน ทั้งช่วงเช้าและก่อนนอน สารส้มหรือโรลออนมีคุณสมบัติเป็นสารสมานที่เรียกว่าแอสตริเจนท์ ทำให้รูขุมขนแคบลง ต่อมเหงื่อไม่ถูกกระตุ้นง่าย และทำลายแบคทีเรียไม่ให้มาอาศัยอยู่มากมายจนส่งกลิ่นโชย
เพียงแค่นี้ก็ขจัดปัญหา “เท้าเหม็น” ที่รบกวนใจได้แล้ว

ลองทำดูนะครับคิดว่าคงช่วยได้ แต่ถ้าเป็นจากโรค ก็อาจต้องกินยา แต่แนะนำให้ไปเจอหมอดูครับ เพราะการรักษาแต่ละโรคก็กินยาต่างกัน ทายาต่างกัน


นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :23/4/2552 17:44:46
เออ หมอ ครับ
เวลาผมบล็อกลูกปิงปอง แล้วนิ้วโป้งเกิดอาการช้อด
มันเปิดจากอะไรครับ ลุกปิงปองมันมีกระแสไฟฟ้ารึป่าวครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ZiewAeYee
Last Answer :22/4/2552 21:54:53
นามปากกาผู้เขียน... :ZiewAeYee
Last Answer :22/4/2552 21:53:51
หมอครับ
ผมเล่นปิงปองบ่อยมากครับ
เท้ามันเหม็นมากเลยครับ

ต้องกินยาอะไรหรอครับ
ให้เท้าหายเหม็นครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ZiewAeYee
Last Answer :22/4/2552 21:53:37
ตอบคุณ crimekids นะครับ ขอโทษที่ตอบช้าไปหน่อย

ไม่ทราบว่าคุณเคยโดนกระแทกหรือเกิดอุบัติเหตุอะไรแถวข้อมือหรือนิ้วโป้งหรือเปล่าครับ ถ้าเคยสิ่งเหล่านี้ก็มีผลให้เกิดการกระตุกของนิ้วได้ เนื่องจากหลังการบาดเจ็บอาจมีการซ่อมแซมกล้ามเนื้อเส้นเอ็นที่ไม่ปกติ ทำให้เกิดอาการแบบคุณได้

แต่ถ้าไม่เคยก็มีได้ในบางคน ดังในรูปที่ผมให้ไว้ เส้นเอ็นของนิ้วโป้งนั้นจะต้องผ่านผังพืดบริเวณข้อมือ ในบางคนที่มีเส้นเอ็นตรงนี้สั้น เมื่อเกิดการสะบัดข้อมือหรือหักข้อมือเยอะๆอาจทำให้เกิดการกระตุกของนิ้วโป้งได้ครับ

หวังว่าคงตอบตรงจุดนะครับ ขอบคุณครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :13/4/2552 0:03:08
คุณหมอครับ
เวลาผมจับไม้เสิฟอ่ะครับเวลาจะเสิฟลูกที่ใช้ข้อมือเยอะๆมันจะรู้สึกว่านิ้วโป้งมันกระตุกอ่ะครับไม่ทราบว่า
มันเป็นอะไร
ขอบคุณครับ
นามปากกาผู้เขียน... :crimekids
Last Answer :10/4/2552 10:50:38
ขอบคุณครับคุณหมอ

ตอนนี้อาการเจ็บกล้ามเนื้อหายดีแล้วครับ
แต่ยังไม่ได้เล่นปิงปองเลย ไม่รู้ว่าถ้าเล่นแล้วจะเจ็บแบบเดิมหรือป่าว (ขออย่าให้เจ็บเลย )

ถ้ามีคำถามอีกจะมาถามใหม่ครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ninja_son
Last Answer :3/4/2552 11:44:47
ตอบคุณ ninja_son นะครับ

โรคที่คุณเป็นคือ โรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่ว (mitral valve regurgitation) ซึ่งปกติลิ้นหัวใจอันนี้จะกั้นอยู่ระหว่างหัวใจห้องซ้ายบนกับหัวใจห้องซ้ายล่าง หากมีการรั่วของลิ้นหัวใจอันนี้ จะทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงตามร่างกายของคุณมีน้อยลง เนื่องจากมีส่วนนึงที่ไหลย้อนกลับไปสู่หัวใจห้องซ้ายบน ทำให้คนที่เป็นโรคนี้มักมีอาการเหนื่อยง่ายกว่าคนทั่วไป เนื่องจากร่างกายไม่สามารถได้รับ ออกซิเจนเพียงพอ (เลือดเรามีหน้าที่นำ ออกซิเจนไปเลี้ยงตามร่างกาย)

ขอตอบตามที่ถามเป็นข้อๆนะครับ

1. สามารถเล่นกีฬาได้ครับ แต่ไม่ควรหักโหม เนื่องจากหัวใจคุณต้องปรับตัวเพื่อส่งเลือดที่มี ออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายให้ได้เท่าๆเดิม โดยอาจต้องเพิ่มขนาด หรือเพิ่มอัตราการเต้น (เพราะมีส่วนนึงที่รั่วกลับไป) หากมีการใช้งานมากกว่าปกติทั่วไป หัวใจจะปรับตัวทำให้เกิดอาการหัวใจโตตามมา
ส่วนถ้าเล่นแล้วจะมีอาการเหมือนเดิมกลับมามั้ย อันนี้บอกยากเหมือนกัน แล้วแต่คน ต้องหาสาเหตุที่คุณหัวใจรั่วก่อน แล้วต้องดูด้วยว่ามีลิ้นอื่น หรือโรคอื่นแทรกซ้อนหรือไม่ หากมีอาการเจ็บหน้าอกขึ้นมายังไงให้คิดถึงโรคหัวใจไว้ก่อน แม้ว่าคุณจะอายุน้อยก็ตาม อย่างที่หมอเค้าได้ตรวจคลื่นหัวใจ หากปกติก็มักจะเป็นพวกกล้ามเนื้ออักเสบ

2. เหมือนตอบไปในข้อ 1 แล้ว ^ ^

3. ยารักษาลิ้นหัวใจรั่วเท่าที่รู้ยังไม่มีนะครับ มีแค่ยาที่ช่วยลดอาการ แต่หากต้องการรักษาต้องผ่าตัดครับ

4. ผ่าตัดแล้วสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติครับ แต่อาจต้องใช้เวลาพักฟื้นนานหน่อย และอาจต้องกินยาละลายลิ่มเลือดไปตลอดชีวิต

หากยังสงสัยถามเพิ่มเติมได้ครับ ผมก็ไม่รู้ตอบตรงคำถามหรือไม่

ปล ขอโทษที่ตอบช้าครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :26/3/2552 20:30:19
ตอบคุณ panumas นะครับ
ปกติแล้วอาการพองที่เกิดขึ้นตามผิวหนังมักจะเกิดจากการเสียดสี หรือเกิดจากการโดนความร้อนนะครับ กรณีอื่นๆที่เจอได้น้อยไม่ขอพูดถึงนะ

สำหรับคุณ panumas นะครับผมแบ่งเป็น 2 กรณี
1. ถ้าอาการยังเป็นอยู่ ให้พักการออกกำลังกายก่อนครับ ถ้าอาจารย์วิชาพละยังให้โหนอยู่ ก็เอาพวกผ้าพันแผลมาพันไว้ลดการเสียดสี แต่ทางทีดีถ้าเลี่ยงได้ควรเลี่ยงนะครับ ถ้าอาการเป็นมากแนะนำลองปรึกษาแพทย์ หรือถ้าจะซื้อยากินเอง ทาเอง ก็ลองดูข้อมูลเรื่อง NSAID จากข้อความบนๆนะครับ

ปล. ถ้ามีหนอง หรือมีการอักเสบบวมแดงมากแนะนำให้ไปพบแพทย์ครับ เพราะอาจมีการอักเสบติดเชื้อร่วมด้วย ไม่ควรซื้อยากินเองครับ

2. ถ้าอาการหายแล้วแต่กลัวกลับเป็นซ้ำหาพวกที่พันตามนิ้วมือลดการเสียดสีมาใช้ครับ จะช่วยลดการเกิดอาการพองได้ครับ

หวังว่าจะตอบได้ตรงคำถามนะครับ - -''
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :26/3/2552 20:16:45
คุณหมอครับ

ผมอายุ 24 ปี ผมเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วระดับปานกลางแล้ว(ลิ้นไมตรัล) รู้ว่าเปนเกือบๆ 2 ปีแล้ว ตรวจเจอครั้งแรกที่เกษมราษฎร์ หมอที่เกษมราษฏร์(หมอโรคหัวใจโดยตรง)แนะนำให้ผ่าตัด แต่ผมกลัวก้อเลยไปตรวจที่ศิริราชอีกรอบนึง หมอที่ศิริราช(หมอโรคหัวใจโดยตรง)แนะนำว่ายังไม่ต้องผ่า เพราะตัวผมเองยังแข็งแรงดี ให้ไปตรวจอาการทุก 6 เดือน

แล้วเมื่อเร็วๆ นี้ ผมไปเล่นปิงปองอีก (หลังจากไม่ได้เล่นมานาน) เล่นอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ ก้อไม่รู้สึกเจ็บอะไร

แต่เมื่อวันศุกร์ที่แล้วรู้สึกเจ็บบริเวณหัวใจ แบบว่าเจ็บแปลบๆ จุกๆ หายใจลึกๆก้อเจ็บ ไอ,หัวเราะ,จาม ก้อเจ็บ ขนาดตอนนอนก้อเจ็บ นอนหงายไม่ได้ต้องนอนตะแคง ทีแรกคิดว่านอนพักก้อจะหาย แต่พอมาวันอาทิตย์ก้อยังไม่ดีขึ้น

วันจันทร์ก้อเลยไปหาหมอที่เกษมราษฏร์(หมอตรวจโรคทั่วไป) หมอให้ตรวจคลื่นหัวใจ ปรากฎว่าเป็นปกติ แล้วก้อเล่าอาการให้หมอฟัง หมอก้อวินิจฉัยว่า กล้ามเนื้ออักเสบ แล้วก้อให้ยาคลายกล้ามเนื้อและแก้อักเสบมากิน

วันพุธ อาการก้อดีขึ้นมากแล้ว ผมจึงอยากถามว่า

1. ถ้าผมจะเล่นปิงปองอีกจะมีอาการแบบเดิมอีกมั๊ย

2. หัวใจจะทำงานหนักไปหรือเปล่า

3. มียาอะไรบ้างที่กินแล้วทำให้ลิ้นหัวใจดีขึ้น(ไปหาหมอที่ศิริราชไม่มียาอะไรเลย)

4. แล้วถ้าต้องผ่าตัดลิ้นหัวใจจะสามารถกลับมาเล่นปิงปองได้หรือป่าวคับ

ขอบคุณคับ
นามปากกาผู้เขียน... :ninja_son
Last Answer :25/3/2552 22:34:49
ที่ผมบอกว่านิ้วเจ็บคือนิ้วก้อยมันพองครับ จะทำอย่างไรดี
นามปากกาผู้เขียน... :panumas
Last Answer :25/3/2552 19:29:54
อาการ ขี้เกียดมากๆๆ เนี้ยครับ
ทำไงถึงหายอ่ะ ครับ
ช่วงนี้ขี้เกียดมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นามปากกาผู้เขียน... :oata
Last Answer :15/3/2552 11:15:56
ขอบคุณครับ เพิ่งกลับจากตีปิงปองอ่านแล้วน่ากลัวเหมือนกัน แต่ผมไม่มีโรคประจำตัว มีก็แต่พวกบาดเจ็บเพราะเล่นปิงปองนี่แหละครับสงสัยวอร์มน้อยไปหน่อย ขอให้คุณหมอสุขภาพแข็งแรงนะครับ
นามปากกาผู้เขียน... :s.phrae
Last Answer :13/3/2552 19:51:59
ตอบคุณ s.phrae ครับ

อาการของคุณนะครับ อยากจะบอกว่ามันน่าจะเกี่ยวกับสังขารจริงๆแหล่ะครับ ^ ^ แต่ 50 กว่าแล้วออกกำลังยังงี้น่าจะยังแข็งแรงดีนะครับ

ผมคิดถึง 2 โรคนะครับ

1. กลุ่มอาการกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่อักเสบ (rotatorcuff tendinitis) เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณรอบหัวไหล่อักเสบ โดยทั่วไปถ้าเป็นไม่มาก แค่พักการใช้งานกล้ามเนื้อบริเวณนั้น 3-4 วันก็น่าจะทุเลาแล้ว แต่ถ้าเป็นเรื้อรังก็รักษายากหน่อย แนะนำให้
- วอร์มร่างกายก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง เน้นการยืดเส้นบริเวณหัวไหล่ให้มากเข้าไว้
- ลองหายานวดมาทาดูครับ
- ยากินผมไม่ค่อยแนะนำให้ซื้อกินเองเท่าไหร่ เพราะคนอายุประมาณคุณจะมีโรคประจำตัวหลายอย่างซึ่งยาพวกนี้ผลข้างเคียงมันเยอะ หากคิดซื้อยาให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชก่อนดีกว่า

2. โรคนี้ร้ายแรงกว่า เป็นโรคกระดูกสันหลังบริเวณคอเสื่อมแล้วมากดทับเส้นประสาท
อาการจะเป็นปวดบริเวณคอและไหล่ เวลาเอี้ยวคอซ้ายขวาจะปวดแปล๊บร้าวไปปลายมือข้างใดข้างนึง

หากคุณเป็นโรคนี้ ยังไงก็ต้องหาหมอกระดูกครับ เนื่องจากการรักษามีที่ทำๆกัน 2 อย่าง คือ
- กายภาพบำบัด จะใช้เป็นการดึงคอเพื่อให้กระดูกห่างกัน เส้นประสาทจะไม่ถูกดทับ
- การผ่าตัด

คิดว่าคงได้ประโยชน์นะครับ ^ ^
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :13/3/2552 13:25:15
ตอบคุณ panumas

โหนแป้นบาสนี่ยังไงครับ ? ดึงข้ออ่ะเหรอ ถ้าใช่มันไม่น่าเกี่ยวกับการปวดนิ้วก้อยนะ ไม่ทราบว่าเคยไปกระแทอะไรมาก่อนหรือเปล่า ถ้าถึงขนาดข้อบวมนี่น่าจะมีการอักเสบของข้อต่อนิ้ว

ขอประวัติเพิ่มหน่อยครับ
1. โดนกระแทกอะไรหรือเปล่า
2. เวลาพองปวดแล้วสามารถกำมือได้สุดหรือไม่
3. รักษายังไงมาบ้างแล้ว

ขอบคุณครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :13/3/2552 13:17:28
คุณหมอครับ ผมปวดไหล่ซ้าย ตอนที่เกิดคงเป็นที่เอื้อมไปหยิบลูกใต้โต๊ะ อาการคือปวดร้าว แล้วก็หายครับ เวลาถอดเสื้อยืดยกแขนลำบาก มีวิธีปฏิบัติยังไงโดยไม่ต้องไปหาหมอกระดูกครับ อ้อลืมบอกครับผมอายุห้าสิบกว่าแล้ว อย่าบอกว่าเป็นเพราะสังขารนะครับ ยืนตีเบสิคให้เด็กครั้งละประมาณ 2 ช.ม.ครับ ขอบคุณครับ
นามปากกาผู้เขียน... :s.phrae
Last Answer :13/3/2552 11:10:16
ตอนคาบวิชาพละอ.จะชอบให้โหนแป้นบาสจะทำให้มือผมเจ็บ เวลาตีปิงปองบริเวรโคนนิวก้อยผมจะมักพองเเละเจ็บจนมันลำคาญเเละตีได้ไม่ดีเลย

จะแก้อย่างไรดีครับ ขอบคุนครับ
นามปากกาผู้เขียน... :panumas
Last Answer :12/3/2552 20:13:53
เอ่อ...
โดยปกติแล้วถ้าโดนกระแทกที่หัวบ่อยๆ ต้องระวังว่ามีเลือดออกในสมองหรือไม่ โดยทั่วไปถ้าไม่สลบโอกาสที่มีเลือดออกในสมองก็น้อย แต่ถ้ามีประวัติสลบ ต้องนอนดูอาการที่ รพอย่างน้อย 1 วัน หากอาการแย่ลง มีซึม มีอาเจียนพุ่งต้องพิจารณา x-ray computer เพื่อตรวจดูว่ามีเลือดออกในสมองหรือไม่ ซึ่งถ้ามีก็ต้องทำการผ่าตัดเอาเลือดออกครับ

สำหรับระยะเวลาการเสียชีวิตก็ขึ้นกับว่ามีเลือดออกมากน้อยแค่ไหนนะครับ อันนี้ฟังธงไม่ได้

ปล. บ้าไปกับเค้าด้วยเรา - -''
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :11/3/2552 15:32:14
คุณหมอ
ถ้าลูกปิงปองโดนตบหัวบ่อยๆ แล้วหัวมันแต่กโดยที่เราไม่รู้ตัว อาการมันจะออกมาลักษณะยังไงครับ มันจะเสียชีวิตอีกประมาณกี่วันครับ แล้วเราจะช่วยชีวิตมันได้อย่างไรครับใน
เมื่อมีคน 2คน 2 ฝั่ง มัวแต่ตบมันไปๆมาๆ

ลูกปิงปอง : ช่วยผมด้วยคร้าบบบบบบ (ToT)
นามปากกาผู้เขียน... :LiuJinLong
Last Answer :11/3/2552 1:45:18
ตอบคุณ mr.smiley

ไม่ทราบว่าเคยประสบอุบัติเหตุหรือโดนกระแทกแรงๆบริเวณเข่าหรือเปล่าครับ

แบ่งเป็น 2 กรณีนะครับ
1. ถ้าเคยประสบอุบัติเหตุ อาจทำให้เส้นเอ็นรอบหัวเข่าฉีกขาดได้ เวลาเดินหรือวิ่งจะรู้สึกไม่ค่อยมั่นคง เหมือนเข่าหลวมๆ การรักษา หากต้องการหายขาด ให้เข่ากลับมาใช้งานได้เหมือนปกติ ต้องใช้การผ่าตัด

2. ถ้าไม่เคยประสบอุบัติเหตุ คิดว่าเป็นแค่การบาดเจ็บเรื้อรังของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นบริเวณหัวเข่าเท่านั้น การรักษามีตั้งแต่ การพักผ่อนร่างกายให้เพียงพอ กินยาคลายกล้ามเนื้อ ใช้กายภาพบำบัด และก่อนออกกำลังกายทุกครั้งอย่าลืมวอร์มร่างกายก่อน (รายละเอียดการกินยา หาอ่านเอาบนๆนะครับ ^ ^ กด Ctrl +f และใส่ว่า NSAID)
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :7/3/2552 20:59:48
รบกวนคุณหมออีกครั้งครับ
คือเวลาผมวิ่งรึเดินในบ้างครั้งรู้สึกว่าเหมือนเข่าเดาะอะครับอยากทราบว่าเกิดเพราะอะไรแล้วจะรักษาอย่างไร
ขอบคุณคุณหมออีกครั้งครับ
นามปากกาผู้เขียน... :mr.smiley
Last Answer :6/3/2552 17:23:03
ข้อมูลผมนะครับ

1. จบคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ เกียรตินิยมอันดับ 2
2. ตอนนี้ยังเป็นแพทย์ทั่วไปอยู่ครับ ยังไม่ได้เรียนต่อสาขาไหน
3. ทำงานที่ รพ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

^ ^ ว่างๆแวะมาเยี่ยมได้นะครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :4/3/2552 7:25:06
อยากทราบเกี่ยวกับข้อมูลของคุณหมออะครับ
หมอจบคณะอะไร(อันนี้น่าจะรู้อยู่และ อิอิ) สาขาอะไร
งานประจำที่หน่วยงานไหน หรือโรงพยาบาลไหน
บอกหน่อยครับ
นามปากกาผู้เขียน... :MaKha
Last Answer :3/3/2552 22:36:17
ตอบคุณเป็กโกะนะครับ

อาการปวดเข่าของคุณเป็นหลังจากที่ออกกำลังกายสักพัก ซึ่งบริเวณนี้มีกล้ามเนื้อเส้นเอ็นมาห่อหุ้มเข่ามากมาย อาการที่เป็นไม่ได้เกิดจากการกระแทก เพราะฉะนั้น กระดูกไม่น่ามีปัญหาอะไร

สรุป เกิดจากเส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อบริเวณหัวเข่าอักเสบครับ การรักษา
1. อย่างแรกเลยควรหยุดพักอย่างน้อย 2-3 วัน
2. ก่อนออกกำลังกายทุกครั้งให้ทำการยืดกล้ามเนื้ออย่างน้อย 15 นาที
3. หากไม่หายแนะนำให้ลองซื้อยาทาน หรือเอายามานวด สำหรับข้อมูลเรื่องยา หาอ่านจากข้างบนๆเลยครับ หาคำว่า NSAID นะครับ ใช้คำสั่ง Ctrl+f แล้วใส่คำว่า NSAID
4 . ไม่ดีขึ้นอีก ไปหาแพทย์เพื่อทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียดเลยครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :3/3/2552 16:11:38
ตอบคุณ :Tinา๐l3alL
โดยทั่วไปแล้วริดสีดวงทวารจะมีอยู่ 2 ประเภทหลักๆด้วยกันนะครับ

1.ริดสีดวงภายนอก (external hemorrhoid) กลุ่มนี้มักมีอาการเจ็บและเห็นได้จากข้างนอก
2.ริดสีดวงภายใน (internal hemorrhoid) กลุ่มนี้จะไม่มีอาการเจ็บจะแบ่งได้เป็นความรุนแรง 4 ขั้น
- ขั้นแรกอยู่ภายใน ไม่สังเกตเห็น คนไข้มักมาด้วยอาการถ่ายเป็นเลือดสด
- ขั้นที่ 2 มีเนื้อออกมานอกทวาร แต่สามารถใช้มือดันกลับเข้าไปได้ (คิดว่าเพื่อนคุณน่าจะเป็นขั้นนี้)
- ขั้นที่ 3 มีเนื้อออกมาแต่ไม่สามารถดันเข้าไปได้
- ขั้นที่ 4 มีเนื้อออกมาดันเข้าไม่ได้ และมีการตายของเนื้อเยื่อ

การรักษาโดยทั่วไปถ้าเป็นระยะที่ 1-2 จะใช้การกินยาหรือการเหน็บยาและเปลี่ยนพฤติกรรมร่วมกัน แต่ระยะ 3-4 จะต้องใช้การผ่าตัดมีหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งรายละเอียดอ่านเอาตามบทความข้างล่างเลยครับ

ริดสีดวงทวาร

สาเหตุ
หลอดเลือดดำที่ใต้เยื่อเมือกและผิวหนังในบริเวณทวารหนัก มีการปูดพอง
เป็นหัว เนื่องจากมีภาวะความดันในหลอดเลือดดำสูงจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น
การเบ่งถ่ายอุจจาระ, ท้องผูก, การนั่งนาน ๆ, ภาวะตั้งครรภ์, น้ำหนักมาก ,
การกินอาหารที่มีกากใยน้อย, ไอเรื้อรัง เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังอาจพบร่วมกับโรคในช่องท้อง เช่น ตับแข็งทำให้มีภาวะความ
ดันในหลอดเลือดดำตับสูง ซึ่งส่งผลกระทบมาที่หลอดเลือดดำที่ทวารหนัก,
ก้อนเนื้องอกในท้อง, มะเร็งลำไส้ใหญ่, ต่อมลูกหมากโต เป็นต้น

เนื่องจากในบริเวณทวารหนักจะมีกลุ่มหลอดเลือดดำอยู่เป็นแนวยาว จากปากทวารหนักต่อขึ้นไปในลำไส้ใหญ่ ดังนั่นจึงมีโอกาสเกิดริดสีดวงทวารได้หลายแห่ง

อาการ
อาการสำคัญก็คือการถ่ายอุจจาระออกมาเป็นเลือดสดๆทั้งนี้เนื่องจากการเบ่ง
ถ่ายแรงๆ หัวริดสีดวงทวาร (กลุ่มหลอดเลือดดำขอด) จะปริแตกออกอาการ
ส่วนมากจะมีอาการเลือดออกทางทวารหนัก เป็นเลือดแดงสด เกิดขึ้นขณะ
ถ่ายอุจจาระ อาจสังเกตมีเลือดเปื้อนกระดาษชำระ หรือปนมากับอุจจาระ หรือ
มีเลือดไหลออกเป็นหยดโดยไม่รู้สีกเจ็บปวดแต่อย่างไร บางคนอาจรู้สึกเจ็บ
ที่ทวารหนัก และถ่ายอุจจาระลำบาก หรืออาจมีอาการคันก้น ถ้าริดสีดวง
อักเสบ หรือหลุดออกมาข้างนอก อาจทำให้รู้สึกปวดรุนแรง จนถึงกับนั่งยืน
หรือเดินไม่สะดวก และคลำได้ก้อนเนื้อนุ่มๆ สีคล้ำๆ ที่ปากทวารหนัก ถ้ามี
เลือดออกมากหรือเรื้อรัง อาจมีอาการซีดได้

ในระยะแรกจะมีเพียงการถ่ายเป็นเลือดโดยที่ไม่มีอาการปวด แต่ในระยะหลังอาจมีอาการปวด
มากขึ้นหรือมีก้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก้อนที่ออกมาแล้วดันกลับเข้าไปไม่ได้จะปวดมาก
ถ้ามีเลือดออกนานๆอาจมีอาการของการขาดเลือด โลหิตจาง หน้ามืด เวียนศีรษะ
สำหรับริดสีดวงภายนอกมักมาด้วยอาการปวดมากกว่า มักไม่มีเลือดออกถ้าไม่มีริดสีดวง
ทวารหนักภายในร่วมด้วย

การรักษา
1. ระวังอย่าให้ท้องผูก ควรดื่มน้ำมาก ๆ และกินผักผลไม้มาก ๆ ถ้ายังท้องผูก ให้กินยาระบาย เช่น
ยาระบายแมกนีเซีย , ดีเกลือ , อีแอลพี หรือสารเพิ่มกากใย อย่ายืนนาน ๆ หรือนั่งเบ่งถ่ายนาน ๆ
2. ถ้าปวดมากเนื่องจากมีการอักเสบ ให้กินยาแก้ปวด , นั่งแช่ในน้ำอุ่นจัด ๆ วันละ 2-3 ครั้ง ๆ ละ
15-30 นาที และใช้ยาเหน็บริดสีดวงทวาร เช่น อะนูซอล(Anusal), เชอริพร็อกต์ (Scheriproct),
พร็อกโตซีดิล (Proctosedyl) เหน็บวันละ 2-3 ครั้ง (เช้า ก่อนนอน และหลังถ่ายอุจจาระ)
จนอาการบรรเทา ปกติใช้เวลาประมาณ 10 วัน
3. ถ้าซีดให้ เฟอร์รัสซัลเฟต วันละ 3 ครั้ง ๆ ละ 1 เม็ด
4. ถ้าหัวริดสีดวงหลุดออกข้างนอก ให้ใส่ถุงมือใช้ปลายนิ้วชุบสบู่ให้หล่อลื่น แล้วดันหัวกลับเข้าไป
ถ้าไม่ได้ผล ควรแนะนำไปโรงพยาบาล
5. ถ้ามีเลือดออกนานกว่า 1 สัปดาห์ หรือเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย หรือสงสัยมีโรคอื่นร่วมด้วย หรือพบใน
คนอายุมากกว่า 40 ปี ควรแนะนำไปโรงพยาบาล อาจต้องใช้เครื่องส่องตรวจทวารหนัก
(proctoscope) ถ้าหากสงสัยเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ อาจต้องเอกซเรย์ลำไส้ใหญ่ด้วยการสวน
แป้งแบเรียม (Barium enema) หรือใช้เครื่องส่องตรวจลำไส้ใหญ่ถ้าเป็นริดสีดวงทวารโดย
ไม่มีสาเหตุที่ร้ายแรง ก็มักจะให้การรักษาดังได้กล่าวข้างต้น ถ้าเป็นมากอาจรักษาด้วย
- การฉีดยาเข้าที่หัวริดสีดวงให้ฝ่อไป วิธีนี้สะดวก ปลอดภัย ไม่มีความเจ็บปวด
มักจะฉีดสัปดาห์ละครั้ง ประมาณ 3-5 ครั้ง ช่วยให้หายขาดได้ 60% ส่วนอีก 40%
อาจกำเริบได้ใหม่ หรือ
- อาจรักษาโดยวิธีใช้ยางรัด (rubber bandligation) ทำให้หัวริดสีดวงฝ่อ หรือใช้
แสงเลเซอร์รักษา (laser photocoagulation) ถ้าเป็นมาก
- หรือมีภาวะแทรกซ้อน อาจต้องผ่าตัด


ค่อนข้างยาวนะครับ แต่หวังว่าจะได้ประโยชน์นะครับ ^^
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :3/3/2552 16:05:43
ขอถามนะครับเวลาฝึกซ้อมปิงปองสัก5-10นาที
มันมีอาการปวดที่เข่าแต่ผมก็ทนเอาฝึกซ้อมต่อนะครับอยากรู้ว่าทำไมมันเจ็บที่หัวเข่าครับ
ขอบคุณมากครับ
นามปากกาผู้เขียน... :เป็กโกะ
Last Answer :3/3/2552 10:39:27
ขอถามนอกเรื่องกล้าม เนื้อ กระดูก ฯลฯหน่อยนะครับ



คือว่า มีเพื่อนผมคนนึงับ
เค้าเป็น โรคริดสีดวงเรื้อรัง(ไม่รุนแรงแต่เป็นนานแล้ว(เป็นๆหายๆงับ(เจ็บบ้่าง ไม่เจ็บบ้าง)))

ช่วงก่่อนๆที่เป็นเค้ายังเป็นริดสีดวงภายใน

แต่ตอนนี้ เค้ามาปรึกษาผมว่าเค้า มี ก้อนเนื้อ(คล้ายๆเดือยไก่ ) โผล่ออกมาบริเวณ ทวารหนัก

ขนาดประมาณ เส้นผ่านสูนย์กลาง3มิล งับ

แต่ไม่มีอาการเจ็บแต่อย่างใด

ไม่ทราบว่าจะมีอัตรายหรือป่าว


เคยไปหาหมอตอนที่ยังไม่ได้เป็นก้อนเนื้อนี่อ่ะคับ

หมอให่้ยา กินและยาเหน็บมาคับ

และก้อนเนื้อนี้เพิ่งเป็นได้ 1-2วันเองงับ ก็เลยมา

ลองปรึกษาครับ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ
นามปากกาผู้เขียน... :Tinา๐l3alL
Last Answer :3/3/2552 1:52:53
มีภาพให้ดูด้วยขอบพระคุณมากๆคับคุณหมอ
นามปากกาผู้เขียน... :ต้อง
Last Answer :28/2/2552 15:33:16
ตอบคุณต้อง

ลักษณะอาการที่คุณเป็นน่าจะเกิดจากปัญหาบริเวณรอบหัวไหล่ ซึ่งบริเวณนี้จะมีเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อมากมายดังที่เห็นในรูป ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อหลัง กล้ามเนื้อ แขน กล้ามเนื้อหน้าอกและมีเส้นเอ็นหลายเส้นพาดผ่าน รวมๆเรียกว่า Rotator Cuff (กลุ่มกล้ามเนื้อเส้นเอ็นรอบหัวไหล่)

ซึ่งอาการเกิดได้ตั้งแต่เป็นไม่มาก แค่เกิดการอักเสบเล็กน้อย เรียกว่า Rotator cuff tendinitis หรือจนขั้นเป็นมากขึ้นเช่น เส้นเอ็นขาดหรือได้รับการบาดเจ็บ เรียกว่า Rotator cuff tear

ในกรณีของคุณต้องนะครับ อาการเป็นมานาน แล้วลักษณะท่าทางที่คุณทำก็เป็นการใช้กล้ามเนื้อเส้นเอ็นส่วนนี้ ร่วมกับมีอาการปวดเสียว คิดว่าน่าเป็นจากมีเส้นเอ็นบางส่วนได้รับบาดเจ็บ สำหรับคุณต้องนี่ผมไม่แนะนำให้ลองรักษาเองนะครับ ควรรีบไปพบแพทย์ด่วน แนะนำให้พบแพทย์กระดูกจะดีที่สุด เพราะต้องทำการตรวจร่างกายว่ามีเส้นเอ็นขาดหรือฉีกจริงมั้ย ซึ่งต้องใช้หมอเฉพาะทางในการตรวจครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :28/2/2552 9:53:30
หมอคับผมขอรบกวนหน่อยนะคับ คือผมมีอาการไม่รู้จะเรืยกว่าปวดหรือเจ็บดีคับคือมันออกเสียวๆปวดๆตรงต้นแขนท่อนบนใกล้ๆไหล่คับ มันไม่มีผลกระทบเท่าไหร่กับชีวิตประจำวันแต่ถ้ามาตีปิงปองเนี่ย..โอ้โฮ(ชีวิตบัดซบ)ถ้าผมแกว่งแขนปกติเนี่ยไม่มีอาการคับแต่ถ้าผมกางแขนออกข้างตัวแล้วปล่อยแขนท่อนล่างลง(เหมือนตัวT)แล้วกระดกแขนท่อนล่างขึ้นลง โดยให้แขนท่อนบนเป็นจุดหมุน(เหมือนท่าเต้นเสี่ยวๆสมัยก่อนหนะคับ)อ้อท่ามันเหมือนเวลาลูกมาด้านโฟร์แต่เราคว่ำหน้าไม้ลงแล้วตีดีดกลับไปด้วยหน้าเเบ็ค หมอคับเจ็บ ปวด เสียว(ไม่รู้จะบอกยังไงดี)มากๆคับ จนต้องหยุดตีเลยคับ ผมเลยอยากทราบคับว่าผมเป็นอะไร หมอคับมันเจ็บแบบผมบอกไม่ได้เหมือนกันคับว่ามันเจ็บที่กล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นแต่ถ้าให้ผมเดาผมว่าเส้นเอ็น เจ็บยังงี้1เดือนแล้วคับ ขอรบกวนหน่อยนะคับ ปล.หมอสุดยอดจริงๆคับทำงานเหนื่อยแล้วยังสละเวลาพักผ่อนมาตอบคำถามให้ชาวปิงปองบอร์ดชื่นชมจากใจจริงคับ
นามปากกาผู้เขียน... :ต้อง
Last Answer :28/2/2552 1:40:22
ตอบคุณ :oat_solo_101 นะครับ
อาการที่คุณเป็นนะครับ คิดว่าน่าจะเป็นกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นบริเวณข้อมือเกิดการอักเสบเรื้อรัง แต่ไม่ร้ายแรงถึงกระดูก เนื่องจากมีช่วงที่หายสนิท แต่ที่คุณถามว่าทำไมอาการยังเป็นอยู่เรื่อยๆคิดว่าน่าจะเป็นการที่คุณยังใช้กล้ามเนื้อ ใช้เส้นเอ็นส่วนนั้นๆอยู่ตลอด ทำให้ร่างกายไม่มีโอกาสได้ฟื้นฟูส่วนที่เสียหายไป

ผมแนะนำให้คุณลองพักการใช้ข้อมือสัก 2-3 วัน ระหว่างนั้นเอายามานวดก็ได้ครับ หรืออาจลองหายาแก้อักเสบเหมือนที่ผมแนะนำไว้คำตอบแรกๆมาทานดูแล้ว สังเกตดูครับว่าอาการดีขึ้นมั้ย

มีอีกกรณีนึง ไม่แน่ใจว่าคุณมีอาการชาที่ปลายนิ้วมือ โป้ง ชี้ กลางบ้างมั้ย ถ้ามีอาการเกิดจากโรคที่เรียกว่าผังผืดรัดเส้นประสาทข้อมือ ภาษาแพทย์เรียกว่า Carpal tunnel syndrome โรคนี้จะเกิดในคนที่ใช้ข้อมือเยอะๆทำให้พังผืดบริเวณข้อมือเกิดการอักเสบเรื้อรัง จนหนาตัวขึ้น เมื่อหนาตัวขึ้นก็จะไปกดทับเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงมือ ทำให้เกิดอาการตั้งแต่ ปวด จนถึงชา และร้ายแรงจนถึงขยับไม่ได้ ได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าคุณมีอาการชาปลายนิ้ว ร่วมกับปวดข้อมือ แนะนำลองไปพบแพทย์ดูครับ โรคนี้การตรวจทำไม่ยากเลย รีบรักษาก่อนที่จะสายครับ ขอบคุณครับ
นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :27/2/2552 23:37:59
- -' การที่คุณออกกำลังกายทุกวัน และหยุดเหล้าหยุดเบียร์ แน่นอนมันต้องทำให้ร่างกายคุณแข็งแรงขึ้นครับ

กรณีร้ายแรงที่ผมบอกหมายถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้กับเมื่อก่อน กิจกรรมที่คุณทำไม่ได้แตกต่างเลยแล้วอยู่ดีๆน้ำหนักมันลด อันนั้นแหล่ะครับที่น่ากลัว แต่จากที่ดูแล้ว ของคุณน่าจะเป็นจากการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ร่วมกับการดูแลร่างกายที่ดีขึ้นมากกว่า ไม่ต้องกังวลครับ

นามปากกาผู้เขียน... :ternglim
Last Answer :27/2/2552 23:28:24
เออ ผมลืมบอก ผมบริหารร่างกายการตีปิงปองทุกวันด้วยครับ พอทำทีไรเหงื่อมันออกท่วมตัวทุกที ถึงแม้จะอยู่ห้องแอร์ก็ไหลเต็มตัวทุกที ผมให้ข้อมูลประมานนี้แหละครับ เอาเคสผมไปพิจารณาด้วยครับ เด่วผมจะลงชื่อเป็นคนไข้ประจำของหมอเลยครับ อิอิ
นามปากกาผู้เขียน... :MaKa
Last Answer :27/2/2552 23:08:05
มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอครับ ไอ้อาการของผมเนี่ย ผมนึกว่าระบบเผาผลาญร่างกายมันทำงานมากกว่าแต่ก่อน เพราะผมไม่ได้กินน้อยลงไปจากเมื่อก่อนเลยนะครับ แต่ก่อนที่ผมอ้วนขึ้นนั้นสาเหตุอาจจะเกิดจากการกินเบียร์หรือเหล้าด้วย อันนั้นผมอาจจะรุ้สึกได้ แต่พอเริ่มฝึกจริงๆจังๆ ก็แทบจะไม่ได้แตะเหล้าเบียร์เลย(มีแตะบ้างแต่น้อยจริงๆ เพื่อนชวนผมกินผมกินแค่แก้วเดียวแล้วก็หาเรื่องคุยกันการดื่มที่มากเกินไป) ส่วนโรคที่คุณหมอวิเคราะห์เรื่องมะเร็งนั้น ผมอาจจะมีสิทธิ์เป็นก็ได้นะครับ ส่วนเอดส์นี่ เด่วผมไปตรวจเลือดดูละกันตามที่หมอแนะนำผมนะครับ ก็ไม่ได้กลัวเอดส์อะไรหรอกครับ เพราะป้องกันอย่างดี(เล่นปิงปองแล้วเพื่อนผู้หญิงชอบมาเกาะติด)
ร่างกายผมค่อนข้างแข็งแรงนะครับเท่าที่ดูจากการออกแรง เวลาผมซ้อม ไม่ได้ซ้อมทั้งวันครับ ซ้อม 2 ชม เป็นอย่างต่ำเพราะเรียนต้องเสียค่า ชม. เรียนและราคาค่อนข้างแพง
ซ้อม 3-5 ชม เป็นบางโอกาสเมื่อในช่วงนั้นๆมีคนในสังกัดมาอยู่ในการซ้อมด้วย
ข้อมูลของผมประมาณนี้แหละครับ แต่ถ้าถามผมกลัวตายมั้ย ผมไม่ค่อยกลัวหรอกครับ แต่มันอาจจะทรมารตายก็ได้อันนี้ผมไม่รู้ แล้วแต่พระเจ้าจะลิขิตผม

ผมจะไปหาหมอ 2 แบบ
1.แบบแผนปัจจุบัน หรือ แบบทางวิทยาศาสตร์ที่คุณหมอเรียนมาแหละครับ

กับอีกแบบ
2.แบบทางบาทหลวงรักษา เป็นแบบที่ผมมองไม่ออกเลย แต่ก็เห็นว่าเค้ารักษาได้ เค้าทำอะไรกับผมก็ไม่รู้ แล้วร่างกายผมก็ดีขึ้น ในช่วงที่ผมป๋วยหนักในช่วงก่อนที่จะมาเล่นปิงปอง เค้าบอกให้ผมเล่นปิงปอง มันเป็นทางที่ผมต้องไป

ผมก็บอกแนวทางผมประมาณนี้แหละครับ ใครคิดยังไงผมไม่รู้ ผมมีเหตุผลแบบนี้แหละ อิอิ
นามปากกาผู้เขียน... :MaKa
Last Answer :27/2/2552 23:04:41

 

Log in before, please.

 

VIP SPONSOR

 

ห้ามอย่านำสินค้าหนีภาษี - สินค้าหิ้วเข้ามาเอง - สินค้าปลอม มาจำหน่ายในเวปนี้
 
© 2018 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com